กลรักสาวมีนกร ตอนที่ 1 ( ต่อ )

กระทู้คำถาม
“ คุณหนูมัจฉา ”  ชลธีจับมือของมัจฉาเอาไว้พร้อมกับหันหลังกลับไป รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าแต่สีหน้าและแววตาไม่ค่อยสู้ดีนัก ชลธีเดาได้ไม่ยากรับรู้ถึงความรู้สึกของมัจฉาได้เป็นอย่างดี  ชลธีจับมือของมัจฉาแนบไว้ระหว่างอกพร้อมกับสวมกอด  
“ แกทะเลาะกับป้าเพ็ญมาอีกแล้วใช่ไหม ”  มัจฉาพยักหน้า 
 “  วันนี้ฉันต้องไปสมัครเรียนกับคุณนายแต่ฉันเลือกที่จะไปรายงานตัวเข้าเรียนที่วิทยาลัยประมง  คุณนายโกรธฉันมาก ”  ชลธีสัมผัสได้ถึงความทุกข์ภายในใจของมัจฉา เขากุมมือของมัจฉาเอาไว้ทั้งสองคนเดินจูงมือกันหยุดยืนมองกอบัวอยู่ตรงริมตลิ่ง  ต้นบัวจำนวนมากเจริญเติบโตอยู่ภายในบึง  กอบัวบางหย่อมกำลังออกดอก บางหย่อมดอกกำลังบานสะพรั่ง  ชลธีชวนมัจฉาไปพายเรือเล่น 
“ เมื่อไหร่คุณนายจะยอมฟังฉันเลิกบังคับให้ฉันทำตามที่ใจต้องการสักที ” ชลธีพยักหน้า 
“ ป้าเพ็ญรู้หรือเปล่าว่าแกมาหาฉัน ” มัจฉาส่ายหน้า 
“ วันนี้ฉันขอหยุดพักเรื่องของคุณนายไว้สักหนึ่งวัน ฉันเหนื่อย  ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าคุณนายไม่เคยรักฉัน คุณนายรักพี่พุดคนเดียวทั้ง ๆ ที่ฉันก็เป็นหลานของคนนายเหมือนกัน ทำไมคุณนายทำกับฉันเหมือนกับฉันเป็นคนอื่น  ”
“ ทำไมป้าเพ็ญจะไม่รักแกละ บางทีคนเราอาจมีวิธีการแสดงความรักที่แตกต่างกัน รักแต่ไม่แสดงออก เคยได้ยินคำนี้ไหม ”  
“ อือ ”
“ แกเป็นคนที่สำคัญในชีวิตของฉัน  แกเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักรองจากแม่  แกรู้ไหมฉันทั้งรักและเป็นหวง  คุณหมอชลธีรักคุณหนูมัจฉา ” ชลธีตะโกนเสียงดัง มัจฉาแอบยิ้ม     
“ รักฉันทำไมไม่ให้พ่อกับแม่ยกขันหมากมาขอสักทีละ  ฉันอยากย้ายบ้านมาอยู่กับแกที่นี้  ”  ชลธียิ้ม
“ แกก็รู้อยู่แกใจว่าฉันชอบผู้ชาย ฉันรักแกในสถานะของเพื่อนไม่ได้รักแกในเชิงชู้สาว x bgh6w2errrrrrrrrrrrrrrrrrr
 มัจฉาลุกขึ้นกระโดดลงในบ่อว่ายน้ำมาเกาะขอบเรือ 
“ ไอ้มัจแกทำบ้าอะไรเนี่ย ฉันตกใจหมดเลย คราวหลังแกอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ ”
ชลธีพามัจฉากลับมาเปลี่ยนเสื้อที่บ้าน ชลธีและสมรกำลังช่วยกันเตรียมอาหารเย็นอยู่ตรงระเบียงบ้าน มัจฉานั่งลง ชลธีตักข้าวใส่จานยื่นให้มัจฉา 
“ วันนี้มีคะน้าหมูกรอบของชอบแกด้วย ”   ชลธีตักคะน้าหมูกรอบใส่จานข้าว  มัจฉายิ้มให้ชลธี 
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ชลธีชวนมัจฉามานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินตรงท้ายสวน มัจฉาโน้มตัวลงนอนหนุนตักของชลธี  เขาใช้มือลูบผมของมัจฉาเบา ๆ แสงสีส้มของพระอาทิตย์ค่อย ๆ  เลื่อน ๆ  หายไป   ชลธีขับรถมาส่งมัจฉาที่บ้าน  มัจฉาหยุดยืนมองคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าเดินอ้อมไปทางหลังบ้านไม่ต้องการเจอเพ็ญจันทร์  
“ ไอ้เด็กคนนี้ดื้อจริง ๆ ฉันห้ามอะไรไม่เคยฟัง ”   เพ็ญจันทร์พูดกับตนเอง  
หน้าวิทยาลัยประมงในตอนเช้า นักศึกษาชายหญิงทยอยเดินเข้ามาภายในวิทยาลัย แนวต้นสนทอดยาวทั้งสองฝากทางเข้า มองเห็นลานเสาธงอยู่ไกล ๆ ระหว่างทางเดินมีคูน้ำเล็ก ๆ บรรยากาศภายในวิทยาลัยร่มรื่น มัจฉาสวมชุดช๊อปยืนรอเพื่อน             ๆ อยู่ตรงศาลาริมน้ำหน้าวิทยาลัย  
“ ไอ้มัจ  !  แกทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยังวะ ขอลอกกหน่อยดิ ฉันยังไม่ทำ ”   
“ เสร็จแล้ววะ เชิญคุณหนูจอยลดาลอกได้ตามสบายเลยคะ  ”  มัจฉาเปิดกระเป๋าหยิบสมุดให้จอยลดา  จอยลดารีบเปิดสมุดการบ้านของมัจฉานั่งลอกการบ้านระหว่างเพื่อนคนอื่น ๆ ที่กำลังมา
“ ใกล้ถึงเวลาเข้าแถวแล้วเมื่อไหร่ไอ้กุ้ง ไอ้อีส ไอ้เอ้ ไอ้เดซี่ คุณนายสายเสมอ   ”   รถเมล์จอดเทียบฟุตบาท กุ้งทิพย์ อีสรา เอกชัย และ เดซี่เดินลงมาจากรถทั้งหมดรีบวิ่งมาหามัจฉากับจอยลดาที่ศาลาริมน้ำหน้าวิทยาลัย   เสียงเพลงเคารพธงชาติดังขึ้น นักศึกษาชายหญิงเตรียมตัวทยอยกันเดินไปลานเสาธงเตรียมตัวเข้าแถวเคารพธงชาติ กลุ่มของมัจฉายังนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าวิทยาลัย ทุกคนรีบวิ่งเข้ามาภายในวิทยาลัย
“ ไม่ทันแล้ว ”   เสียงเพลงเคารพธงชาติเงียบลง กิจกรรมหน้าเสาธงสิ้นสุดลงกลุ่มของมัจฉายังเดินมาถึงลานเสาธง
 สุปราณีย์เป็นครูประจำชั้นของมัจฉาและยังเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง  ความดุและเจ้าระเบียบของสุปราณีย์เป็นที่รู้จักกันดี
“ เจ๊เบียบมาโน้นแล้ว วันนี้ไม่ใช่วันพระฉันไม่อยากฟังเทศ ”  เสียงบ่นของอีตทำให้ทุกคนทำหน้าเซ็งเหมือนกับคนเบื่อโลก 
“ พวกเธอทั้งหมดหยุดอยู่ตรงนั้น จัดแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง   ”   มัจฉาและทุกคนเคลื่อนตัวจัดแถวตามคำสั่งของสุปราณีย์ด้วยความรวดเร็ว  
“ ที่บ้านไม่มีนาฬิกาหรือว่ามีแล้วไม่สนใจถึงได้มาเรียนสายกันทุกวันแบบนี้ นี่ต้องให้ครูรอจนถึงน้ำท่วมหลังเต่าก่อนใช่ไหมพวกเธอถึงได้มาเรียนตรงเวลากันได้  ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วอย่ามัวเถลไถลอยู่อีกละ  รีบเข้าโรงเรียน ”
“ รับทราบ ” 
อาคารหนึ่งชั้นสองชั่วโมงเรียนวิชาชีววิทยาปลา  นักศึกษาทุกคนกำลังศึกษาดูโครงกระดูกของปลาชนิดต่าง ๆ  ภายในห้องเรียนมีโครงกระดูกปลาวางไว้โต๊ะจำนวนหลายสิบตัวอย่าง นักศึกษากำลังศึกดูรายละเอียดพร้อมทั้งซักถามรายละเอียดต่าง ๆ กับอาจารย์ผู้สอน  มัจฉาเลือกเรียนสาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและในตอนนี้เธอกำลังวาดรูปโครงกระดูกของปลาแต่ละโต๊ะด้วยความชำนาญ   กลุ่มของมัจฉาไม่กินเส้นกับกลุ่มของน้ำหวานทำให้ทั้งสองกลุ่มมีเรื่องให้ต้องกระทบกระทั่งเกือบทุกครั้งที่เจอกัน    
