สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 10
ในที่สุดเหยื่อละครเรื่องนี้ก็มาลงที่ผู้กำกับที่มาแทนจนได้
คุณนายมีหน้าที่และแรงกดดันในงานชิ้นนี้ตั้งแต่ต้น
สิ่งที่เขาเลือกจะทำเรื่องนี้การกำกับที่ไม่รู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบไหนถึงจะดีพอ
เลยทำออกมาให้สุดทุกทาง จนมีอารมณ์มันตีกันแบบที่เห็น
ต้องทำให้มันตลก เพราะกลัวจะไม่ตลก เพราะบุพเพมันเป็นละครตลก
พุดตานเลยต้องตลกไปตามการะเกดกันไป
ต้องทำฉากประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น จนบางครั้งก็เกิดความตึงเครียดขั้นสุด
กลิ่นต้องร้ายเพื่อมาทัดเทียมพุดตาน ก็ทำให้กลิ่นต้องดูเลวร้ายที่สุด
ฉากรักต้องมีมากตามความต้องการของคุณหน่อง ทั้งคู่ลูกคู่พ่อต้องมีให้หมด
เอากันให้ฉ่ำหวานหยาดเยิ้ม แบบไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็ต้องฟินได้
อาหารก็ห้ามขาด เดี่ยวเขาจะหาว่าไม่เป็นละครภาคต่อ ก็สรรหาคิดจะเอาอะไรเข้ามาในเรื่อง
มันก็เหนื่อยแทนเขานะที่ต้องมารับผิดชอบแบบที่ตัวเองไม่รู้แบบไหนที่พวกคุณพอใจ
ถ้าทำแบบที่เขารู้สึกพอแล้ว มันอาจจะไม่พอสำหรับคนดูก็ได้
เรียกว่าถ้าเป็นละครที่คุณนายเคยกำกับ ก็คงไม่เห็นอะไรแบบนี้
มันเลยเกินเรื่อง เกินอารมณ์กันไปหมด เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนที่จะพอใจ
ก็จัดเต็มจนทุกอารมณ์มันชนเละกันไปหมดในเรื่องตอนนี้
สุดท้าย จะวิจารณ์การทำงานของผู้กำกับที่เขาทำละครไม่ถูกใจก็ทำไป
แต่จะบอกว่าเขาไร้ฝีมือ ไร้ความสามารถ อันนี้มันคือการด้อยค่าคนทำงาน
คุณนายมีหน้าที่และแรงกดดันในงานชิ้นนี้ตั้งแต่ต้น
สิ่งที่เขาเลือกจะทำเรื่องนี้การกำกับที่ไม่รู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบไหนถึงจะดีพอ
เลยทำออกมาให้สุดทุกทาง จนมีอารมณ์มันตีกันแบบที่เห็น
ต้องทำให้มันตลก เพราะกลัวจะไม่ตลก เพราะบุพเพมันเป็นละครตลก
พุดตานเลยต้องตลกไปตามการะเกดกันไป
ต้องทำฉากประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น จนบางครั้งก็เกิดความตึงเครียดขั้นสุด
กลิ่นต้องร้ายเพื่อมาทัดเทียมพุดตาน ก็ทำให้กลิ่นต้องดูเลวร้ายที่สุด
ฉากรักต้องมีมากตามความต้องการของคุณหน่อง ทั้งคู่ลูกคู่พ่อต้องมีให้หมด
เอากันให้ฉ่ำหวานหยาดเยิ้ม แบบไม่ว่าจะอารมณ์ไหนก็ต้องฟินได้
อาหารก็ห้ามขาด เดี่ยวเขาจะหาว่าไม่เป็นละครภาคต่อ ก็สรรหาคิดจะเอาอะไรเข้ามาในเรื่อง
มันก็เหนื่อยแทนเขานะที่ต้องมารับผิดชอบแบบที่ตัวเองไม่รู้แบบไหนที่พวกคุณพอใจ
ถ้าทำแบบที่เขารู้สึกพอแล้ว มันอาจจะไม่พอสำหรับคนดูก็ได้
เรียกว่าถ้าเป็นละครที่คุณนายเคยกำกับ ก็คงไม่เห็นอะไรแบบนี้
มันเลยเกินเรื่อง เกินอารมณ์กันไปหมด เพราะไม่รู้ว่าแบบไหนที่จะพอใจ
ก็จัดเต็มจนทุกอารมณ์มันชนเละกันไปหมดในเรื่องตอนนี้
สุดท้าย จะวิจารณ์การทำงานของผู้กำกับที่เขาทำละครไม่ถูกใจก็ทำไป
แต่จะบอกว่าเขาไร้ฝีมือ ไร้ความสามารถ อันนี้มันคือการด้อยค่าคนทำงาน
Kang-Yuri ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4163954 สยอง, เขาแหลม! ถูกใจ, ลั่นทมขาว ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5219221 ถูกใจ, นปกรณภวดล ถูกใจ, kakanoky ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7759996 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, โอเรกุรัม ถูกใจรวมถึงอีก 14 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 12
ทำไมไม่โทษบทล่ะ
ผู้กำกับอาจมีส่วน แต่บทมาอย่างนี้ จะให้เล่ายังไง
ตอนพรหมลิขิต ตอน1-2 ที่ขยายความเป็นบุพเพ
มีแต่คนชอบ คนชม ได้บรรยากาศบุพเพแบบเดิมๆ
หรือเล่าพาร์ทประวัติศาสตร์
ช่วงปลอมตัวนอกวังมาเจอพุดตาน จนถึงจอร์จตาย ก็สนุกมาก
ทั้งๆที่คนกำกับคนละคน
ผู้กำกับอาจมีส่วน แต่บทมาอย่างนี้ จะให้เล่ายังไง
ตอนพรหมลิขิต ตอน1-2 ที่ขยายความเป็นบุพเพ
