พอดีเห็นมีคนถามว่า เรียนคอมมาแต่ไม่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ จะเป้นอะไรได้บ้าง
วันนี้เลยตั้งกระทู้มาแชร์อาชีพในสายโปรแกรมและเทคโนโลยีกันครับ
1. Project Manager (PM) ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้จัดการดูแลโครงงานโปรเจคนั้น ๆ มีหน้าที่คอยทำให้โปรเจคราบรื่นทำงานได้ตามแผน และต่อรองกับลูกค้าได้ เข้าใจคนในทีม PM บางคนอาจจะไม่ได้จบสายคอม หรือรู้เรื่องเทคนิคโปรแกรมเลยด้วยซ้ำ แต่ต้องรู้จักบริหารคนเป็น
2. Sale อันนี้คนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว ก็คือเป็นเซลล์ไปขายของให้ลูกค้านี่แหละ แต่สินค้าที่ขายคือโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ หรือบางทีก็ขายคน ขายService ก็แล้วแต่บริษัท ซึ่งเซลล์ไม่ได้เขียนโค้ดแน่นอน แต่ต้องรู้ว่าสินค้านั้นทำงานยังไง ให้เทคนิคอะไร ดีกว่าคู่แข่งยังไง ใช้เทคโนโลยีอะไร ก็เป็นคุณสมบัติทั่วไปของเซลล์ แต่แตกต่างจากเซลล์ทั่วไปคือต้องรู้จักเทคโนโลยีด้วย
3. Pre Sales พรีเซลล์คือทำหน้าที่รับงานค่อจากเซลล์เพื่อสร้าง Demo ให้ลูกค้าดู และคอยตอบคำถามทางเทคนิคของลูกค้า (มีโค้ดด้วยนิดหน่อย แล้วแต่ว่าบริษัทขายอะไร)
4. Business Analyst/System Analyst ทำหน้าที่เหมือนเป็นคนกลางคอยแปลว่าภาษาของลูกค้าให้เป็นภาษาโปรแกรม หรือแปลภาษาโปรแกรมให้เป็นภาษาของธุรกิจที่ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้โปรแกรมเมอร์สามารถสร้างโซลูชั่นที่ลูกค้าต้องการให้ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า BA/SA ไม่ต้องเขียนโค้ดแต่ต้องรู้ว่าโปรแกรมทำงานยังไง เพื่อที่จะสามารถไปคุยกับลูกค้าได้ และเช่นกันต้องรู้ภาษาธุรกิจของลูกค้าด้วยเพื่อที่จะไปคุยกับโปรแกรมเมอร์ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร (มีโค้ดด้วยนิดหน่อย ประมานว่าแปลงความต้องการของลูกค้าออกมาเป็นสูตร หรือโค้ดที่โปรแกรมเมอร์จะเข้าใจเพื่อเอาไป Dev ต่อได้)
5. Technical Support เป็นงานที่คอย Support การใช้งานของลูกค้าและเก็บตกงานต่าง ๆ มีทั้งเขียนโค้ดและไม่เขียนโค้ด แต่ต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทคุณขายอะไร หน้าที่ก็เช่น อัพเดตเวอร์ชั่น แก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ
ต่อไปจะเป็นตำแหน่งงานที่เขียนโค้ด Low-code อยู่ แต่เยอะกว่า 4 อันแรกที่กล่าวมา
6. Quality Assurance (QA) ตำแหน่งนี้อธิบายง่าย ๆ ก็คือคนที่คอยตรวจสอบดูบัคของโปรแกรมนั้นเอง ก็จะมีทั้งงาน QA ที่เป้น Manual และแบบ Auto ซึ่งอาจจะมีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อยตอนที่ทำ Auto Test แต่ส่วนใหญ่ก็จะมี tool เข้ามาช่วยตรงนี้อยู่แล้ว
7. Platform Support ทำหน้าที่ในการช่วยประสานงานกับ User เพื่อเก็บตกบัคหรือข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพื่อให้ User ยังสามารถให้งานโปรแกรมต่อไปได้อย่างราบรื่น มีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อยถึงกลาง ๆ เพื่อตรวจสอบบัคของโปรแกรม และแก้ไขบัคเบื้องต้นให้ User