“ เกะกะมายืนอะไรตรงนี้ ”   น้ำหวานพูดกระแทกมัจฉาที่กำลังวาดรูปแต่วันนี้มัจฉาไม่สนใจในคำพูดของน้ำหวานเพราะกำลังเพลินอยู่กับการวาดรูป
“ มีทางให้เดินตั้งเยอะทำไมไม่เดิน ทำไมมาเดินทางนี้ ”
“ ฉันพอใจที่จะเดินทางนี้ แกจะทำไม  ”
“ ไอ้จอย แกอย่าเสียเวลาไปพูดกับสัตว์หน้าขน  สัตว์ก็คือสัตว์ไม่มีวันเข้าใจภาษามนุษย์ได้หรอก ”
“  อีมัจแกว่าใคร ”
“ ไม่ได้ว่าใครพูดลอย ๆ ”  น้ำหวานโกรธมากกำลังเปิดศึกมีเรื่องกับมัจฉา สุปราณีย์เดินเข้ามาพอดีทำให้ทั้งคู่เลิกแล้วต่อกันไปพักหนึ่ง   
“  ใครมีอะไรสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหนบ้าง ยกมือถามครูได้นะคะ ”
“  มัจฉาค่ะอาจารย์ ”  น้ำหวานตะโกนโพล่งออกมาพร้อมกับแลบลิ้นใส่มัจฉานั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“ ไม่มีคำถามค่ะอาจารย์ ”
“  จ๊ะ ถ้าหากมัจมีคำถามหรือว่ามีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนถามครูได้ตลอด วันนี้พอแค่นี้ ”  
โรงอาหารก่อสร้างด้วย มุงด้วยกระเบื้อง ทาสีอย่างง่าย ๆ  ภายในเป็นพื้นที่โล่งกว้างมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มจำนวนไม่มากนักแต่เพียงพอสำหรับนักศึกษาทั้งหมดในวิทยาลัย นักศึกษาชายหญิงทยอยเดินเข้ามาภายในโรงอาหาร บรรยากาศในโรงอาหารในช่วงกลางวันมีแต่เสียงพูดคุย  นักศึกษาบางกลุ่มจับกลุ่มกันนั่งกินข้าว บางกลุ่มยืนเข้าแถวรออาหารจากแม่ค้า             มัจฉาพร้อมกับเพื่อน ๆ เข้ามาภายในโรงอาหารเดินไปวางสัมภาระโต๊ะประจำตรงประตูทางหลังเข้าโรงอาหาร  วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของมัจฉา 
“ สุขสันต์วันเกิด พวกเราขออวยพรให้แกมีความสุขมาก ๆ  คิดอะไรสมปรารถนาทุกเรื่องและขอให้แกเก็บความลับไม่ให้อาจารย์สุปราณีย์รู้ความจริงได้จนกระทั่งแกเรียนจบ ”   มัจฉายิ้มเพื่อนทุกคนโผเข้ากอด  
“  ขอบใจพวกแกมาก  ”  ทุกคนพร้อมใจกันจัดงานวันเกิด เค้กถูกแบ่งออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ  แจกให้กับทุกคนจนครบ  บนโต๊ะมีเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยววางอยู่บนโต๊ะจำนวนมาก ทุกคนกำลังสนุก ความสนุกกำลังเลือนหายไปเมื่อกลุ่มของน้ำหวานเดินเข้ามา ทุกคนมองหน้ากันรับรู้ถึงการมาของน้ำหวาน
“ เมื่อตะกี้ฉันได้ยินว่า วันนี้เป็นวันตายของใคร อุ้ย ! ไม่ใช้สิ วันเกิดของใคร ”
“ วันตายของแก  อีน้ำเน่า อิทังเมญตินัง  โหตุ สุขิตา โหตุ ญาตะโย จงเป็นสุขเถิดอย่าได้มีเวรต่อกันเลย  ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแกพวกสัมเภวี เปรตทั้งหลายด้วยเทอญ ”  มัจฉาสาดน้ำใส่หน้าน้ำหวานจนหมดแก้ว  น้ำหวานร้องกรี๊ดออกมาอย่างไม่พอใจ  
“ อีมัจ !  ฉันยังไม่ตายและไม่ต้องการเศษบุญจากแก  ”
“ มัจ !  ใจเย็น อย่ามีเรื่องกันเลย ” กุ้งทิพย์เขย่าแขนมัจฉาเบา ๆ มัจฉาเงียบ
“ อีลูกกำพร้า  อีลูกกรรมกรน้ำหน้าอย่างแกเป็นได้แค่เด็กล้างจานในร้านหมูกะทะ ขาดพ่อไร้แม่ชาตินี้คงเป็นได้แค่นี้  ” มัจฉาชกหน้าของน้ำหวานอย่างแรงจนเลือดกลบปาก   น้ำหวานเอามือแตะตรงมุมปาก มัจฉายิ้มตรงมุมปาก 
“ หงส์ปีกหักอย่างแกต้องโดนแบบนี้ถึงจะได้หุบปาก อีน้ำเน่า ! แกหยุดเห่าสักทีได้ไหม  ฉันรำคาญเสียงของแกมาก  ”  มัจฉาตบหน้าน้ำหวานพร้อมทั้งเอาขนมปังยัดใส่ปากพร้อมทั้งหยิบแก้วน้ำน้ำอัดลมราดใส่หัว น้ำหวานกรี๊ดออกมาด้วยความโกรธ  ในขณะที่จอยลดา กุ้งทิพย์   เดซี่ และเอกชัยช่วยมัจฉาจัดการพวกของน้ำหวาน อาหาร เครื่องดื่มที่วางไว้บนโต๊ะถูกหยิบขึ้นมาเป็นอาวุธทำร้ายฝ่ายตรงข้ามต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายไปหมด  มาริษาเดินผ่านเข้ามาเหตุการณ์พอดีรีบเดินไปหาสุปราณีย์ที่ห้องปกครอง
“ อาเกิดเรื่องใหญ่แล้ว มัจฉากับน้ำหวานมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่โรงอาหาร ”  สุปราณีย์พร้อมกับมาริษารีบเดินไปโรงอาหารในทันที  ในขณะที่กลุ่มของมัจฉาและกลุ่มของน้ำหวานกำลังมีเรื่องทะเลาะกันโดยไม่ได้สังเกตว่าสุปราณีย์กับมาริษายืนมองอยู่
“ หยุดเดี๋ยวนี้ ! นี่มันเกิดอะไรขึ้นมีใครอธิบายให้ครูฟังได้บ้าง ทุกคนไปพบครูที่ห้องปกครอง  ”  หลังจากเหตุการณ์สงบลงทุกคนไปหาสุปราณีย์ที่ห้องปกครอง บรรยากาศภายในห้องดูตึงเครียดเงียบจนได้ยินเสียงหายใจ สุปราณีย์ยืนกอดอกมองลูกศิษย์ของตัวเองด้วยความไม่พอใจ 
“  พอจะมีใครตอบครูได้ไหมว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเธอถึงได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ”  ทุกคนเงียบไม่มีใครตอบคำถามของสุปราณีย์แม้แต่คนเดียว ความเงียบของทุกคนยิ่งทำให้สุปราณีย์โกรธ
“ มัจฉา ! ตอบครูมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ”
“ อย่างที่ครูเห็นละคะ ”
“   โรงอาหารกลายเป็นสนามรบ วิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถานศึกษาไม่ใช่สถานที่ที่พวกเธอจะมายกพวกตีกันแบบนี้ พึงระลึกไว้ว่าตัวเองเป็นนักศึกษาไม่ใช่นักเลง ไอ้กุ้ยข้างถนนที่ใช้กำลังแก้ปัญหา  วันพรุ่งนี้ครูขอพบผู้ปกครองของพวกเธอทุกคน  ”  
“ หมายความว่ายังไงคะ ” น้ำหวานเอ่ยถามสุปราณีย์เพื่อความแน่ใจ
“ หมายความอย่างที่พูดนั้นแหละ วันพรุ่งนี้ครูเชิญผู้ปกครองพวกเธอทุกคนมารับทรายความประพฤติและครูขอสั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามไปจ้างใครมาเป็นผู้ปกครองของเธอเด็ดขาด ”   สุปราณีย์ยื่นจดหมายซองสีขาวให้กับทุกคน มัจฉาถอนหายใจกังวลใจกลัวสุปราณีย์โทรไปบอกเพ็ญจันทร์ 
“ ไอ้มัจ !  แกซวยแล้ว ความลับของแก นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้มันจะไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เรื่องในวันนี้ถ้าหากป้าของแกรู้เข้ารับรองงานนี้แกตายเป็นผีโดยไม่เผากลายเป็นผีไม่มีหลุมแน่นอน  ”
“ ฉันจะให้คุณนายรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดถ้าไม่อย่างนั้นฉันกลับไปโดนไม้เรียวแน่ ”  มัจฉาถึงหวั่นใจกังวลอยู่เหมือนกันกลัวเพ็ญจันทร์จะรู้เรื่อง มาริษาเดินมาหามัจฉาพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล
“ เป็นไงบ้างไอ้น้องรัก มีเรื่องไม่เว้นวันเลยนะ พี่ซื้อยามาให้ นั่งลงก่อนสิพี่ทำแผลให้ ”  
“ แผลเล็กนิดเดียวเองไม่เห็นต้องซื้อยามาให้มัจเลยเปลืองเงินเปล่า ๆ ”
“ มัจจะจัดการปัญหาในวันนี้ยังไง รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องแบบนี้ป้าเพ็ญชอบยังจะทำอีกแล้ววันพรุ่งนี้มัจจะเอาใครมาเป็นผู้ปกครอง  ”
“ มัจคงให้เข้มกับไอ้เบิ้มปลอมตัวเป็นผู้ปกครอง ครูสุจะได้ไม่สงสัยเพราะวันรายงานตัวมัจให้สองคนนั้นเป็นผู้ปกครองของมัจ ”
“ เจอกันที่บ้าน วันนี้พี่มีนัดกับพุด ”  
“ มัจฝากจดหมายเชิญผู้ปกครองทิ้งลงถังขยะด้วยแล้วกัน วันนี้มีนัดอาจจะกลับค่ำหน่อย เจอกันที่บ้านนะคะพี่ษา ”   
ชลธียืนรอก้องภพอยู่หน้าห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ก้องภพเป็นแฟนของชลธีทั้งคู่คบกันตั้งแต่เรียนมัธยมต้น  ชลธีรักผู้ชายคนนี้มากทั้ง ๆ ก้องภพนิสัยไม่ดีสักเท่าไหร่ มัจฉาเคยเตือนให้ชลธีแต่เขาไม่เชื่ออยากที่มัจฉาบอก  เพื่อน ๆ ของชลธีทุกคนไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วชลธีเป็นเกย์มีรสนิยมรักเพศเดียวกันมีเพียงมัจฉาคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้    
“ เลิกเรียนแล้ววันนี้เราไปดูกันไหม ”  
“ วันนี้ฉันมีนัดกับมัจฉา ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ”
“ อีนางทอม อีนางมารขัดความสุข ”   ก้องภพบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ เธอพูดว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยินไม้ถนัด ”
“  ฉันบอกว่า ตามสบายเลย เราค่อยไปวันหลังกันก็ได้ ”
“ ขอบใจมากนะก้อง  ฉันขอตัวก่อน ”  ก้องภพเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมัจฉาทั้งสองคนไม่ถูกกันเอาเสียเลยต่อหน้าชลธีทั้งคู่แกล้งเป็นมิตรที่ดีต่อกันแต่ลับหลังชลธีกัดเหมือนกับหมา  
เจ๊นุชลำซิ่งร้านอาหารอีสานประจำหมู่บ้านตั้งอยู่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน เข้ม 
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งนิยาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่