ความขมในวัย 28

ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้เริ่มความสัมพันธ์กับคนๆนึงซึ่งอายุห่างกับเรา 3 ปี เรายังจำวันแรกที่ตกลงเป็นแฟนกันพี่เขาถามถึงเรื่องของเงินเดือน,หนี้สินที่มี,การออมเงิน,มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ รวมถึงให้แจงทรัพย์สินทั้งหมดที่มีเช่น บ้าน,รถ,ที่ดิน ต่างๆ ตอนนั้นเราไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นการถามเพื่อการวางแผนอนาคตร่วมกัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเรารับราชการเงินเดือนน้อยกว่าพี่เขาซึ่งทำรัฐวิสาหกิจ เราสองคนได้พูดถึงเรื่องรายจ่ายที่มันจะเกิดขึ้นถ้าจะใช้ชีวิตร่วมกันเช่น ค่าอาหาร เราเสนอว่าให้แชร์ออกกันคนละครึ่งซึ่งเราก็บอกว่าเราจ่ายได้ไม่มีปัญหา (เราสองคนทำงานคนละจังหวัดเราจะไปหาเขาทุกเสาร์อาทิตย์เพราะจะได้กลับบ้านด้วยส่วนเขาหยุดวันธรรมดาบ้างเสาร์อาทิตย์บ้าง แต่หยุดทุกครั้งเขาก็จะเป็นฝ่ายไปหาเรา) เรื่องค่าอาหารเขาบอกเราว่า"ไม่เป็นไรไม่ต้องช่วยออกเรื่องแค่นี้พี่เลี้ยงได้" แต่ทุกครั้งหรือทุกวันสำคัญเราก็จ่ายนะไม่ใช่ไม่จ่ายเลย แต่โดยส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนออกมากกว่า ช่วง2เดือนแรกมันเหมือนเป็นช่วงโปรโมชั่นดูแลดีมาก เปย์เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ตลอด โทรหาทุกวันเช้าถึงเย็นถึง พอเริ่มเดือนที่ 3 หลายๆอย่างเริ่มเปลี่ยนไปแชทจากที่ไม่เคยต้องรอก็นานมากกว่าจะตอบ ว่างก็เล่นแต่เกมไปหาไม่เคยได้ออกไปไหน มีวันนึงเราจับมือถือเขาเพราะจะสั่งแกรบ (ปกติเราสองคนเล่นมือถือกันและกันได้อยู่แล้ว) เราเห็นแชทผู้หญิงคนนึง คุยกันออกทางชู้สาว เราก็เลยถามว่า "คนนี้ใครหรอทำไมคุยกันแปลกๆเค้าไม่สบายใจเลย" เค้าตอบกลับว่า "เพื่อน ก็ไม่ได้ตอบตลอดนิ ประสาทป่ะเนี่ย" 
เราก็ "โอเคค่ะ" เพราะไม่อยากต่อความยาว หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวกันระหว่างทางเขาก็ถามว่าจะกินไร เราก็ตอบไปว่า "ก๋วยเตี๋ยวมั้ย ง่ายดี" เขาก็ตอบกลับมาว่า "สมองคิดได้แต่เมนูตื้นๆ" เราก็เลยถามกลับว่า "แล้วพี่อยากกินอะไร ไปกินที่พี่อยากกินกัน" เขาก็เงียบไม่ตอบ เราก็เลยนั่งเงียบตลอดทาง พอติดไฟแดงเขาเอามือบีบหน้าและตบหน้าเราแรงมาก (จำได้ว่าน้ำตาคลอ) พร้อมกับพูดว่า "หัดมีความเป็นผู้นำบ้าง ไม่ใช่ให้กูคิดตลอด" พอไปถึงร้านพนักงานยกต้มแซ่บมาเสิร์ฟตรงหน้าเรา พี่เขาหยิบช้อนกับส้อมโยนลงชามต้มแซ่บที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆน้ำในชามกระเด็นโดนแขนแขนโดนหน้าเรา แสบมากๆ จำได้ว่านั่งน้ำตาไหลตั้งแต่โดนจนกินเสร็จ ซึ่งตลอดเวลาที่กินข้าวไม่มีคำขอโทษหรือบทสนทนาใดๆเลย พอกินเสร็จพี่เขาก็ไปส่งเราที่บ้านระหว่างทางพี่เขาก็พูดเชิงบ่นว่า "ทีหลังถ้าประสาทแดกแบบนี้อีก อยู่คนเดียวมั้ยอ่ะ บ้านก็ไกลบ้านนอกให้กูไปรับไปส่ง ค่าน้ำมันเคยช่วยออกมั้ย ค่าข้าวหมดไปเท่าไหร่ช่วยออกมั้ยอ่ะ" เราก็เลยพูดว่า "เค้าต้องจ่ายเท่าไหร่เค้าจะโอนให้" (ต้องบอกก่อนว่าที่ร้านเมื่อกี้เราขอช่วยออกแล้วแต่เขาปฏิเสธ) พี่เขาก็พูดขึ้นมาว่า "เก็บเศษเงินไว้ให้ที่บ้านติดแอร์เหอะ บ้านมีแอร์รึเปล่าก็ไม่รู้ สงสัยไม่มีบ้านจนก็งี้แหละ" ณ ตอนนั้นเราอึ้งมาก ตกใจไม่คิดว่าจะได้ยินได้แบบนี้ เราก็เลยนั่งเงียบพอถึงบ้านเราก็ยกมือไหว้เขาขอบคุณที่มาส่ง แล้วหลังจากนั้นเราก็โดนแบบนี้มาเรื่อยๆทั้งเหวี่ยงติดพนังตอนไม่พอใจเรา กระชากแขนสารพัด มันเหมือนตกนรกอ่ะ มัน toxic มากเราร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ยังไม่ยอมออกมาเพราะคิดว่ารักเขา จนกระทั่งถึงวันที่เราเริ่มทนไม่ไหวกับคำพูดที่ดูถูก การกระทำที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจประกอบกับเรื่องผญ ที่มีเข้ามาเรื่อยๆ กับการที่เขาแอบเล่นแอพหาคู่ซึ่งเพื่อนเราไปเจอ จนเราเริ่มไม่ไหว เราก็ถามว่า "ตกลงจะยังไงถ้าเลือกที่จะคุยกับผญคนนั้นเราจะไม่คุยต่อแล้ว บอกความต้องการมาได้เลยเรารับได้ ส่วนแอพหาคู่จะเล่นก็ได้แต่ต้องเลิกคุยกับเราก่อน" เขาก็เริ่มโมโหพยายามผลักเราออกจากห้องสะบัดแขนจนเราล้มเอาหัวไปโขกกับลูกปิดประตูจนเลือดซิบ ไล่เราเหมือนหมูเหมือนหมาแล้วกลับไปนั่งเล่นเกมส์ต่อ ณ ตอนนั้นเราก็ตัดสินใจแล้วว่าเราจะพอแล้วเราก็เลยเลิกติดต่อ ไม่ทันข้ามวันเขาก็ติดต่อกลับมาพูดแค่ว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดเราที่เราประสาทแดก หาเรื่องทะเลาะได้ทุกวัน เขาเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดเราอยู่แบบนั้น จากนั้นก็บล็อคเราทุกช่องทาง ไม่กี่วันถัดมาเพื่อนเราเห็นผญคนนั้นที่เราเจอแชทข้างต้นลงสตอรี่โดยมีแฟนเก่าเราหอมแก้มผญคนนั้นอยู่ หลังจากนั้นเราก็จิตตก กลายเป็นคนที่เอาแต่โทษตัวเองอยู่กับความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองผิดอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้จนมี "ภาวะ Low Self-Esteem"  และต้องพบจิตแพทย์ทุกๆเดือน ตอนนี้เรากำลังรักษาตัวอยู่ซึ่งดีขึ้นกว่าเดือนก่อนๆมาก เลยอยากแชร์ประสบการณ์เพื่อเป็นcase study ให้ใครหลายๆคนที่กำลังเจอเหตุการณ์แบบเรา จะได้ไหวตัวทันและไม่ต้องตกอยู่ในสถานะผู้ป่วยแบบนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่