8. Data analyst / Data Model มีหน้าที่ในการสร้าง Report ตามความต้องการของธุรกิจ ต้องใช้ความรู้ทางธุรกิจด้วย เช่น ด้านการเงิน ด้านประกันภัย เพื่อที่จะนำความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์ออกมาและสร้างมาเป็น Dashboard (มีเขียนโค้ดประมาน 30-40%) ขึ้นอยู่กับ tools ที่ใช้ในการสร้าง Dashboard
9. Database Administrator/Database Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลระบบฐานข้อมูล อันนี้มีโค้ดด้วย 50%-70% แต่จะเป็นงานโค้ดที่มีไม่บ่อย เพราะงานส่วนใหญ่ของ Database จะเป้็นงาน Operation หรือ Support User แต่ก็มีงานที่ต้องรีวิวโค้ด หรือเขียน Query ด้วยเช่นกัน
10. Data Scientist ทำหน้าที่ในการสร้างโมเดล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ อันนี้ก็เขียนโค้ดประมาน 60-70% ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท และขึ้นอยู่กับว่าต้องการสร้างโมเดลแบบไหน
11. Data Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลกระแสการไหลของข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำไปปลายน้ำ Data Pipline เขียนโค้ดประมาน 60-80% ขึ้นอยู่กับ Tools ที่ใช้
12. Cloud Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลระบบ Cloud ภายในองค์กร งานเขียนโค้ดประมาน 30% ไม่ได้เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นงาน Operation และงาน monitoring
13. Network Engineer มีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อย 20-30% แต่งานส่วนใหญ่คือการติดตั้งอุปกรณ์ไอทีในระดับ Infra เช่น กล้อง CCTV wifi ต่าง ๆ
ประมานนี้แล้วกันครับ แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกเพียบบบ ลองหาข้อมูลดูเอาละกันครับว่าชอบแนวไหน
หรือใครมีอะไรเพิ่มเติมมาแชร์กันได้เลยครับ
เรียนวิทย์คอม วิศวะคอม แต่ไม่อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ จะเป็นอะไรได้บ้าง?
วันนี้เลยตั้งกระทู้มาแชร์อาชีพในสายโปรแกรมและเทคโนโลยีกันครับ
1. Project Manager (PM) ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้จัดการดูแลโครงงานโปรเจคนั้น ๆ มีหน้าที่คอยทำให้โปรเจคราบรื่นทำงานได้ตามแผน และต่อรองกับลูกค้าได้ เข้าใจคนในทีม PM บางคนอาจจะไม่ได้จบสายคอม หรือรู้เรื่องเทคนิคโปรแกรมเลยด้วยซ้ำ แต่ต้องรู้จักบริหารคนเป็น
2. Sale อันนี้คนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว ก็คือเป็นเซลล์ไปขายของให้ลูกค้านี่แหละ แต่สินค้าที่ขายคือโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ หรือบางทีก็ขายคน ขายService ก็แล้วแต่บริษัท ซึ่งเซลล์ไม่ได้เขียนโค้ดแน่นอน แต่ต้องรู้ว่าสินค้านั้นทำงานยังไง ให้เทคนิคอะไร ดีกว่าคู่แข่งยังไง ใช้เทคโนโลยีอะไร ก็เป็นคุณสมบัติทั่วไปของเซลล์ แต่แตกต่างจากเซลล์ทั่วไปคือต้องรู้จักเทคโนโลยีด้วย
3. Pre Sales พรีเซลล์คือทำหน้าที่รับงานค่อจากเซลล์เพื่อสร้าง Demo ให้ลูกค้าดู และคอยตอบคำถามทางเทคนิคของลูกค้า (มีโค้ดด้วยนิดหน่อย แล้วแต่ว่าบริษัทขายอะไร)
