เรียนมหาลัยได้อะไรบ้าง ep.0 อารัมภบท

เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่พึ่งเรียนจบมหาลัยแล้ว(คาดว่า) แล้วมีเวลาว่างเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในรั้วมหาลัยว่าได้กลับมาบ้าง ในมุมมองส่วนตัวของผมเอง

ก่อนอื่นเลยต้องขอเกริ่นเกี่ยวกับตัวของผมเองก่อนนะครับ
เริ่มแรกเลยผมก็เป็นเด็กธรรมดาทั่วไปนี่แหละครับ ไม่ได้มีความฝันที่อยากจะเข้ามาสู่รั้วมหาลัย หรือยังไม่ได้มีความฝันในอาชีพการงานสักเท่าไหร แต่เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่ผมเติบโตมาอาจทำให้เกิดทางที่ต้องเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เนื่องจากบ้านของผมเป็นครอบครัวข้าราชการทั่วไป เรื่องหน้าตาทางสังคมของคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ(ในมุมมองตัวเอง) เวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้ตลอด แต่คุณพ่อคุณแม่ผมท่านไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหรหรอกนะมีแต่คนรอบข้างนี่แหละที่ทำให้ผมต้องคิด

ผมก็เติบโตมากับสิ่งแวดล้อมแบบนี้ที่ผมก็อยู่ได้ จนกระทั่งเข้าสู่'มัธยต้น' ชีวิตโครตจะเปลี่ยนแปลงไปหลากหลายทิศทาง ผมสอบเข้าในห้องพิเศษของโรงเรียนประจำจังหวัด(ตัวสำรอง) ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้แย่มาก ก็ผ่านมันมาได้นะ ผลการเรียนก็ติดท๊อปตลอด(ท๊อปล่าง)เป็นครั้งแรกเลยที่ช็อคมากเมื่อได้เห็นเกรดในเทอมแรกของตัวเอง 2 กลางๆ ซึ่งเกรดออกในวัดเกิดคุณพ่อ555555 พอกลับบ้านไป ทุกในบ้านอึ้งกับเกรดของผมแต่ก็ไม่มีใครในบ้านต่อว่านะ แต่ผมเองก็จิตตกไปหลายวันอยู่ แต่พอหลังจากนั้นก็ปรับปรุงตัวมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นมากประมาณ 3 ต้นๆแต่ก็ยังอยู่โซนท้ายห้องนั่นแหละ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ มีแฟน มีสังคม จนกระทั่งขึ้น'มัธยมปลาย'

ก่อนหน้าที่จะขึ้นมัธยมปลาย ผมโดนส่งไปต่างจังหวัดให้ไปอยู่คนเดียวคล้ายๆโรงเรียนประจำ เป็นเหมือนที่เรียพิเศษสำหรับเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร คุณพ่ออยากให้ลองไปสอบดูผมก็เลยปฏิเสธไม่ได้เลยต้องไปให้สักหน่อย เป็นประสบการณ์ที่ดีเลยสำหรับผมเพราะว่าผมเป็นคนที่ติดบ้านมาก ไม่ยอมออกจากบ้านถ้าไม่มีอะไรจำเป็นต้องไป การที่คุณพ่อส่งออกมาเจอโลกกว่าเป็นอะไรที่เปิดหูเปิดตามาก ผมโดนครูไล่กลับบ้านตั้งแต่วันแรกที่ไปเรียน แค่วันแรกก็อยากกลับบ้านแล้ว routine แต่ละวันก็คือ ตื่นตี 5 ไปวิ่งที่สวน จัดการตัวเองเรียบร้อย 9 โมงเช้าเรียนถึงเที่ยง บ่ายหนึ่งก็กลับมาเรียนถึงบ่าย 4 แล้วก็พักกินข้าวจนถึง 1 ทุ่ม แล้วเรียนต่อถึง 3 ทุ่ม ทุกคนก็แยกย้ายกันจัดการตัวเอง แล้วก็ต่อด้วยอ่านหนังสือถึงตี 1 ทุกวัน
จังหวัดที่ผมไปเนี่ย เป็นที่สุดยอดสำหรับการเตรียมเข้าสู่รั้วมหาลัยมาก ถัดไป 2 ซอยมีตลาดกลางคืน อีกซอยเป็นแหล่งอโคจรต่างๆ เพื่อนที่นั้นก็สุดยอดมากสอนอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยรู้(รู้ไว้เฉยๆนะ) ผมใช้ชีวิตที่นั้น 2 เดือน และเป็น 2 เดือนที่เรียนรู้เยอะมากจริงๆ

