อิสราเอลยกระดับไล่ล่า ‘ผู้นำฮามาส’ ในกาซา โจมตีเดือดสถานีจ่ายน้ำ-ค่ายผู้ลี้ภัย
https://www.dailynews.co.th/news/2869600/
กองทัพอิสราเอลขยายขอบเขตปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซามากขึ้นอีก โดยมีเป้าหมายเพื่อสังหารผู้นำกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน มีการโจมตีสถานีจ่ายน้ำ และค่ายผู้ลี้ภัยด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่านาย
โยอาฟ กัลลันต์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวถึงเป้าหมายสูงสุดของ ปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา คือการสังการนายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และนาย
โมฮัมเหม็ด เดอีฟ ผู้บัญชาการของอัล-กัสซัม ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายทหารของกลุ่มฮามาส
ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงเชื่อมั่นว่า ซินวาร์และเดอีฟ ซ่อนตัวอยู่ภายในโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินของฉนวนกาซา ที่สร้างโดยให้ทนต่อแรงระเบิด
ขณะที่การสู้รบในเขตทางเหนือของฉนวนกาซานั้น มีรายงานว่า ทหารอิสราเอลปิดล้อมเมืองกาซาซิตี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของฉนวนกาซา และมีการทิ้งระเบิดทำลายสถานีเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่
นอกจากนี้ สำนักข่าวแห่งชาตของปาเลสไตน์ ( วาฟา ) รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล สร้างความเสียหายให้กับค่ายผู้ลี้ภัยมากาซี ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง
ดุสิตโพลเผยปชช.หวังรบ.ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_636525/
สวนดุสิตโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังรัฐบาลทำตามนโยบายที่หาเสียงอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ ฝ่ายค้าเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์) สำรวจระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2566 พบว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อรัฐบาล ณ วันนี้ คือ อยากให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ร้อยละ 80.43 รองลงมาคือ แก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ร้อยละ 64.52 กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ ร้อยละ 62.65 บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 59.52 และ ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ คนยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ร้อยละ58.89
ส่วนสิ่งที่คาดหวังจากฝ่ายค้าน คือ ควรให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ ร้อยละ 78.70 รองลงมาคือ ทำงานในพื้นที่ เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ร้อยละ 76.56 , ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 67.38 ,เป็นฝ่ายค้านที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ร้อยละ 67.02 ร่วมมือในการทำงานกับรัฐบาล ร้อยละ 51.25
ผลงานของรัฐบาลที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การลดราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมัน ร้อยละ 51.54 , นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานร้อยละ 49.30 , ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ร้อยละ 49.11
ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การตั้งใจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 85.05 , สร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสังคมที่ทันสมัย เช่น เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ร้อยละ 69.16 ,การสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลร้อยละ 61.03 ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนการทำงานรัฐบาลในช่วง 2 เดือนแรกนี้ 5.52 คะแนน และให้คะแนนฝ่ายค้าน 5.86 คะแนน
ผลโพลในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าความหวังของประชาชนคือต้องการให้รัฐบาล “ทำตามนโยบาย” ที่ให้ไว้ ให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ด้านฝ่ายค้านเองก็มีผลงานที่เข้าตาในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ ๆ ในสังคม นับว่าเป็นบทบาทที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ในภาพรวม ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้คะแนนจากประชาชน “ผ่านแบบคาบเส้น” ในช่วงสองเดือนแรก หลังจากนี้ในระยะยาวจะสร้างผลงานได้ดีขึ้นหรือไม่ ก็ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายในการทำงานต่อไป
นิด้าปชช.มองควรแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นทุกกลุ่ม
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_636499/
นิด้าโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าควรแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาททุกกลุ่ม ไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน ใช้จ่ายร้านค้าใดก็ได้
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “
นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “
หลักเกณฑ์ การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “
นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 ระบุว่า จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านเกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด รองลงมา ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 62.60 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน รองลงมา ร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
