คือ ผมปกติเป็นคนเงียบๆเป็นคนอ่อนโลก ด้วยความที่ว่าวันๆก็หมกอยู่แต่ในบ้านทำให้ไม่ได้ออกไปเรียนรู้สังคมเลย แล้วกิจวัตประจำวันก็แค่ทำงานบ้าน ช่วยงานที่บ้าน ผมทำแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก ที่บ้านพ่อแม่เป็นคนหัวโบราณบ้างาน ชอบปล่อยผมทิ้งไว้กับมือถือ1เครื่องมาตั้งแต่สมัย7-8ขวบ รู้อีกทีตอนนี้จะเข้ามหาลัยแล้วก็กลายเป็นว่า วันๆผมก็แค่ไปโรงเรียน กลับมาบ้าน นั่งเล่น รอพ่อ แม่เรียกไปทำงานบ้าน เสร็จอาบน้ำนอน วันๆนึงไม่ได้คุยอะไรกันเลย งานบ้านจะทำเองก็ได้ แต่รอเรียกให้หายเหงาเฉยๆถึงบางครั้งจะต้องโดนด่าก็ตามที ความสัมพันในบ้านเลยไม่ค่อยดีเท่าไร่พ่อแม่ก็จะพูดหย่าๆกันทุกวัน ทีนี้ระหว่างที่ผมใช้ชีวิตอย่างนั้นมาเกือบๆ10ปี ก็มีทะเลาะกันบ้างตามประสาวัยรุ่นกับครอบครัว แต่เรื่องที่ทำผมไปไม่เป็นตลอดเลยก็คือตอนที่กำลังเถียงๆกันอยู่ทุกครั้ง พ่อกับแม่ชอบพูดว่า กูเป็นพ่อเป็นแม่นะ มันทำให้ผมช็อคทุกครั้งที่ได้ยิน ผมโคตรไม่ชอบใจเลยเวลาที่ได้ยินคำนี้ไม่ว่าจากปากใครก็ตาม มันเหมือนเป็นคำวิเศษที่พ่อแม่มักใช้เพื่อหยุดบทสนทนา ทำให้คนเป็นลูกอย่างผมรู้สึกเหมือนโดนด้อยค่าว่าตัวผมไม่ได้เป็นลูกของพ่อแม่ แต่ เป็น"แค่"ลูก เท่านั้น ลูกที่เหมือนเกิดมาเป็นพ่อบ้านคอยดูเเลทำความสะอาดรับเงินรายวันเฉยๆ อนาคตก็โดนฝากฝังให้ทำกิจการที่บ้านต่อ ปกติก็บอกให้หาอะไรทำในอนาคต ทุกครั้งที่ผมสนใจจะทำอะไรสักอย่าง ต้องมีปัญหาของที่บ้านมาคอยดับฝันตลอด ทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนเกิดมาเป็นของตายที่คอยรับความคาดหวังจากผู้เป็นพ่อเป็นแม่ให้คอยทำงานของที่บ้านต่อไปเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องไปรู้เรื่องรู้ราวอะไรก็ได้ รู้แค่เรื่องที่บ้านก็พอ ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย มันแบบ แย่โคตรๆ อยากจะลืมๆมันไปเหมือนทุกทีแล้วไม่อยากให้มันกลับมาอีกเลย
ไม่อยากคิดว่าเกิดมาเพื่อเป็นแรงงานให้ที่บ้านทำไงดีครับ