
MAI ย่อมาจาก Market for Alternative Investment เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งที่สองของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี พ.ศ. 2542 เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการเติบโตและขยายกิจการ
บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนด โดยตลาดหลักทรัพย์ MAI แบ่งออกเป็น 2 หมวด ได้แก่
- หมวดธุรกิจหลักทรัพย์ (SE) ประกอบไปด้วยธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้านหลักทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจค้าหลักทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจจัดการกองทุน ธุรกิจจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
- หมวดธุรกิจอื่นๆ (Others) ประกอบไปด้วยธุรกิจที่ดำเนินกิจการในสาขาอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ เป็นต้น
ข้อดีของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้แก่
- มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กและยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง
- มีโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดหลักทรัพย์ SET
- มีโอกาสลงทุนในธุรกิจที่มีขนาดเล็กและมีความคล่องตัวสูง
ข้อเสียของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้แก่
- ความเสี่ยงสูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กและมีความผันผวนสูง
- สภาพคล่องในการซื้อขายน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET
- ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนยังไม่เพียงพอ
สรุปแล้ว MAI เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน **
MAI คืออะไร? ยังน่าสนใจอยู่ไหม?
MAI ย่อมาจาก Market for Alternative Investment เป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งที่สองของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี พ.ศ. 2542 เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการเติบโตและขยายกิจการ
บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนด โดยตลาดหลักทรัพย์ MAI แบ่งออกเป็น 2 หมวด ได้แก่
- หมวดธุรกิจหลักทรัพย์ (SE) ประกอบไปด้วยธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้านหลักทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจค้าหลักทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจจัดการกองทุน ธุรกิจจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
- หมวดธุรกิจอื่นๆ (Others) ประกอบไปด้วยธุรกิจที่ดำเนินกิจการในสาขาอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจหลักทรัพย์ ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ เป็นต้น
ข้อดีของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้แก่
- มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กและยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง
- มีโอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดหลักทรัพย์ SET
- มีโอกาสลงทุนในธุรกิจที่มีขนาดเล็กและมีความคล่องตัวสูง
ข้อเสียของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้แก่
- ความเสี่ยงสูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดเล็กและมีความผันผวนสูง
- สภาพคล่องในการซื้อขายน้อยกว่าตลาดหลักทรัพย์ SET
- ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนยังไม่เพียงพอ
สรุปแล้ว MAI เป็นตลาดหลักทรัพย์ที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
** การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน **