สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และคนในครอบครัว
... เริ่มเลยแล้วกันเนาะ สมัยนั้น ฉันอยู่ช่วงป.5 ฉันจะอยู่บ้านกับยาย พ่อ แม่ อยู่กัน4คน ปกติฉันจะนอนกับยายทุกวันไม่ค่อยนอนกับพ่อแม่ เพระายายเป็นคนเลี้ยงฉันมาแต่เล็กๆ วันนั้นคือเพื่อนของยายเสียด้วยโรคประจำตัว นามสมมติยายมี บ้านยายมีจะติดกับบ้านฉันเลย และคืนนั้นจะมีงานเทศกาลของตำบล
...คืนนั้นพระเริ่มสวดคืนแรก พ่อฉันไปช่วยงานศพของบ้าน ส่วนแม่ก็ไปงานเทศกาลตำบล คืนแรกก็ปกติ งานศพดำเนินการปกติไม่มีอะไรแปลก
ตื่นเช้ามายายและฉันก็อยู่ช่วยงานศพยายมีจนถึงช่วงบ่าย และกลับบ้านมาพักผ่อนกัน ยายของฉันเผลอหลับด้วยความเพลียฉันนั่งดูทีวีข้างๆยาย สักพักยายสะดุ้งตื่นและถามว่า 'มีใครมาที่บ้านมั้ย' ฉันก็ทำน่างง แต่ไม่ได้ตอบอะไรแค่ส่ายหัวแบบงงๆ แต่ไม่ได้ถามอะไรกลับ..พอตกเย็น ฉันกับยายก็ดูทีวีตามปกติ และไฟตกอยู่ครู่นึง จากนั้นมาด้วยเสียงนกแสก ดังดังมาก ดังก้องไปทั่วฟ้า ตอนนั้นในใจฉันรู้สึกสับสนคิดแค่ว่าเคยได้ยินว่า 'นกแสกเกาะหลังคาบ้านไหนบ้านหลังนั้นจะมีคนตาย' ฉันคิดในใจว่าคงเกาะบ้านที่มีงานศพรึป่าว เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ฉันกับยายก็หันน่ามองกันแล้วนั่งเงียบ สักพักไฟมาปกติ เสียงนกแสกเงียบสนิท
...คืนที่ 2 ของการสวดศพ หลังจากตอนเย็นเสียงนกแสกเงียบไป พ่อฉันก็ออกไปช่วยงานศพยายมีปกติ ส่วนแม่ก็ไปงานเทศบาลคือไปขายกับข้าว ฉันเข้านอนกับยาย สักพักก็นึกขึ้นได้ ว่าที่ร.ร ให้เตรียมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เลยเดินมาหาของและเตรียมของอุปกรณ์ต่างๆใส่ในกระเป๋านักเรียก แล้วเหลือบไปเห็นยายตัวเอง ลงบันไดมากินกล้วยและกินน้ำ ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร ยายคงหิวเลยลงมาหาอะไรร้องท้อง ยายตะโกนถามฉันว่า 'เสร็จรึยัง นอนเร็วๆเดี๋ยวตื่นสาย'
ฉันก็ตอบกลับปกติ ' จ้า ยายขึ้นไปนอนก่อนเลยหนูจะตามขึ้นไป' ยายขึ้นไปสักพัก ไฟก็ตกอีก ฉันก็ยืนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะในบ้านมืดมาก ฉันคลำหาราวบันได (บ้านฉันเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นบนเป็นไม้ ฉันและยายจะนอนชั้นบน พ่อกับแม่จะนอนห้างล่าง พอคลำเจอราวบันได ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เจอเงาที่คล้ายกับยายยืนด้านบนสุดของบันได คือนึกออกมั้ยว่าด้านบนจะเป็นห้องนอน แต่ตรงข้ามบันไดเป็นดาดฟ้าแสงจันทร์ที่ส่องทะลุช่องประตูดาดฟ้ามาตรงบันไดฉันเห็นเป็นเงายาย ยืนอยู่ ฉันเงยน่ามองด้วยความที่มองไม่ชัดฉันก็ถามออกไปว่า 'ยายมายืนทำไมตรงนี้เดียวก็ตกลงมาหรอก พอดีไฟตกนะมันมืดมากเลยนะ ' พอพูดจบฉันก้มคลำหาขั้นบันไดแล้วเงยน่าขึ้นไปดูยายอีกรอบ เอ้า..ยายเดินไปนอนละเร็วจัง แต่แปลกตรงที่ ปกติพื้นไม้เวลาเราเดินมันจะดังเอ๊ยดอ๊าดตลอดแต่เราก็ร็สึกไม่ดีละว่ายายเดินกลับไปนอนแต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงเดินว่ะ ฉันก็เอ่อ ชางเถอะขึ้นนอนดีกว่า ฉันมุดเข้าผ้าห่มนอนข้างยายปกติเหมือนทุกวัน
...ที่ผิดปกติของคืนนี้คือ ฉันเผลอหลับสนิไปและสะดุ้งตื่นพร้อมกับเสียงบทสวดพระ ตอนนั้นราวๆ3ทุ่ม คือฉันและยายจะนอนเร็วมาก สมัยก่อนเนาะ คนเฒ่าคนแก่ แค่1-2ทุ่มก็พาเข้านอนกันละ เสียงพระสวดฉันเข้าใจว่าเป็นงานศพ สักพัก เสียงยายหอบขึ้นมาเลยตอนแรกได้ยินคิดว่ายายหายใจแรง พอลุกขึ้นฟังอีกครั้งเป็ฯเสียงหอบๆปนเหนื่อยๆ ฉันก็พลิกตัวยายแล้วเรียก 'ยาย ยายเป็นอะไร ยายยยยย' เขย่าๆยายก็ไม่ตื่น พอได้สติรีบวิ่งลงบันไดตะโกนลั่นบ้านเรียกพ่อกับแม่ แต่คิดได้ว่าท่านไม่อยู่บ้านทั้ง2 รู้แค่ว่าต้องเรียกคนมาช่วย พ่ออยู๋ใกล้เราที่สุด ด้วยความที่ กลัว ใจสั่น ร้องไห้ ฉันวิ่งเท้าเปล่าออกจากบ้านตรงไปที่บ้านงานศพ (บ้านยายมีและฉันอยู่ติดกันจริง แต่บ้านฉันจะอยู่หัวซอยหันน่าออกถนน บ้านยายมีอยู่ในซอยติดหลังบ้านฉัน) ฉันวิ่งไม่สุดชีวิตไปถึงบ้านยายมี พระกำลังสวดกันอยู่ ฉันกวาดสายตามองหาพ่อตัวเองไล่ถามคนในงานว่าเห็นพ่อหนูมั้ย ต่างคนต่างชี้ไปด้านหน้า พ่อนั่งอยู่ตรงหน้าพระที่สวดอยู่ ฉันวิ่งลัดไปหาพ่อและตะโกนสุดเสียง ' ช่วยยายด้วย ยายเป็นอะไรไม่รู้ ช่วยยายด้วย ' ทั้งพูดทั้งร้องไห้และหอบเหนื่อยจากการวิ่ง น้ำตาไม่หยุดไหล คนในงานแตกตื่น บางส่วนที่เป็นญาติๆกันรีบวิ่งกรู่ ไปที่บ้านฉันตะโกนตามหลังว่า ' ยายนอนชั้น2 ' ป้าที่วิ่งมาถึงคนแรกรีบเข้าไปอุ้นยายทันที ส่วนพ่อหยิบกุญแจรถได้รีบสตาร์ทรถและถอยรถออกจากบ้านเปิดประตูรอป้าทันที่ ป้าอุ้มยายฉันลงจากชั้น2และขึ้นรถ กอดยายไว้ ฉันไม่ได้ตามไป เพราะสับสนและงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และด้วยความที่เราเป็นเด็กอยู๋แค่ป.5 ไม่รู้จริงๆว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ได้แต่ร้องไห้ ร้องไห้จนน้า ที่เป็นน้องสาวแม่ น้ามลดึงแขนเรียกสติฉัน แล้วพาฉันตามไปที่รพ.ฉันวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉินทั้งน้ำตา และทรุดนั่งลงตรงหน้าห้องฉุกเฉินญาติๆที่เห็นต่างพากันโผล่เข้ากอดฉันพ่อโทรเรียกแม่ที่ขายของอยู๋งานเทศกาลมารพ.แม่และฉันกอดกันร้องไห้ หมอให้ฉันและแม่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน ภาพที่เห็นคือ พยาบาลและหมอกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจ ช็อตก็แล้ว ปั๊มก็แล้ว สุดท้ายคือยายไม่รอด
....ฉันและทุกคนพากันแยกย้ายกลับบ้านเหลือแค่พ่อและแม่ที่ยังอยู่รพ.ส่วนฉันน้ามลพามานอนบ้านน้ามล ฉันหลับไปทั้งร้องไห้ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้วฉันนั่งคิด ว่าต้องเป็นเพราะเสียงนกแสกแน่ๆ ต้องใช่ เป็น อย่างทีคิดไม่ผิดแน่ หลังจากที่ยายเสีย งานศพยายมีวันที่ 3 คืนวันเผา ทางเหนือจะสวด2วันอีกวันก็เผาเลย หลังจากเผาศพยายมี น้ามลก็พาฉันกลับบ้าน และศพยายฉันก็มาถึงบ้าน ญาติๆต่างถามกันว่าเหตุการณ์อะไรขึ้น พอฉันเล่าให้ฟังทุกคนถึงกับทำหน้าตกใจและอึ้ง จากนั้นป้าที่อุ้มยายฉันลงจากชั้น 2 บอกฉันว่า ยายเอ็งจะไปยืนอยู่บนบันไดได้ไง หมอชันสูตรแล้วยายเอ็งหัวใจวายตั้งแต่3ชม.ก่อนที่จะถึงรพ.แล้ว
แต่ฉันยังเถียงว่าอยากลงมากินกล้วยหอมกินน้ำและเดินขึ้นไปนอนนะ พอมาคิดๆดู เอ่อว่ะ ก็ว่าทำไมที่ยายเดินไปนอนไม่ได้ยินเสียงพื้นไม้ดัง ซึ่งปกติแล้วจะดังเอี๊ยดอ๊าดตลอด ฉันไม่อยากให้ทุกคนเอาไปเล่าจึงไม่พูดต่อ
.....คืนแรกที่สวดศพทุกอย่างปกติ คืนที่สองก็ไม่มีอะไร แต่ฉันจะฝันทุกคืนว่ายายชอบมานั่งเล่นกับฉันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านทุกครั้ง ฉันฝันวนๆแบบนี้ค่ะ
วันเผาฉันเป็นคนที่รดน้ำศพ และฉันไม่ไปไหนยังยืนร้องไห้และมองศพยายอยู่แบบนั้น จนแม่ต้องเข้ามากอดและพาออกไปที่ศาลาจากนั้นก็ได้นำศพยายใส่โรงและเผา ......พอกลับบ้าน คืนนั้ฉันเพลียและง่วงจากการร้องไห้ติดกันมาสองสามวัน พ่อแม่ก็เข้านอน ฉันย้ายลงมานอนห้องข้างล่าง ข้างล่างจะมีสองห้องติดกัน พ่อแม่จะนอน1ห้อง อีกห้องคือท่านทำไว้ให้ฉันอยู่แล้วแต่ด้วยความที่เราโตมากับยายจึงชอบขึ้นไปนอนกับยายตลอด พ่อแม่ปิดไปนอน ฉันจะเป็นคนที่นอนแต่จะไม่ชอบปิดประตูคือแง้มไว้นิดๆให้แสงด้านนอกส่องเข้ามา หลับไปสักพัก รู้สึกแปลกๆ สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่น เห็นเป็นเงายายแสงที่ส่องลอดเข้าประตูเห็นเป็นยายจริงๆใส่ชุดผ้าไหมปักสีชมพู ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับวันที่ยายใส่วันเผา เพราะฉันเป็นคนเลือกชุดให้ยายเอง
ฉันหลับตาและลืมตามองอีกทีก็ยังเป็นเงาเหมือนเดิมแต่ฉันมองไม่เห็นหน้ายายเลยนะ ใจตอนนั้นคือกลัวมาก ค่อยๆยื่นมือไปที่โคมไฟพอกดสวิตโคมไฟได้เปิดโคมไฟ แล้วตะโกนเรียกพ่อกับแม่ดังมาก ท่านก็พากันออกจากห้องวิ่งมาหา ฉันบอกแค่กลัวมากตัวสั่นไปหมด พ่อแม่เลยเข้ามานอนก็ฉันในห้อง คืนนั้นก็หลับจนถึงเช้า เช้ามาก็เล่าให้ท่านฟัง พ่อก็บอกยายคงมาลาเรานั่นแหละ จากวันนั้นฉันก็รู้สึกเหมือนยายยังอยู่ยายวนเวียนรอบตัวฉัน เพราะตลอดที่อยู๋บ้านฉันซักผ้าจะต้องอุ้มตะกร้าผ้าและขึ้นไปตากบนดาดฟ้าโดยจะต้องเดินผ่านห้องยายไป ขึ้นไปบนชั้น2ทีไร กลิ่นที่เป็นกลิ่นน้ำอบของยายจะตลบอบอวบเสมอ และบางวันจะได้ยินเสียงพื้นไม้บนชั้นดังเอี๊ยดอ๊าด เหมือนมีคนเดินอยู่ทุกวัน ฉันชินกับเหตุการณ์พวกนี้ไปแล้ว ปัจจุบันฉันและครอบครัวได้ขายบ้านและที่ดินตรงนั้นมาสร้างบ้านที่เป็นพื้นที่ มรดกของยายที่ยายทิ้งไว้ให้แล้ว ทุกวันนี้ฉันยังคิดไม่ตกเรื่องที่ว่าหมอบอกยายตาย3ชม.ก่อนมารพ. แล้วก่อนหน้านั้นฉันคุยกับใคร และเห็นใครตอนไฟตก แต่ฉันก็ไม่อยากหาคำตอบ จบแล้วนะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ
เสียงนกแสก
... เริ่มเลยแล้วกันเนาะ สมัยนั้น ฉันอยู่ช่วงป.5 ฉันจะอยู่บ้านกับยาย พ่อ แม่ อยู่กัน4คน ปกติฉันจะนอนกับยายทุกวันไม่ค่อยนอนกับพ่อแม่ เพระายายเป็นคนเลี้ยงฉันมาแต่เล็กๆ วันนั้นคือเพื่อนของยายเสียด้วยโรคประจำตัว นามสมมติยายมี บ้านยายมีจะติดกับบ้านฉันเลย และคืนนั้นจะมีงานเทศกาลของตำบล
...คืนนั้นพระเริ่มสวดคืนแรก พ่อฉันไปช่วยงานศพของบ้าน ส่วนแม่ก็ไปงานเทศกาลตำบล คืนแรกก็ปกติ งานศพดำเนินการปกติไม่มีอะไรแปลก
ตื่นเช้ามายายและฉันก็อยู่ช่วยงานศพยายมีจนถึงช่วงบ่าย และกลับบ้านมาพักผ่อนกัน ยายของฉันเผลอหลับด้วยความเพลียฉันนั่งดูทีวีข้างๆยาย สักพักยายสะดุ้งตื่นและถามว่า 'มีใครมาที่บ้านมั้ย' ฉันก็ทำน่างง แต่ไม่ได้ตอบอะไรแค่ส่ายหัวแบบงงๆ แต่ไม่ได้ถามอะไรกลับ..พอตกเย็น ฉันกับยายก็ดูทีวีตามปกติ และไฟตกอยู่ครู่นึง จากนั้นมาด้วยเสียงนกแสก ดังดังมาก ดังก้องไปทั่วฟ้า ตอนนั้นในใจฉันรู้สึกสับสนคิดแค่ว่าเคยได้ยินว่า 'นกแสกเกาะหลังคาบ้านไหนบ้านหลังนั้นจะมีคนตาย' ฉันคิดในใจว่าคงเกาะบ้านที่มีงานศพรึป่าว เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ฉันกับยายก็หันน่ามองกันแล้วนั่งเงียบ สักพักไฟมาปกติ เสียงนกแสกเงียบสนิท
...คืนที่ 2 ของการสวดศพ หลังจากตอนเย็นเสียงนกแสกเงียบไป พ่อฉันก็ออกไปช่วยงานศพยายมีปกติ ส่วนแม่ก็ไปงานเทศบาลคือไปขายกับข้าว ฉันเข้านอนกับยาย สักพักก็นึกขึ้นได้ ว่าที่ร.ร ให้เตรียมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เลยเดินมาหาของและเตรียมของอุปกรณ์ต่างๆใส่ในกระเป๋านักเรียก แล้วเหลือบไปเห็นยายตัวเอง ลงบันไดมากินกล้วยและกินน้ำ ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร ยายคงหิวเลยลงมาหาอะไรร้องท้อง ยายตะโกนถามฉันว่า 'เสร็จรึยัง นอนเร็วๆเดี๋ยวตื่นสาย'
ฉันก็ตอบกลับปกติ ' จ้า ยายขึ้นไปนอนก่อนเลยหนูจะตามขึ้นไป' ยายขึ้นไปสักพัก ไฟก็ตกอีก ฉันก็ยืนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะในบ้านมืดมาก ฉันคลำหาราวบันได (บ้านฉันเป็นครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นบนเป็นไม้ ฉันและยายจะนอนชั้นบน พ่อกับแม่จะนอนห้างล่าง พอคลำเจอราวบันได ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เจอเงาที่คล้ายกับยายยืนด้านบนสุดของบันได คือนึกออกมั้ยว่าด้านบนจะเป็นห้องนอน แต่ตรงข้ามบันไดเป็นดาดฟ้าแสงจันทร์ที่ส่องทะลุช่องประตูดาดฟ้ามาตรงบันไดฉันเห็นเป็นเงายาย ยืนอยู่ ฉันเงยน่ามองด้วยความที่มองไม่ชัดฉันก็ถามออกไปว่า 'ยายมายืนทำไมตรงนี้เดียวก็ตกลงมาหรอก พอดีไฟตกนะมันมืดมากเลยนะ ' พอพูดจบฉันก้มคลำหาขั้นบันไดแล้วเงยน่าขึ้นไปดูยายอีกรอบ เอ้า..ยายเดินไปนอนละเร็วจัง แต่แปลกตรงที่ ปกติพื้นไม้เวลาเราเดินมันจะดังเอ๊ยดอ๊าดตลอดแต่เราก็ร็สึกไม่ดีละว่ายายเดินกลับไปนอนแต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงเดินว่ะ ฉันก็เอ่อ ชางเถอะขึ้นนอนดีกว่า ฉันมุดเข้าผ้าห่มนอนข้างยายปกติเหมือนทุกวัน
...ที่ผิดปกติของคืนนี้คือ ฉันเผลอหลับสนิไปและสะดุ้งตื่นพร้อมกับเสียงบทสวดพระ ตอนนั้นราวๆ3ทุ่ม คือฉันและยายจะนอนเร็วมาก สมัยก่อนเนาะ คนเฒ่าคนแก่ แค่1-2ทุ่มก็พาเข้านอนกันละ เสียงพระสวดฉันเข้าใจว่าเป็นงานศพ สักพัก เสียงยายหอบขึ้นมาเลยตอนแรกได้ยินคิดว่ายายหายใจแรง พอลุกขึ้นฟังอีกครั้งเป็ฯเสียงหอบๆปนเหนื่อยๆ ฉันก็พลิกตัวยายแล้วเรียก 'ยาย ยายเป็นอะไร ยายยยยย' เขย่าๆยายก็ไม่ตื่น พอได้สติรีบวิ่งลงบันไดตะโกนลั่นบ้านเรียกพ่อกับแม่ แต่คิดได้ว่าท่านไม่อยู่บ้านทั้ง2 รู้แค่ว่าต้องเรียกคนมาช่วย พ่ออยู๋ใกล้เราที่สุด ด้วยความที่ กลัว ใจสั่น ร้องไห้ ฉันวิ่งเท้าเปล่าออกจากบ้านตรงไปที่บ้านงานศพ (บ้านยายมีและฉันอยู่ติดกันจริง แต่บ้านฉันจะอยู่หัวซอยหันน่าออกถนน บ้านยายมีอยู่ในซอยติดหลังบ้านฉัน) ฉันวิ่งไม่สุดชีวิตไปถึงบ้านยายมี พระกำลังสวดกันอยู่ ฉันกวาดสายตามองหาพ่อตัวเองไล่ถามคนในงานว่าเห็นพ่อหนูมั้ย ต่างคนต่างชี้ไปด้านหน้า พ่อนั่งอยู่ตรงหน้าพระที่สวดอยู่ ฉันวิ่งลัดไปหาพ่อและตะโกนสุดเสียง ' ช่วยยายด้วย ยายเป็นอะไรไม่รู้ ช่วยยายด้วย ' ทั้งพูดทั้งร้องไห้และหอบเหนื่อยจากการวิ่ง น้ำตาไม่หยุดไหล คนในงานแตกตื่น บางส่วนที่เป็นญาติๆกันรีบวิ่งกรู่ ไปที่บ้านฉันตะโกนตามหลังว่า ' ยายนอนชั้น2 ' ป้าที่วิ่งมาถึงคนแรกรีบเข้าไปอุ้นยายทันที ส่วนพ่อหยิบกุญแจรถได้รีบสตาร์ทรถและถอยรถออกจากบ้านเปิดประตูรอป้าทันที่ ป้าอุ้มยายฉันลงจากชั้น2และขึ้นรถ กอดยายไว้ ฉันไม่ได้ตามไป เพราะสับสนและงง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และด้วยความที่เราเป็นเด็กอยู๋แค่ป.5 ไม่รู้จริงๆว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ได้แต่ร้องไห้ ร้องไห้จนน้า ที่เป็นน้องสาวแม่ น้ามลดึงแขนเรียกสติฉัน แล้วพาฉันตามไปที่รพ.ฉันวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉินทั้งน้ำตา และทรุดนั่งลงตรงหน้าห้องฉุกเฉินญาติๆที่เห็นต่างพากันโผล่เข้ากอดฉันพ่อโทรเรียกแม่ที่ขายของอยู๋งานเทศกาลมารพ.แม่และฉันกอดกันร้องไห้ หมอให้ฉันและแม่เข้าไปในห้องฉุกเฉิน ภาพที่เห็นคือ พยาบาลและหมอกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจ ช็อตก็แล้ว ปั๊มก็แล้ว สุดท้ายคือยายไม่รอด
....ฉันและทุกคนพากันแยกย้ายกลับบ้านเหลือแค่พ่อและแม่ที่ยังอยู่รพ.ส่วนฉันน้ามลพามานอนบ้านน้ามล ฉันหลับไปทั้งร้องไห้ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้วฉันนั่งคิด ว่าต้องเป็นเพราะเสียงนกแสกแน่ๆ ต้องใช่ เป็น อย่างทีคิดไม่ผิดแน่ หลังจากที่ยายเสีย งานศพยายมีวันที่ 3 คืนวันเผา ทางเหนือจะสวด2วันอีกวันก็เผาเลย หลังจากเผาศพยายมี น้ามลก็พาฉันกลับบ้าน และศพยายฉันก็มาถึงบ้าน ญาติๆต่างถามกันว่าเหตุการณ์อะไรขึ้น พอฉันเล่าให้ฟังทุกคนถึงกับทำหน้าตกใจและอึ้ง จากนั้นป้าที่อุ้มยายฉันลงจากชั้น 2 บอกฉันว่า ยายเอ็งจะไปยืนอยู่บนบันไดได้ไง หมอชันสูตรแล้วยายเอ็งหัวใจวายตั้งแต่3ชม.ก่อนที่จะถึงรพ.แล้ว
