JJNY : เปิดฉากถล่มกลางดึก│รัสเซียสูญเสียหนัก│ไต้หวันสั่งคุก 20 ปี “นายพันทัพฟ้า”│"พิธา"ปลื้ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

เปิดฉากถล่มกลางดึก อิสราเอลขยายขอบเขตจู่โจมเดือดในกาซา ลั่นยังไม่ใช่บุกเต็มรูปแบบ
https://www.dailynews.co.th/news/2847365/

กองทัพอิสราเอลยกระดับการโจมตีทั้งทางอากาศ และทางบก ในพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา โดยยังคงยืนยัน "ยังไม่ใช่ปฏิบัติการบุกเต็มรูปแบบ" ด้านกลุ่มฮามาสเผยว่า ต่อสู้กับทหารอิสราเอลจำนวนหนึ่งด้วย
 
 
 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่าพล.ร.ต. ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า เครื่องบินรบของกองทัพอากาศยกระดับปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั่วฉนวนกาซา ขณะที่หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกขยายขอบเขตปฏิบัติการ โดยเน้นพื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา จึงขอย้ำเตือนให้ประชาชนที่ยังไม่อพยพ เร่งเคลื่อนย้ายลงไปทางใต้ “ด่วนที่สุด
 
ด้านกองพลน้อยอัล-กอสซัม ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ออกแถลงการณ์ว่า ทหารอิสราเอลเข้ามาในพื้นที่บางส่วนทางเหนือของฉนวนกาซา โดยมีการสู้รบรุนแรงที่สุดในเมืองเบอิต ฮานูน ซึ่งอยู่ทางเหนือ และเมืองบูเรอิจ ที่อยู่ทางตอนกลาง

ขณะที่มีรายงานว่า ความรุนแรงจากปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ของอิสราเอลในฉนวนกาซา ส่งผลให้ระบบโทรคมนาคมและกระแสไฟฟ้าแทบทั้งพื้นที่ถูกตัดขาดด้วย

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐและอิสราเอล กล่าวว่า “ปฏิบัติการจู่โจมภาคพื้นดินในฉนวนกาซา” ของกองทัพอิสราเอล อาจไม่ได้หมายถึงการส่งทหารนับแสนนายเข้าพื้นที่ในคราวเดียว ดังเช่นที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เตือนกลุ่มฮามาสตลอดกว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
อย่างไรก็ตาม นายอีลอน เลวี โฆษกรัฐบาลอิสราเอล ยังคงยืนยันว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้น “เป็นการขยายขอบเขตการโจมตี” หมายความว่า “ยังไม่ใช่ปฏิบัติการบุกภาคพื้นดิน”.
 
เครดิตภาพ : AFP 

https://twitter.com/IDFSpokesperson/status/1717956633320448215
https://twitter.com/Timesofgaza/status/1718007228291051777


 
สหรัฐฯ เผยรัสเซียสูญเสียหนักในปฏิบัติการโจมตีที่อัฟดีฟกา
https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/209041

อีกพื้นที่สงครามอย่างยูเครน ขณะที่ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา ปฏิบัติการโต้กลับของยูเครนที่แนวรบหลักในแคว้นซาโปริซเซียทางภาคใต้เพื่อตัดเส้นทางขนส่งอาวุธของรัสเซียยังคงเป็นไปอย่างจำกัดและชะงักชัน
 
ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหม่ที่เมืองอัฟดีฟกาในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกยูเครน การสู้รบที่อัฟดีฟกาดำเนินไปอย่างดุเดือดจนหลายฝ่ายคาดว่าที่นี่อาจกลายเป็นสมรภูมิรบที่ยืดเยื้อ ล่าสุด สหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยสถานการณ์ที่หน้าแนวรบในอัฟดีฟกาว่า ฝ่ายรัสเซียกำลังสูญเสียอย่างหนักในสมรภูมิรบ
 
เมื่อวานนี้ 26 พ.ค. จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงสหรัฐฯ ได้ระบุว่า รัสเซียสูญเสียอย่างหนักในการปฏิบัติการโจมตีหรือ offensive ที่เมืองอัฟดีฟกา เมืองเล็กๆ ในแคว้นโดเนตสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน

ความสูญเสียที่ว่าก็อย่างเช่น รถหุ้มเกราะอย่างน้อย 125 คัน และอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก เนื่องจากยุทธวิธีที่กองทัพรัสเซียใช้ในสมรภูมิรบที่อัฟดีฟกา คือการส่งทหารไร้ฝีมือและไม่พร้อมต่อสู้จำนวนมากบุกเข้าไป จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัสเซียสูญเสียทหารอย่างหนัก
 
