ข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีและสถานพยาบาล

ผมประสบอุบัติเหตุ แก๊ปเมาแล้วขับย้อนศรมาชน เป็นเหตุให้ตัวผมนั้น หมดสติ แขนหักปอดฉีกเอ็นเท้าขาด คู่กรณีไม่เคยมาเยี่ยมเลยสักครั้งเดียว พอออกจากโรงพยาบาล ผมก็ได้ไป หาร้อยเวรที่สถานีตำรวจ แล้วก็ได้นัดกันว่าวันต่อมา เราจะมา ไกล่เกลี่ยกัน เพราะวันต่อมาคู่กรณีเขามากับพ่อเขาสองคน ทางพ่อของคู่กรณี ได้แจ้งว่าเขาจะรับผิดชอบทุกอย่างและจะชดใช้ ต่างๆ แล้วก็ได้สรุปว่าเขาผิดโดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่าเขาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ โดยไม่มีคำขอโทษจากฝ่ายคู่กรณีเลย แล้วหลังจากนั้นก็ได้นำรถไปไว้ที่ร้านซ่อม เขาก็แจ้งว่าให้ช่างประเมินรถแล้วแจ้งกับเขา ได้เลย แล้วเขาก็นัดวันว่า วันนี้เขาจะจ่ายเท่านี้วันนี้เขาจะจ่ายเท่านี้ แต่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ไม่สามารถติดต่อพ่อเขาและลูกเขาได้อีกเลย ซึ่งในขณะนั้นผมก็ยังคงรักษาตัวอยู่ จนผ่านมา 3-4 เดือน จนแผลของผมทั้งหมดนั้นก็เริ่มหายดี แต่มีแขนที่ข้างที่หัก ไม่สามารถยกได้ หรือขยับได้อย่างปกติ ซึ่งผมก็บอกกับทางโรงพยาบาล ทุกครั้งที่เขามาสอบถามอาการไม่ว่าจะเป็นคนพยาบาลหรือคุณหมอ ผมก็จะแจ้งเขาว่าผมไม่สามารถยกแขนได้ แขนผมมันไม่สามารถขยับได้ปกติ แต่เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เขาก็ ให้ผมออกจากโรงพยาบาล จนวันสุดท้ายที่ผมไปตามนัดคุณหมอ คุณหมอได้ตรวจอาการผม ตรวจฟิล์มเอกซเรย์ ดูแผล แล้วคุณหมอก็แจ้งว่า เขาจะไม่นัดแล้ว คือประมาณว่า จะสิ้นสุดการรักษาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นผมก็แจ้งคุณหมอไปอีกว่า แต่แฟนผมอ่ะ ยังขยับไม่ได้เลยนะครับยังยกไม่ได้เลย คุณหมอเขาพูดมาเพียงว่า ผมรักษาไม่ได้ ผมก็เลยงง แล้วผมจะต้องทำยังไงต่อ ผมก็เลยไปอีกโรงพยาบาลนึง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแรกที่ตอนเกิดอุบัติเหตุแล้วทางกู้ภัยนำตัวผมไปส่ง เขาบอกว่าผมมีปัญหาที่เส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วย เป็นผลจากการกระทบกระเทือน จากอุบัติเหตุ คุณหมอทางลงโรงพยาบาลแรกแจ้งว่าผมจะต้อง ได้รับการ ช็อตไฟฟ้า เพื่อ ตรวจสอบการตอบสนองของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ผลก็คือคุณหมอแจ้งว่าผมจะต้องได้รับการผ่าตัดเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ผมเลยกลับไปแจ้ง ทางโรงพยาบาล ที่เขาบอกว่าเขาไม่สามารถรักษาผมได้ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ผมมีประกันสังคมอยู่ แต่เขาก็ยังคงแจ้งว่าเขาไม่สามารถรักษาผมได้ผมก็เลยขอให้เขาออกใบส่งตัวผมไปหาโรงพยาบาลแรกที่เขารับตัวผมไปรักษา ระหว่างนั้นผมก็ยังคงเฝ้าติดตาม คดี โดยทางคุณตำรวจที่เป็นร้อยเวร ก็ได้ทำการ ออกหมายเรียก คู่กรณี จำนวน 3 ครั้งก็ยังไม่มา จนได้ทำการออกหมายจับ แต่ในข้อกล่าวหาที่ทางคุณตำรวจเขาได้ออกมาจากนั้นเป็น เมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย บาดเจ็บสาหัส ซึ่งณปัจจุบันนี้ก็ได้ออกหมายจับมาร่วม 3 เดือนแล้วก็ยังตามตัวไม่ได้เลย และในวันที่ได้เจอกับคู่กรณี ซึ่งเป็นวันเดียวที่ได้เจอกันเลย วันนั้น ที่ได้เจอกัน เขามากันพ่อลูก 2 คน แต่ มีตำรวจหลายคนในสถานีตำรวจ ที่เข้ามาทักทายเขาพูดคุย เหมือนรู้จักสนิทสนมกัน

ข้อสงสัย
1 ในวันเกิดเหตุในเมื่อคุณตำรวจได้ทำการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ของคู่กรณีแล้ว ทำไมเขาถึงไม่แจ้งข้อกล่าวหาว่าเมาแล้วขับ
2 อาการบาดเจ็บของผมนั้นค่อนข้างที่จะ เยอะ หรือสาหัส แต่ทำไมคุณตำรวจถึงไม่แจ้งว่า ขับขี่โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ในข้อกล่าวหา
3 ผมต้องทำยังไงกับ ทางโรงพยาบาลที่ผมมีประกันสังคมอยู่นั้น ที่จะสิ้นสุดการรักษา ทั้งๆที่แขนผมนั้นยังขยับไม่ได้หรือยังยกไม่ได้
4 ทางโรงพยาบาล ที่ผมมีประกันสังคมอยู่ แจ้งสิ้นสุดการรักษา ผมจึงได้รวบรวมเอกสารไปส่งกับทาง บริษัทพรบกลาง และได้ทำการเบิกเงินมา แต่พอหลังจากนั้น ก็ได้มีการรักษาต่อ เนื่องจากแขนผมนั้นยังไม่หายดี แล้วผมต้องมาจ่ายเงินเอง เพราะมันยังไม่เต็มวงเงิน ของพรบ
5 ตั้งแต่เกิดเหตุร้อยเวรไม่เคยโทรมาหาผมเลยสักครั้งเดียว ไม่เคยแจ้งความคืบหน้าหรืออะไรต่างๆเลย ผมเองโทรไปเขาไม่เคยรับสายสักครั้ง ผมจะต้องไปหาเขาเองที่สถานีตำรวจทุกครั้งอาทิตย์ละครั้ง
6 แล้วจะทำยังไง ที่คู่กรณีเขาหนีไปแบบนี้ ทาง คุณตำรวจเขาไม่สามารถจับคู่กรณี ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุได้เลยเหรอ ในเมื่อเขาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ตัวผมนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส หลักฐานก็มีพยานก็มี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่