คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
แสดงว่าเขาไม่อยากขายครับ บ้านเขาสวยทำเลดี
เขารอขายในราคาที่สูงกว่าครับ
ตัวอย่างนะครับ ถ้าตั้งราคาที่ 1 ล้าน แล้วมีคนซื้อตกลงเลย เขาจะไม่ขายครับเพราะคิดว่าตั้งราคาต่ำเกินไป
เขาจะรอขายให้คนใหม่ คราวนี้ตั้งราคาที่ 2 ล้าน ถ้าคนใหม่ต่อที่ 1.5 ล้าน แสดงว่าเขาได้กำไรเพิ่ม
แต่ถ้าคนใหม่ยังต่อที่ 1 ล้าน แสดงว่าราคาเหมาะสมแล้ว
ดังนั้นการซื้อ ถ้าอยากได้จริงๆ ต้องต่อราคาครับ และไม่ควรให้สูงเท่าๆกับราคาที่ต้ง
เช่นเขาตั้ง 1 ล้าน ต้องเสนอที่ 7 แสน คนขายบอกไม่ได้ เราก็บอกว่างั้น 7.5 แสน เขายังไม่ยอมขาย
ก็ให้เขาบอกมา เขาบอก 9.5 แสน เราก็บอกว่า 8 แสนไหวไหม
ต้องต่อกันแบบนี้ครับ ถ้าเรารับที่ 9.5 แสนทันที แสดงว่าราคาบ้านต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง คนขายอาจจะของเช็คราคาก่อน
แถวบ้านผมนะครับ สร้างบ้านเสร็จอยากรู้ราคา ก็ติดป้ายว่าขายด่วน คนโทรไป เขาบอก 3 ล้าน เขาก็จะดูว่าคนที่โทรมาแต่ละคนเสนอที่เท่าไหร่
ทำให้เขารู้ว่าบ้านเขาราคาประมาณไหน ว่าแล้วเขาก็เอาป้ายออก แล้วอยู่บ้านหลังนั้นต่อไป
เขารอขายในราคาที่สูงกว่าครับ
ตัวอย่างนะครับ ถ้าตั้งราคาที่ 1 ล้าน แล้วมีคนซื้อตกลงเลย เขาจะไม่ขายครับเพราะคิดว่าตั้งราคาต่ำเกินไป
เขาจะรอขายให้คนใหม่ คราวนี้ตั้งราคาที่ 2 ล้าน ถ้าคนใหม่ต่อที่ 1.5 ล้าน แสดงว่าเขาได้กำไรเพิ่ม
แต่ถ้าคนใหม่ยังต่อที่ 1 ล้าน แสดงว่าราคาเหมาะสมแล้ว
ดังนั้นการซื้อ ถ้าอยากได้จริงๆ ต้องต่อราคาครับ และไม่ควรให้สูงเท่าๆกับราคาที่ต้ง
เช่นเขาตั้ง 1 ล้าน ต้องเสนอที่ 7 แสน คนขายบอกไม่ได้ เราก็บอกว่างั้น 7.5 แสน เขายังไม่ยอมขาย
ก็ให้เขาบอกมา เขาบอก 9.5 แสน เราก็บอกว่า 8 แสนไหวไหม
ต้องต่อกันแบบนี้ครับ ถ้าเรารับที่ 9.5 แสนทันที แสดงว่าราคาบ้านต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง คนขายอาจจะของเช็คราคาก่อน
แถวบ้านผมนะครับ สร้างบ้านเสร็จอยากรู้ราคา ก็ติดป้ายว่าขายด่วน คนโทรไป เขาบอก 3 ล้าน เขาก็จะดูว่าคนที่โทรมาแต่ละคนเสนอที่เท่าไหร่
ทำให้เขารู้ว่าบ้านเขาราคาประมาณไหน ว่าแล้วเขาก็เอาป้ายออก แล้วอยู่บ้านหลังนั้นต่อไป
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ร้องทุกข์
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ช่วยด้วยค่าาา จะขายบ้าน แต่ติดต่อกับเจ้าของบ้านไม่ได้ แบบนี้คนที่เป็นนายหน้าทำยังไงกันบ้างคะ
ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า เราเคยพาลูกค้าคนหนึ่งไปดูบ้าน ซึ่งลูกค้าคนนี้ก็ชอบบ้านหลังนี้มาก แต่ลูกค้าขอต่อราคาจากเจ้าของบ้าน ซึ่งตอนแรกเจ้าของบ้าน สมมติตั้งขายบ้านในราคา 19,990,000 บาท ซึ่งทางลูกค้าขอต่อลงมา เหลือ19,500,000 บาท ซึ่งทางเจ้าของบ้านไม่โอเค เขาเลยเสนอมาว่าลดได้เต็มที่ 19,850,000 บาท แล้วค่าใช้จ่ายในกรมที่ดินคนละครึ่ง ซึ่งค่าใช้จ่ายในกรมที่ดินรวมค่าภาษีธุรกิจที่จริงแล้วเจ้าของบ้านต้องเป็นคนออก แต่ตอนที่เราทักไปหาเขา เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องภาษีธุรกิจเลยค่ะ ซึ่งคนซื้อก็รู้สึกไม่โอเค ว่าทำไมเขาต้องมาออกค่าภาษีธุรกิจด้วย แล้วทางเราก็ได้คิดวิธีใหม่ โดยการเสนอว่าให้ลดราคาเหลือ 19,750,000 บาท และก็ลดค่าคอมเหลือ 395,000 พอ แล้วคนซื้อออกค่าโอนทั้งหมด ส่วนเจ้าของบ้านก็ออกค่าภาษีธุรกิจ ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ไม่ยอม เขาจะเอาราคา 19,850,000 บาท แล้วค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดินนั้นคนละครึ่ง ซึ่งคนซื้อเขาไม่โอเค ณ ตอนนั้นเรื่องนี้ก็ได้จบไป เพราะ ถือว่าปิดเจ้าของบ้านไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อวานคนซื้อได้ทักมา แล้วเขายอมข้อตกลงในเรื่องที่จะออกค่าใช้จ่ายในกรมที่ดินคนละครึ่งแต่คนซื้อขอต่อราคามาเหลือ 19,800,000 บาท ซึ่งทางเราก็ได้แจ้งเรื่องนี้กับเจ้าของบ้านแล้ว แล้วเขาบอกกับเราว่าเขาขอปรึกษากับคนที่ร่วมลงทุนก่อน ซึ่งเขาจะปรึกษากันตอนเมื่อคืน แล้ว ณ เวลาตอนนี้ เขายังไม่ติดต่อกลับมา ก่อนหน้านี้เราทั้งไลน์ไปถาม ทั้งโทรไป ไม่มีการตอบกลับมาเลย ไลน์ก็ไม่อ่าน ซึ่งแบบมันทำให้เราและคนซื้องงกันมากค่ะว่าเจ้าของบ้านเขาเป็นอะไร คือถ้าเขาขายได้แล้ว หรือ ไม่โอเคกับข้อตกลงก็สามารถบอกกันได้นะคะ อันนี้เรางงจริงๆค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ แล้วมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ้างคะ
*ปล.เรื่องราคาบ้านและค่าคอมขอใช้ราคาที่สมมตินะคะ ซึ่งราคาจริงๆไม่ใช่ราคานี้ค่ะ