JJNY : ยกระดับไล่ล่า ‘ผู้นำฮามาส’│ดุสิตโพลเผย หวังรบ.ทำตามที่หาเสียง│นิด้า ปชช.มองควรแจกเงินทุกกลุ่ม│จี้รัฐออกซอฟต์โลน
https://www.dailynews.co.th/news/2869600/
กองทัพอิสราเอลขยายขอบเขตปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซามากขึ้นอีก โดยมีเป้าหมายเพื่อสังหารผู้นำกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน มีการโจมตีสถานีจ่ายน้ำ และค่ายผู้ลี้ภัยด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่านายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวถึงเป้าหมายสูงสุดของ ปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา คือการสังการนายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และนายโมฮัมเหม็ด เดอีฟ ผู้บัญชาการของอัล-กัสซัม ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายทหารของกลุ่มฮามาส
ทั้งนี้ อิสราเอลยังคงเชื่อมั่นว่า ซินวาร์และเดอีฟ ซ่อนตัวอยู่ภายในโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินของฉนวนกาซา ที่สร้างโดยให้ทนต่อแรงระเบิด
ขณะที่การสู้รบในเขตทางเหนือของฉนวนกาซานั้น มีรายงานว่า ทหารอิสราเอลปิดล้อมเมืองกาซาซิตี ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของฉนวนกาซา และมีการทิ้งระเบิดทำลายสถานีเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่
นอกจากนี้ สำนักข่าวแห่งชาตของปาเลสไตน์ ( วาฟา ) รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล สร้างความเสียหายให้กับค่ายผู้ลี้ภัยมากาซี ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง
ดุสิตโพลเผยปชช.หวังรบ.ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_636525/
สวนดุสิตโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังรัฐบาลทำตามนโยบายที่หาเสียงอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ ฝ่ายค้าเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,132 คน (สำรวจทางออนไลน์) สำรวจระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2566 พบว่า สิ่งที่ประชาชนคาดหวังต่อรัฐบาล ณ วันนี้ คือ อยากให้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ร้อยละ 80.43 รองลงมาคือ แก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ร้อยละ 64.52 กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศ ร้อยละ 62.65 บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 59.52 และ ดูแลผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ คนยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ร้อยละ58.89
ส่วนสิ่งที่คาดหวังจากฝ่ายค้าน คือ ควรให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ ร้อยละ 78.70 รองลงมาคือ ทำงานในพื้นที่ เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ร้อยละ 76.56 , ติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 67.38 ,เป็นฝ่ายค้านที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ร้อยละ 67.02 ร่วมมือในการทำงานกับรัฐบาล ร้อยละ 51.25
ผลงานของรัฐบาลที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การลดราคาพลังงาน ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมัน ร้อยละ 51.54 , นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานร้อยละ 49.30 , ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ร้อยละ 49.11
ส่วนผลงานของฝ่ายค้านที่ทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง คือ การตั้งใจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 85.05 , สร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสังคมที่ทันสมัย เช่น เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ร้อยละ 69.16 ,การสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลร้อยละ 61.03 ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนการทำงานรัฐบาลในช่วง 2 เดือนแรกนี้ 5.52 คะแนน และให้คะแนนฝ่ายค้าน 5.86 คะแนน
ผลโพลในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่าความหวังของประชาชนคือต้องการให้รัฐบาล “ทำตามนโยบาย” ที่ให้ไว้ ให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ด้านฝ่ายค้านเองก็มีผลงานที่เข้าตาในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ ๆ ในสังคม นับว่าเป็นบทบาทที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ในภาพรวม ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้คะแนนจากประชาชน “ผ่านแบบคาบเส้น” ในช่วงสองเดือนแรก หลังจากนี้ในระยะยาวจะสร้างผลงานได้ดีขึ้นหรือไม่ ก็ต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายในการทำงานต่อไป
นิด้าปชช.มองควรแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นทุกกลุ่ม
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_636499/
นิด้าโพลเผย ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าควรแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาททุกกลุ่ม ไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน ใช้จ่ายร้านค้าใดก็ได้
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “หลักเกณฑ์ การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 ระบุว่า จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ด้านเกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด รองลงมา ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 62.60 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน รองลงมา ร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