สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ถ้าเราเป็นแฟนคุณ เราก็จะคิดว่าคุณหลอกเราให้มาขอแต่งงานทางอ้อมเหมือนกัน
เพราะถ้าแค่อยากมายืนยันกับแม่ว่ายังคบกันอยู่ คุณให้แฟนมาคนเดียวก็ได้นะคะ ทำไมต้องให้แม่แฟนมาด้วย งงหนึ่ง
ซึ่งคุณบอกกับฝ่ายแฟนว่าห้ามคุยเรื่องแต่งงาน อย่าพึ่งคุย เน้นมาก
แล้วคุณบอกพ่อแม่ตัวเองรึยังว่าอย่าคุยเรื่องนี้ ? ทำไมแม่คุณถึงพูด ? ไม่ได้ตกลงกันก่อนหรอคะ
ถ้าไม่ได้บอกพ่อแม่คุณไว้ด้วย เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมแม่คุณถึงพูดถึงเรื่องแต่งงาน
เพราะการพาผู้ใหญ่สองฝ่ายมาเจอกันแบบที่ปกติไม่ค่อยได้เจอ ยังไงมันก็สื่อไปในทางทาบทามสู่ขออยู่แล้ว
ฉะนั้นการที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากปิดประตูตีแมว มัดมือชกในความรู้สึกของแฟนคุณเลย
ลองนึกถึงภาพว่าฝ่ายผู้ชายโดนถามถึงเรื่องสินสอดทองหมั้นแบบไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน
มา ณ จุดนั้นจะปฏิเสธยังไง กลายเป็นเหมือนบังคับเค้าทางอ้อมให้ต้องตอบรับอยู่ดี
แล้วเรื่องอีก 1 ปีค่อยแต่งนี่คุยกับแฟนชัดเจนรึยังคะ หรือคุยเองในใจคนเดียว
เพราะถ้าจะแต่งอีก 1 ปี มันก็ลงล็อคที่ต้องคุยช่วงนี้นะ กว่าจะหาฤกษ์ กว่าจะเตรียมงาน กว่าจะเชิญแขก
มันก็คงใช้เวลาประมาณ 1 ปีพอดิบพอดีเชียว ลงล็อคเหมือนจับวาง
เราเห็นด้วยนะ ที่คบกันมา 20 ปี อายุเยอะแล้ว ยังไงมันก็ควรแต่งงานได้แล้ว
แต่การจะตกลงแต่งงานกัน ยังไงมันก็ต้องมาจากยินยอมพร้อมใจกันทั้งฝ่ายก่อน
แล้วการนำมาซึ่งการทาบทามสู่ขอแบบไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนแบบนี้
มันก็ยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนใจกับทั้งคุณทั้งแฟนเข้าไปอีก
ต่อให้แต่งไป เรื่องนี้มันก็เป็นแผลในใจของคุณทั้งคู่ตลอดไปอยู่ดี
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะไปต่อหรือพอแค่ไหน มีแค่คุณที่รู้ดีที่สุดค่ะ คนในนี้ตอบไม่ได้หรอก
คบมาตั้ง 20 ปี จะมาให้คนที่อ่านกระทู้แค่ 5 นาทีช่วยตัดสินให้ได้ไง
เพราะถ้าแค่อยากมายืนยันกับแม่ว่ายังคบกันอยู่ คุณให้แฟนมาคนเดียวก็ได้นะคะ ทำไมต้องให้แม่แฟนมาด้วย งงหนึ่ง
ซึ่งคุณบอกกับฝ่ายแฟนว่าห้ามคุยเรื่องแต่งงาน อย่าพึ่งคุย เน้นมาก
แล้วคุณบอกพ่อแม่ตัวเองรึยังว่าอย่าคุยเรื่องนี้ ? ทำไมแม่คุณถึงพูด ? ไม่ได้ตกลงกันก่อนหรอคะ
ถ้าไม่ได้บอกพ่อแม่คุณไว้ด้วย เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมแม่คุณถึงพูดถึงเรื่องแต่งงาน
เพราะการพาผู้ใหญ่สองฝ่ายมาเจอกันแบบที่ปกติไม่ค่อยได้เจอ ยังไงมันก็สื่อไปในทางทาบทามสู่ขออยู่แล้ว
ฉะนั้นการที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็ไม่ต่างจากปิดประตูตีแมว มัดมือชกในความรู้สึกของแฟนคุณเลย
ลองนึกถึงภาพว่าฝ่ายผู้ชายโดนถามถึงเรื่องสินสอดทองหมั้นแบบไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน
มา ณ จุดนั้นจะปฏิเสธยังไง กลายเป็นเหมือนบังคับเค้าทางอ้อมให้ต้องตอบรับอยู่ดี
แล้วเรื่องอีก 1 ปีค่อยแต่งนี่คุยกับแฟนชัดเจนรึยังคะ หรือคุยเองในใจคนเดียว
เพราะถ้าจะแต่งอีก 1 ปี มันก็ลงล็อคที่ต้องคุยช่วงนี้นะ กว่าจะหาฤกษ์ กว่าจะเตรียมงาน กว่าจะเชิญแขก
มันก็คงใช้เวลาประมาณ 1 ปีพอดิบพอดีเชียว ลงล็อคเหมือนจับวาง
เราเห็นด้วยนะ ที่คบกันมา 20 ปี อายุเยอะแล้ว ยังไงมันก็ควรแต่งงานได้แล้ว