อย่างไรก็ตาม โฆษกสภาความมั่นคงสหรัฐฯ คาดว่า รัสเซียจะไม่หยุดบุกโจมตี เนื่องจากรัสเซียยังคงมีขีดความสามารถที่จะรุกคืบในปฏิบัติการโจมตี และมีโอกาสที่จะบรรลุผลสำเร็จทางยุทธวิธีในช่วงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
 
อัฟดีฟกาคือพื้นที่ล่าสุดที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการโจมตีใส่ยูเครน ถือเป็นการบุกโจมตียูเครนครั้งที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียในปีนี้  นับตั้งแต่ปี 2014 ที่เกิดสงครามดอนบาส จนกระทั่งรัสเซียบุกทำสงครามรุกรานยูเครนเมื่อปี 2022 ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา อัฟดีฟกาคือหนึ่งในแนวป้องกันหลักทางภาคตะวันออกของยูเครน แนวรบที่นี่ค่อนข้างคงที่มาตลอด
 
ปฏิบัติการโจมตีอัฟดีฟกาเริ่มต้นขึ้นช่วงวันที่ 9-10 ตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียเปิดฉากด้วยการเคลื่อนรถหุ้มเกราะหลายสิบคันและระดมทหารหลายพันนายไปที่นั่น พร้อมยกระดับการยิงปืนใหญ่ถล่มอัฟดีฟกา ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา วิทาลี บาราบาช หัวหน้าฝ่ายการทหารเมืองอัฟดีฟการะบุต่อสำนักข่าว CNN ว่า อัฟดีฟกาตกอยู่ภายใต้การโจมตีทางอากาศแทบตลอดเวลา มีขีปนาวุธและปืนใหญ่มุ่งเป้าไปที่เมืองและบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การสู้รบภาคพื้นดินและการดวลปืนใหญ่ระหว่างกองทัพรัสเซียและยูเครนก็ดำเนินไปอย่างหนักหน่วง หัวหน้าฝ่ายการทหารเมืองอัฟดีฟกาเล่าว่า การต่อสู้เช่นนี้เกิดขึ้นแทบตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี รัสเซียสูญเสียรถถัง รถหุ้มเกราะและอาวุธยุทโธปกรณ์ในการสู้รบไปจำนวนมากในช่วงสัปดาห์แรก
 
นั่นจึงทำให้รัสเซียเริ่มหันไปใช้ยุทธวิธีระดมส่งทหารจำนวนมากบุกไปยังอัฟดีฟกา ซึ่งเป็นยุทธวิธีเดียวกันกับที่กองทัพรัสเซียใช้ในสมรภูมิบัคมุตเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว
 
ล่าสุดโอเลกซานเดอร์ ชตูปุน โฆษกประจำกองบัญชาการกองทัพยูเครนภาคใต้อ้างว่า รัสเซียเสียทหารในสมรภูมิที่อัฟดีฟกาแล้วราว 5,000 นาย การสู้รบที่หนักหน่วงเช่นนี้ส่งผลให้อัฟดีฟกาแทบจะกลายเป็นซากปรักหักพังทั้งเมือง อาคารบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพังทลายเกือบหมด
 
ขณะที่ประชาชนที่เคยอาศัยอยู่ในอัฟดีฟกา 30,000 คนได้อพยพออกจากพื้นที่จนเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่แค่ราว 1,600 คนเท่านั้น ทั้งนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ารัสเซียจะไม่หยุดการโจมตีอย่างแน่นอนและจะมุ่งปิดล้อมอัฟดีฟกาให้ได้  ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองทางทหารสหราชอาณาจักรระบุว่า กองทัพยูเครนยังคงรักษาฐานที่มั่นไว้ได้อยู่
 
ส่วนสาเหตุที่เปิดแนบรบที่อัฟดีฟกา นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่ารัสเซียต้องการปิดล้อมเมืองและยึดบริเวณที่สูงเพื่อใช้ในการโจมตีปั่นป่วนเส้นทางลำเลียงอาวุธของยูเครน
 
นอกจากนี้ กองทัพรัสเซียยังต้องการผลักแนวรบเข้าไปในพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมของยูเครน เพื่อรุกคืบต่อไปในแคว้นโดเนตสก์และไม่ให้ยูเครนยึดแคว้นโดเนตสก์กลับคืนได้ 
 
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการสู้รบในอัฟดีกามีโอกาสกลายเป็นสมรภูมิรบยืดเยื้อ อย่างไรก็ดี สถาบันเพื่อการศึกษาสงครามหรือ ISW วิเคราะห์ว่า การสูญเสียอาวุธยุทโธปกรณ์และยานพาหนะทางการทหารอาจส่งผลให้รัสเซียขาดแคลนอาวุธหนักยิ่งกว่าเดิมโดยเฉพาะอาวุธประเภทยานเกราะ
 