4. Business Analyst/System Analyst ทำหน้าที่เหมือนเป็นคนกลางคอยแปลว่าภาษาของลูกค้าให้เป็นภาษาโปรแกรม หรือแปลภาษาโปรแกรมให้เป็นภาษาของธุรกิจที่ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้โปรแกรมเมอร์สามารถสร้างโซลูชั่นที่ลูกค้าต้องการให้ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า BA/SA ไม่ต้องเขียนโค้ดแต่ต้องรู้ว่าโปรแกรมทำงานยังไง เพื่อที่จะสามารถไปคุยกับลูกค้าได้ และเช่นกันต้องรู้ภาษาธุรกิจของลูกค้าด้วยเพื่อที่จะไปคุยกับโปรแกรมเมอร์ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร (มีโค้ดด้วยนิดหน่อย ประมานว่าแปลงความต้องการของลูกค้าออกมาเป็นสูตร หรือโค้ดที่โปรแกรมเมอร์จะเข้าใจเพื่อเอาไป Dev ต่อได้)
5. Technical Support เป็นงานที่คอย Support การใช้งานของลูกค้าและเก็บตกงานต่าง ๆ มีทั้งเขียนโค้ดและไม่เขียนโค้ด แต่ต้องมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทคุณขายอะไร หน้าที่ก็เช่น อัพเดตเวอร์ชั่น แก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่าง ๆ
ต่อไปจะเป็นตำแหน่งงานที่เขียนโค้ด Low-code อยู่ แต่เยอะกว่า 4 อันแรกที่กล่าวมา
6. Quality Assurance (QA) ตำแหน่งนี้อธิบายง่าย ๆ ก็คือคนที่คอยตรวจสอบดูบัคของโปรแกรมนั้นเอง ก็จะมีทั้งงาน QA ที่เป้น Manual และแบบ Auto ซึ่งอาจจะมีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อยตอนที่ทำ Auto Test แต่ส่วนใหญ่ก็จะมี tool เข้ามาช่วยตรงนี้อยู่แล้ว
7. Platform Support ทำหน้าที่ในการช่วยประสานงานกับ User เพื่อเก็บตกบัคหรือข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพื่อให้ User ยังสามารถให้งานโปรแกรมต่อไปได้อย่างราบรื่น มีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อยถึงกลาง ๆ เพื่อตรวจสอบบัคของโปรแกรม และแก้ไขบัคเบื้องต้นให้ User
8. Data analyst / Data Model มีหน้าที่ในการสร้าง Report ตามความต้องการของธุรกิจ ต้องใช้ความรู้ทางธุรกิจด้วย เช่น ด้านการเงิน ด้านประกันภัย เพื่อที่จะนำความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์ออกมาและสร้างมาเป็น Dashboard (มีเขียนโค้ดประมาน 30-40%) ขึ้นอยู่กับ tools ที่ใช้ในการสร้าง Dashboard
9. Database Administrator/Database Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลระบบฐานข้อมูล อันนี้มีโค้ดด้วย 50%-70% แต่จะเป็นงานโค้ดที่มีไม่บ่อย เพราะงานส่วนใหญ่ของ Database จะเป้็นงาน Operation หรือ Support User แต่ก็มีงานที่ต้องรีวิวโค้ด หรือเขียน Query ด้วยเช่นกัน
10. Data Scientist ทำหน้าที่ในการสร้างโมเดล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ อันนี้ก็เขียนโค้ดประมาน 60-70% ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท และขึ้นอยู่กับว่าต้องการสร้างโมเดลแบบไหน
11. Data Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลกระแสการไหลของข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำไปปลายน้ำ Data Pipline เขียนโค้ดประมาน 60-80% ขึ้นอยู่กับ Tools ที่ใช้
12. Cloud Engineer ทำหน้าที่ในการดูแลระบบ Cloud ภายในองค์กร งานเขียนโค้ดประมาน 30% ไม่ได้เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นงาน Operation และงาน monitoring
13. Network Engineer มีเขียนโค้ดบ้างนิดหน่อย 20-30% แต่งานส่วนใหญ่คือการติดตั้งอุปกรณ์ไอทีในระดับ Infra เช่น กล้อง CCTV wifi ต่าง ๆ
ประมานนี้แล้วกันครับ แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกเพียบบบ ลองหาข้อมูลดูเอาละกันครับว่าชอบแนวไหน
หรือใครมีอะไรเพิ่มเติมมาแชร์กันได้เลยครับ