มัธยมปลายนี่ก็เป็นจุดเปลี่ยนอีกอย่างนึง ผมสอบเข้าโปรแกรมพิเศษไม่ได้เพราะว่าเกรดไม่ถึงนั่นแหละ เลยมาอยู่โปรแกรมคณิต หรือที่คนเรียกว่า Gifted นั่นแหละ เจอสังคมใหม่เพื่อนใหม่เรียกได้ว่าเกือบจะทั้งหมด เพราะเป็นคนเดียวที่มาอยู่ห้องนี้ ช่วงแรกๆก็คิดว่าเรายังไปหาเพื่อนต่างห้องได้ ไปหาแฟนได้ แต่พอหลังๆแล้วเรารู้สึกว่าต้องมีเพื่อนที่อยู่ใกล้ตัวบ้าง ซึ่งก็มีมีกลุ่มที่รับผมเข้าไปอยู่ด้วย เป็นกลุ่มที่ดีถึงแม้จะน้อยก็ตาม แต่ก็ไม่ค่อยอยู่ในกลุ่มหรอกนะ อยู่แค่ตอนในห้องเรียน ตอนพักหรือกินข้าวผมก็จะอยู่กับแฟนซะส่วนใหญ่ แล้วผมเลิกกับแฟนสาวในช่วง ม.4 ถึงแม้จะจบไม่ดีแต่เราก็ยังติดต่อกันตลอด แล้วที่เลิกคือช่วงที่ใกล้จะสอบของโรงเรียนเตรียมทหารนี่แหละ แต่ว่าตอนที่ไปสอบคือสภาพเต็มร้อยนะ แล้วผลที่ออกมาคือ ผมสอบไม่ติด แต่ว่าได้สาวมาคุยแทน สาวคนนี้เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน ถ้ามาถามว่าทำไมถึงมีรุ่นพี่มาคุยด้วย ก็ต้องบอกเลยว่า ผมอกหักแล้วผมเปลี่ยนจากอยู่กับแฟนมาอยู่กับพี่สาวแทน ซึ่งก็อยู่กับพี่สาวตั้งแต่เช้าก่อนเข้าแถวหน้าเสาธง เที่ยง โดดเรียน กิจกรรมทุกอย่างนอกห้องเรียนคืออยู่กับพวกพี่สาวหมดเลย เขาก็คงจะเห็นผมจากตรงนี้แหละมั้ง ผมคุยกับรุ่นพี่คนนี้มาเกือบๆปีจนกระทั่ง เลิกคุย ที่คบไม่ได้ก็เพราะว่าเขาเป็นพี่รหัสของแฟนเก่าผมเองก็เลยเลิกคุยกันไป หลังจากนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย ผมก็ใช้ชีวิตอยู่กับพวกพี่สาว ทำงานสภานักเรียน(ผมไม่ได้เป็นสภา) นั่งเรียนนอนเรียน ติวสอบเข้ามหาลัย