แต่ฉันยังเถียงว่าอยากลงมากินกล้วยหอมกินน้ำและเดินขึ้นไปนอนนะ พอมาคิดๆดู เอ่อว่ะ ก็ว่าทำไมที่ยายเดินไปนอนไม่ได้ยินเสียงพื้นไม้ดัง ซึ่งปกติแล้วจะดังเอี๊ยดอ๊าดตลอด ฉันไม่อยากให้ทุกคนเอาไปเล่าจึงไม่พูดต่อ
.....คืนแรกที่สวดศพทุกอย่างปกติ คืนที่สองก็ไม่มีอะไร แต่ฉันจะฝันทุกคืนว่ายายชอบมานั่งเล่นกับฉันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านทุกครั้ง ฉันฝันวนๆแบบนี้ค่ะ
วันเผาฉันเป็นคนที่รดน้ำศพ และฉันไม่ไปไหนยังยืนร้องไห้และมองศพยายอยู่แบบนั้น จนแม่ต้องเข้ามากอดและพาออกไปที่ศาลาจากนั้นก็ได้นำศพยายใส่โรงและเผา ......พอกลับบ้าน คืนนั้ฉันเพลียและง่วงจากการร้องไห้ติดกันมาสองสามวัน พ่อแม่ก็เข้านอน ฉันย้ายลงมานอนห้องข้างล่าง ข้างล่างจะมีสองห้องติดกัน พ่อแม่จะนอน1ห้อง อีกห้องคือท่านทำไว้ให้ฉันอยู่แล้วแต่ด้วยความที่เราโตมากับยายจึงชอบขึ้นไปนอนกับยายตลอด พ่อแม่ปิดไปนอน ฉันจะเป็นคนที่นอนแต่จะไม่ชอบปิดประตูคือแง้มไว้นิดๆให้แสงด้านนอกส่องเข้ามา หลับไปสักพัก รู้สึกแปลกๆ สะลึมสะลือกึ่งหลับกึ่งตื่น เห็นเป็นเงายายแสงที่ส่องลอดเข้าประตูเห็นเป็นยายจริงๆใส่ชุดผ้าไหมปักสีชมพู ซึ่งเป็นชุดเดียวกันกับวันที่ยายใส่วันเผา เพราะฉันเป็นคนเลือกชุดให้ยายเอง
ฉันหลับตาและลืมตามองอีกทีก็ยังเป็นเงาเหมือนเดิมแต่ฉันมองไม่เห็นหน้ายายเลยนะ ใจตอนนั้นคือกลัวมาก ค่อยๆยื่นมือไปที่โคมไฟพอกดสวิตโคมไฟได้เปิดโคมไฟ แล้วตะโกนเรียกพ่อกับแม่ดังมาก ท่านก็พากันออกจากห้องวิ่งมาหา ฉันบอกแค่กลัวมากตัวสั่นไปหมด พ่อแม่เลยเข้ามานอนก็ฉันในห้อง คืนนั้นก็หลับจนถึงเช้า เช้ามาก็เล่าให้ท่านฟัง พ่อก็บอกยายคงมาลาเรานั่นแหละ จากวันนั้นฉันก็รู้สึกเหมือนยายยังอยู่ยายวนเวียนรอบตัวฉัน เพราะตลอดที่อยู๋บ้านฉันซักผ้าจะต้องอุ้มตะกร้าผ้าและขึ้นไปตากบนดาดฟ้าโดยจะต้องเดินผ่านห้องยายไป ขึ้นไปบนชั้น2ทีไร กลิ่นที่เป็นกลิ่นน้ำอบของยายจะตลบอบอวบเสมอ และบางวันจะได้ยินเสียงพื้นไม้บนชั้นดังเอี๊ยดอ๊าด เหมือนมีคนเดินอยู่ทุกวัน ฉันชินกับเหตุการณ์พวกนี้ไปแล้ว ปัจจุบันฉันและครอบครัวได้ขายบ้านและที่ดินตรงนั้นมาสร้างบ้านที่เป็นพื้นที่ มรดกของยายที่ยายทิ้งไว้ให้แล้ว ทุกวันนี้ฉันยังคิดไม่ตกเรื่องที่ว่าหมอบอกยายตาย3ชม.ก่อนมารพ. แล้วก่อนหน้านั้นฉันคุยกับใคร และเห็นใครตอนไฟตก แต่ฉันก็ไม่อยากหาคำตอบ จบแล้วนะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