มีแต่คนชอบ คนชม ได้บรรยากาศบุพเพแบบเดิมๆ
หรือเล่าพาร์ทประวัติศาสตร์
ช่วงปลอมตัวนอกวังมาเจอพุดตาน จนถึงจอร์จตาย ก็สนุกมาก
ทั้งๆที่คนกำกับคนละคน
สมาชิกหมายเลข 3122195 ถูกใจ, เขาแหลม! ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจ, ปล่องไฟ ถูกใจ, แมวขาวมณี ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7844591 ถูกใจ, รวยขึ้นทุกวัน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3627443 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7833313 ถูกใจรวมถึงอีก 13 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 17
เรามองว่า พรหมลิขิต ด้อยกว่าบุพเพสันนิวาสตั้งแต่นิยายแล้ว วัตถุดิบในนิยายมันน้อยจนเราคิดว่ามันยากที่จะเอามาทำละครแล้วสนุกอะค่ะ พาร์ทประวัติศาสตร์น้อย เรื่องความรักพระนางก็ไม่มีพัฒนาการอะไรมาก
สมาชิกหมายเลข 726287 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3122195 ถูกใจ, Initially until forever ถูกใจ, เขาแหลม! ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, แม่มลน้องมีน ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2028995 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 745580 ถูกใจ, ปล่องไฟ ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
อยากฝากไปถึงเจ๊หน่องผู้จัดว่า 9 ตอนที่เหลือช่วยเฉลยปมทุกอย่างทีค่ะ หยุดขายคู่จิ้นก่อน 17 ตอนแล้ว มันเยอะไปค่ะ
สมาชิกหมายเลข 3122195 ถูกใจ, หนิง สมุทรสาคร ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 891804 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5411073 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5634231 ถูกใจ, horizon ถูกใจ, PAK Se-re ถูกใจ, laongdaad ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 952858 ถูกใจ, iamZEON ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 13
ผมกลับมองว่าบทละครคือหัวใจสำคัญที่สุด มันคือไบเบิลคือwordind คือคัมภีร์ที่ผู้กำกับเอามาเปิดแล้วไล่ไปทีละตัวอักษรตามผู้เขียนบทเลย ผมคิดว่าlogicของศัลยาซังมันค่อนข้างoutไปแล้วสำหรับยุคนี้
สมาชิกหมายเลข 4736955 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5860181 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6905372 ถูกใจ, แม่มลน้องมีน ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจ, แมวขาวมณี ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7844591 ถูกใจ, Chocolate Indie6 ถูกใจ, รวยขึ้นทุกวัน ถูกใจ, ประณมกร ถูกใจรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
นาย สรัสวดี ผู้กำกับพรหมลิขิต ฝีมือต่างจาก ใหม่ภวัต ผู้กำกับบุพเพสันนิวาส ฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
2. ซีนต่อซีนดูแปลก ดูโดด
3. ผู้กำกับคือคอนดักเตอร์ กำหนดได้ว่าควรขยายสิ่งใดเพื่อเสริมอรรถรส ควรลดทอนสิ่งใดเพื่อคุมการดำเนินเรื่องให้อยู่ในร่องในรอยได้ แต่ทุกอย่างที่ทำกลับตาลปัตรไปหมด
4. มีต้นทุนที่ดีขนาดนี้แล้ว ทั้งทุนคนดู นักแสดงที่ดี บทประพันธ์ที่ดี แต่กลับทำออกมาได้น่าเบื่อหน่ายแบบไม่ควรให้อภัย
5. แม้แต่งานกำกับการแสดง ก็ยังหลุด หลายซีนปล่อยอิมโพรไวส์เองโดยไม่กำหนดขอบเขตว่าซีนดังกล่าวต้องการสื่อสารสิ่งใดให้คนดู ทำให้มีหลายฉากมากที่ว่างเปล่าบวกกับบทพูดบทละครที่หลุดอย่างเหลือเชื่อของอ.ศัลยา ที่เขียนบทได้ออกทะเลที่สุดตั้งแต่เห็นงานศัลยามา
ถึงตอนนี้ละครจะดัง เป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์ติดลมบนไปแล้วก็เถอะ แต่ขอตำหนิ และขอให้ปรับปรุงในงานต่อๆไป ในขณะที่ในส่วนของพรหมลิขิตนี่ ก็ยังคงดูต่อแหละ ชอบนวัตกรรมกับเมนูของพุดตานอึ่งเพิ่มและตอนที่พวกเค้าอยู่ด้วยกันมันสนุกๆดี