ช่วงม.6 ช่วงที่ต้องติวสอบเข้ามหาลัยเป็นช่วงที่การเรียนในโรงเรียนของผมเหมือนเป็นการมานั่งเช็คชื่อ ไม่ได้ตั้งใจเรียนขนาดนั้นเพราะในยุคของผมก็เป็นยุคที่พึ่งพาการเรียนพิเศษจากข้างนอกเพื่อใช้สอบเข้ามหาลัยทั้งนั้น ผมเองก็ต้องอ่านหนังสือจนกระทั่งถึงเทอมที่ 2 ก็เริ่มต้องวางแผนว่าจะเข้าที่ไหนอะไรยังไงซึ่งผมก็นำเรื่องนี้ไปคุยกับที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ไม่บังคับเรื่องการเรียนของผมตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เพราะท่านรู้ว่าผมเป็นยังไง ก็มีเพียงคำแนะนำเฉยๆ จนคุณพ่อของผมก็พูดสิ่งหนึ่งที่ผมสนใจมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ท่านก็สนับสนุนผมเต็มที่ แต่พี่สาวดูเหมือนจะไม่ชอบสิ่งที่ผมเลือกไปเท่าไหร เพราะพี่สาวโดนกับดักของทางบ้านเลยไม่ได้เรียนคณะที่ตัวเองอยากเข้า แล้วพี่สาวเป็นคนที่รู้เรื่องทุกอย่างในชีวิตของผม วัน เวลาสอบ สถานที่สอบ คะแนนสอบ เพราะแกเป็นคนสมัคร กรอกข้อมูล เลือกสนามสอบ จ่ายเงิน โดยธรรมชาติของผมเองเป็นคนที่ไม่ทำอะไรเองอยู่แล้ว พี่สาวเลยเป็นแบบนี้โดยทุกอย่างพี่สาวเป็นคนจัดการ ผลที่ออกมาคือ คะแนนผมผ่านหลาคณะหลายมหาลัย ซึ่งพี่สาวก็เป็นคนแรกที่ชักจูงให้ผมเลือกคณะที่พี่แกอยากเรียน55555555 ซึ่งไปกล่อมแม่ผมยังไงไม่รู้แม่ผมก็เริ่มเอาไปโยงกับคำทำนายของหมอดูเมื่อตอนผมยังเด็ก [ส่วนตัวผมเชื่อนะ] แต่ว่าผมก็บอกไปว่าถ้า รอบ 3 ผมไม่ได้ รอบ 4 จะลงคณะนั้นที่อยากให้ลงเพราะว่าอยากเรียนทั้ง 2 สาย สุดท้ายแล้ววันประกาศผล ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรว่าจะประกาศวันไหนที่ไหน พี่สาวผมก็ได้โทรมาตอนเช้าว่าติดที่เลือกไว้นะจะเอาเลยมั้ย พอผมลองลุกขึ้นมาถามคุณพ่อคุณแม่ว่าติดคณะนี้โอเคมั้ย ซึ้งคุณแม่ก็ไม่ค่อยชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่คุณพ่อตอบว่า "เอาเลย" อย่างไว ผมก็เลยบอกพี่สาว "เอาคณะนี้แหละ ยืนยันเลย" หลังจากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงไปหลับต่อ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่รั้วมหาลัย(ในฝัน) คร่อกกกก~~

พูดคุยเล็กน้อย
ก่อนอื่นเลยก็ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องราวในกระทู้นี้นะครับ เป็นยังไงกันมั่งครับ เรื่องราวที่เริ่มต้นก่อนเข้ารั้วมหาลัยของผมขอให้เป็น ep.0 ก่อนนะครับ อาจจะมีงงๆไปบ้างหรือไม่เข้าใจไปบ้างก็ขออภัยในความสามารถด้านภาษาของผมนะครับ ขอให้ทุกท่านมองเรื่องราวนี้ของผมเป็นเหมือนกับอ่านเรื่องเล่าตามโลกโซเชียลทั่วๆไป ก็ขอฝากเรื่องราวไว้ในกระทู้นี้ด้วยนะครับ ในส่วนตอนต่อไปก็อาจจะมาในอีกไม่ช้า
หากทุกท่านมีความคิดเห็นหรืออยากจะพูดคุยอะไรในกระทู้นี้ก็ขอรบกวนให้พูดคุยกันอย่างเป็นมิตรนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่