แต่การจะตกลงแต่งงานกัน ยังไงมันก็ต้องมาจากยินยอมพร้อมใจกันทั้งฝ่ายก่อน
แล้วการนำมาซึ่งการทาบทามสู่ขอแบบไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อนแบบนี้
มันก็ยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนใจกับทั้งคุณทั้งแฟนเข้าไปอีก
ต่อให้แต่งไป เรื่องนี้มันก็เป็นแผลในใจของคุณทั้งคู่ตลอดไปอยู่ดี
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว จะไปต่อหรือพอแค่ไหน มีแค่คุณที่รู้ดีที่สุดค่ะ คนในนี้ตอบไม่ได้หรอก
คบมาตั้ง 20 ปี จะมาให้คนที่อ่านกระทู้แค่ 5 นาทีช่วยตัดสินให้ได้ไง
Chai Tea Latte ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5832049 ถูกใจ, เสือคุง ถูกใจ, โหมดความเข้ากันได้ ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1559314 ถูกใจ, *~ Chocolate Factory ~* ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7853478 ถูกใจ, ครูอังกฤษขอเล่า ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจรวมถึงอีก 62 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 33
เห็นกระทู้เมื่อ 3 ปีที่แล้วบอกอายุ 36 ปัจจุบันน่าจะ 39 มั้ยคะ ทำไมกระทู้นี้ลดเหลือ 35 😅
เห็นตั้งกระทู้เรื่องแต่งงานมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน เรื่องก็ซ้ำๆเดิม คิดว่าไม่น่ามีอนาคตกับผู้ชายคนนี้แล้วแหละค่ะ เค้าไม่อยากแต่งงานกับคุณ ถ้าคุณกับครอบครัวไม่โอเค ก็ move on เถอะค่ะ จะสี่สิบแล้ว จะเลยวัยสืบพันธุ์แล้วนะ 🥹
ถ้าจะคบต่อก็คงได้แค่นี้แหละค่ะ อ่านๆดูจากกระทู้เก่า ก็ได้เจอกันปีละไม่กี่ครั้ง ก็ไม่เหมาะจะสร้างครอบครัวอยู่แล้ว
เห็นตั้งกระทู้เรื่องแต่งงานมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน เรื่องก็ซ้ำๆเดิม คิดว่าไม่น่ามีอนาคตกับผู้ชายคนนี้แล้วแหละค่ะ เค้าไม่อยากแต่งงานกับคุณ ถ้าคุณกับครอบครัวไม่โอเค ก็ move on เถอะค่ะ จะสี่สิบแล้ว จะเลยวัยสืบพันธุ์แล้วนะ 🥹
ถ้าจะคบต่อก็คงได้แค่นี้แหละค่ะ อ่านๆดูจากกระทู้เก่า ก็ได้เจอกันปีละไม่กี่ครั้ง ก็ไม่เหมาะจะสร้างครอบครัวอยู่แล้ว
สมาชิกหมายเลข 3788496 ขำกลิ้ง, moopeepink ถูกใจ, Paracrine ถูกใจ, *~ Chocolate Factory ~* ถูกใจ, Swenoeus ถูกใจ, ครูอังกฤษขอเล่า ถูกใจ, No need to carry on ถูกใจ, วัยรุ่นผู้เคว้งคว้างกับชีวิต ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3350724 ถูกใจ, ไม้ขีดก้านสุดท้าย ถูกใจรวมถึงอีก 18 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
คบกันตั้ง 20 ปียังไม่ได้แต่งงานเป็นเรา 5 ปีไม่คุยเรื่องแต่งงานก็เลิกกันหาคนใหม่แล้วคบกันตั้ง 20 ปีแล้วแต่งงานป่านนี้ลูกโตแล้ว
ของีบแป๊บนึงน้า ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, Paracrine ถูกใจ, *~ Chocolate Factory ~* ถูกใจ, ครูอังกฤษขอเล่า ถูกใจ, No need to carry on ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3350724 ถูกใจ, ไม้ขีดก้านสุดท้าย ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1035970 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 5311812 ถูกใจรวมถึงอีก 19 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
20ปี แล้วมาบอกว่าบังคับแต่ง
ฟังดูชัดเจน..และคุณคงรู้.. เขาไม่ได้อยากอยู่ด้วยแบบมีพันธะ ไม่ได้อยากดูแลอะค่ะ
ที่เหลือ คุณเลือกเอง..