ขณะที่รัสเซียยังคงบุกโจมตีอัฟดีฟกาอย่างหนักหน่วง มีกระแสข่าวออกมาว่า ทหารรัสเซียจำนวนหนึ่งเริ่มปฏิเสธที่จะโจมตีฐานที่มั่นของยูเครบริเวณใกล้อัฟดีฟกา เนื่องจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสมรภูมิ รวมถึงมีทหารบางหน่วยเริ่มก่อกบฏแล้ว
 
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โฆษกสภาความมั่นคงสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า รัสเซียได้สังหารทหารของตนเองที่ปฏิเสธจะทำตามคำสั่งของกองทัพรัสเซีย
 
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ ยูเครนจะได้รับความช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ต่อไปหรือไม่ หลังจากได้สหรัฐฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ในขณะที่ยังไม่สามารถผ่านงบประมาณสนับสนุนยูเครนรอบใหม่ออกมาได้  ล่าสุดประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ได้ออกมาแสดงท่าทีเกี่ยวกับงบประมาณช่วยเหลือยูเครนแล้ว
 
หลังจากการเมืองภายในสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะสุญญากาศมาเป็นเวลากว่าสามสัปดาห์ เนื่องจากไม่สามารถเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ได้
เมื่อวันพุธที่ผ่านมาความยุ่งเหยิงก็ได้ยุติลง หลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ “ไมค์ จอห์นสัน” จากพรรครีพับลิกันเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ หลายฝ่ายจับตาไปที่จอห์นสันอย่างมาก เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเตรียมผ่านแพ็กเกจฉุกเฉินมูลค่า 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  เพื่อช่วยเหลือยูเครน อิสราเอล และไต้หวันที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนร้องขอไปยังสภาคองเกรส โดยในมูลค่าดังกล่าว งบประมาณช่วยเหลือยูเครนจะอยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนความช่วยเหลือให้แก่อิสราเอลอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
การขึ้นมาของไมค์ จอห์นสัน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจเปลี่ยนทิศทางการสนับสนุนยูเครนของสหรัฐฯ เนื่องจากที่ผ่านมาจอห์นสันเคยคัดค้านการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่ยูเครนมาก่อน
 
อย่างไรก็ดี หลังได้รับตำแหน่งประธานสภา จอห์นสันได้กล่าวไว้ว่า เขาจะยังสนับสนุนความช่วยเหลือให้แก่ยูเครนต่อ แต่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางประการ และทำเนียบขาวจะต้องระบุเป้าประสงค์อย่างชัดเจน
 
ล่าสุด หลังจากประธานสภาฯ จอห์นสันได้พูดคุยกับประธานาธิบดีไบเดน ก็ได้ออกมาระบุว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดสรรงบประมาณที่ประธานาธิบดีไบเดนเสนอ โดยส.ส.รีพับลิกันในสภาเห็นพ้องต้องกันว่า ควรแยกพิจารณาความช่วยเหลือยูเครนและอิสราเอลออกจากกัน
  

 
ไต้หวันสั่งคุก 20 ปี “นายพันทัพฟ้า” ตั้งหน่วยล้วงตับ-สืบราชการลับส่งข้อมูลให้จีน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_7935961
 
ไต้หวันสั่งคุก 20 ปี – บีบีซี รายงานวันที่ 27 ต.ค. ว่า ศาลไต้หวันพิพากษาจำคุก 20 ปี พันเอก (เทียบเท่านาวาอากาศเอก) หลิว เฉิงซู เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอากาศไต้หวันที่เกษียณอายุราชการ เป็นเวลา 20 ปี ตามความผิดฐานลักลอบจัดตั้งหน่วยสืบราชการลับและสอดแนมข้อมูลทางการทหารส่งให้จีน

นอกจากนี้ยังตัดสินจำคุกทหารอีก 5 นาย สังกัดกองทัพอากาศและกองทัพเรือไต้หวัน เป็นเวลา 6 เดือนถึง 20 ปีในข้อหาเกี่ยวข้องกับการสอดแนมข้อมูลให้ทางการจีน
 
ด้านอัยการเปิดเผยว่า พ.อ.หลิวได้รับค่าตอบแทนจากการส่งข่าวกรองทางทหาร รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องบินและเรือรบที่ไต้หวันมีในประจำการ นอกเหนือจากโทษจำคุกแล้วทางการยังยึดเงิน 16.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 18.6 ล้านบาทที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับมาอย่างผิดกฎหมาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่