ฟังดูชัดเจน..และคุณคงรู้.. เขาไม่ได้อยากอยู่ด้วยแบบมีพันธะ ไม่ได้อยากดูแลอะค่ะ
ที่เหลือ คุณเลือกเอง..
Chai Tea Latte ถูกใจ, เรียมเอง ถูกใจ, *~ Chocolate Factory ~* ถูกใจ, ครูอังกฤษขอเล่า ถูกใจ, No need to carry on ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3350724 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 853612 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1035970 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 5311812 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1524840 ซึ้งรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
คบกับแฟนเกือบ 20 ปี จึงบอกให้พาแม่มาคุยกับทางบ้าน แต่แฟนบอกว่า **เราบังคับเขา***
เรากับแฟนคบกันมาเกือบ 20 ปี แฟน 42 เรา 35 ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยคุยเรื่องแต่งงานเลย จนเราคิดว่ามันนานมากแล้ว จนแม่เข้าใจว่าเราเลิกกัน เลยพยายามจับคู่เรากับคนอื่น (เราและแฟนไม่ได้อยู่ด้วยกัน) เราจึงบอกให้แฟนพาแม่มาบ้านหน่อย แค่มาเยี่ยมพ่อกับแม่เรา เพื่อให้ทางครอบครัวเรารู้ว่าเราสองคนยังคบกันอยู่ เรากำชับแม่แฟนว่า อย่าเพิ่ง ห้ามคุยเรื่องแต่งงาน เพราะเราตั้งใจว่าสักอีก 1 ปีค่อยแต่ง
แฟนพาแม่เขามาตามที่เราขอ แต่แม่ด้วยความอยากให้เราแต่งงานไวที่สุดเลยคุยเรื่องสินสิดทองหมั้นเองเลย โดยที่ไม่ได้ปรึกษาแฟน แต่เราก็ขอตาอไปอีกปีได้
ไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์วันนั้น แฟนพูดกับเราว่า *****เราบังคับให้เขามาคุยเรื่องแต่งงาน บังคับให้เขาพาแม่มา บังคับให้พี่เป็นแฟนเรา****
แถมท้าย คือ บอกว่าเวลาเราทะเลาะกันเราชอบงอน (ตั้งแต่คบกันมาเราและแฟนเคยทะเลาะกันหนักสุดแค่ครั้งเดียว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว (หนัก คือ ไม่พูดกันเลยทั้งเดือน สาเหตุ เพราะช่วงนั่นพี่แกไม่ยอมหางานทำ เราให้ไปสมัครที่ไหนก็ไม่ไป เราทำงานคนเดียวทั้งค่ารถ ค่าบ้าน มันเหนื่อยมากช่วงนั่น
แฟนมักจะยกแต่เหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้วนี้มาพูดกับเราตลอด จนเราบอกแฟนไปว่า คิดลบมากไป เอาแต่เหตการณ์ทะเลาะกันครั้งเดียวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาตัดสินทั้งชีวิตของเราและในอนาตคเราว่าเรากับแฟนต้องเจอแบบนี้อีก
ทุกวันนี้เราตั่งคำถามกับตัวเองว่า ***ตลอดเวลาที่คบกันเราแย่ขนาดนี้เลยเหรอ *** เคยถามแฟนแต่ก็ไม่ได้ได้คำตอบ แกเลือกที่จะเดินหนีเลี่ยงไม่ตอบไป
เราจะไปต่อหรือพอแค่นี้??????
หมายเหตุ ; แฟนเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เป็นคนดีมาก ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ขยันทำมาหากิน ดูแลครอบครัว เอาใจใส่ทั้งเราและคนรอบข้างเรา ครอบครัวเราดีมาก เขาเป็นแฟนคนแรกและคนเดียวของเรา เวลามีงานทีาบ้านเราแกก็มาช่วยงานเราตลอด และแฟนก็เป็นผู้ชายในอุดมคติเรา
****เราอยากเลิกกับเขา แต่ทุกครั้งของเวลาเราอยากบอกเลิก ภาพความทรงจำของคำว่าผู้ชายแสนดีๆมันผุดมาตลอด พูดง่ายๆ คือ เราหาข้อเสียในการบอกเลิกเขาไม่ได้******
มีเพียงคำพูดเดียวที่มันตอกย้ำเรา คือ คำว่า ***เราบังคับแกมาเป็นแฟน บังคับให้พาแม่มาคุยเรื่องแต่งงาน****
เราจะเดินต่อหรือจะพอแค่นี้???????