ครูสันต์มองสีทันดรตาไม่กะพริบตั้งแต่เขาถอดรองเท้า
และรีบวิ่งลงมาด้านล่าง มันไม่ใช่การวิ่งแบบกล้า ๆ กลัว ๆ
แต่เป็นการวิ่งแบบลุย ๆ พร้อมเผชิญความโหดในทุกรูปแบบ
ครูสันต์ชอบผู้ชายแบบนี้มาก เขาคิดว่าสมเป็นลูกผู้ชายดี
ครูสันต์รู้อยู่ก่อนว่าสีทันดรเป็นเกย์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะ
มันไม่แปลกหรอกที่ลูกผู้ชายพันธุ์แกร่งจะมีแฟนเป็นลูกผู้ชายพันธุ์แกร่งด้วยกัน
พอสีทันดรวิ่งมายืนอยู่ตรงหน้า ครูสันต์มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อ สวมแค่กางเกงขาสั้นธรรมดา
เขาหน้าหล่อ หน้าตาคล้ายคนญี่ปุ่น ผิวขาว ขาวมากและขาวเนียน
แต่แกร่งเพราะร่างกายมีกล้ามแบบลีน ๆ แต่พอมองเห็นเป็นสัดส่วน
ทำให้หุ่นของสีทันดรดูงดงามและโคตรแกร่งด้วย ครูสันต์พอจะทราบมาก่อนว่า
สีทันดรชอบให้คนโหดกับเขา เราคงไม่ทราบเหตุผล
ว่าทำไมเขาถึงชอบแบบนั้น แต่กิจกรรมของชมรมคริสต์เมื่อปีก่อน
ทำให้ทุกคนเห็นเป็นที่ประจักษ์ สีทันดรรับบทพระเยซูที่ถูกทหารทรมาน
สีทันดรยืนยันว่าให้ทรมานจริงได้ พวกนั้นจึงไม่ออมมือ
เขาถูกลากถูกทรมานไปรอบโรงเรียน ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด
เขาทนทายาดมาก ๆ ครูสันต์มองหน้าเขา เขาก็มองตอบแบบ
ไม่หลบสายตาแม้แต่นิดเดียว ความเงียบเข้าครอบงำเพียงชั่วครู
ครูสันต์จึงตะโกนใส่หน้าเขา "ซ่านักเหรอ ไม่สวมเสื้อเข้ามาในยิม"
แน่นอนว่าสีทันดรจะไม่ตอบอะไรเพราะเกมมันควรเดินไปทางนั้น
"จะลองดีกับกูเหรอ" ครูสันต์เดินเข้าไปใกล้เขาแล้วฟาดหน้าอกเขา
อย่างแรง แล้วฟาดซ้ำอีกหลายครั้งจนสาแก่ใจ มีเสียงอื้ออึงมาจากคนดูชั้นสอง
ตอนนี้โรงยิมเหมือนแปลงร่างเป็นโรงละครกลางแจ้งของชาวโรมันในยุคอดีต
คนดูอยู่ด้านบน คนแสดงอยู่ด้านล่าง ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง
ด้วยความยินยอมพร้อมใจ คนดูก็ชอบดู คนเล่นก็ชอบเล่น
ครูสันต์เดินเกมต่ออย่างโหด เขาหันมาทางคนดูชั้นสอง
เหมือนเขามองตรงมาที่ควีนเยอบีร่า ประธานในพิธี
"นักเรียนชายคนนี้เลวมาก ฝ่าฝืนกฎอย่างร้ายแรง อย่างที่ครูเคยบอก
ตอนพวกเธออยู่นอกห้องเรียน นอกโรงยิม พวกเธอจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้
แต่พอเข้ายิมมาแล้ว ในฐานะคนดู ควรแต่งกายให้เรียบร้อย
ไม่ใช่มานั่งถอดเสื้อแบบนี้"
เมื่อได้ยินคำว่าเลว สีทันดรรู้สึกสะใจมากที่เขาโดนประจานต่อหน้าคนนับร้อย
อาจเป็นเพราะว่าเขาคือพวกชอบลุย ชอบผจญภัย แต่ดันเกิดมาในครอบครัวที่รวยมาก
แม่จึงเลี้ยงแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ผู้ชายสันดานดิบแบบนี้ จึงต้องหาทางออก
ด้วยตัวเขาเอง แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด ตอนครูสันต์ประจานเขาต่อหน้าคนดู
ฉากหลังจะเป็นสีทันดรที่ยืนนิ่งที่หน้าอกเริ่มแดง มันเป็นภาพที่ดูสอดรับกันเป็นอย่างดี
ดูเหมือนครูสันต์กำลังจะสรุปอะไรบางอย่าง
"ดังนั้นนักเรียนชายคนนี้ ต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ทั้งหมด 3 เซ็ต"
พอได้ยินประโยคนี้ คนดูก็หนาวสิครับ แต่ถึงจะขนลุกขนาดไหน
ก็ตั้งใจดูกันเต็มที่ ครูสันต์จัดมุมได้ดีมาก คือให้สีทันดรยืนหันหน้าไปทางเยอบีร่า
ซึ่งมายูมิกับเคนจิก็อยู่ตรงฝั่งนั้นด้วย ครูสันต์ออกคำสั่ง
"ยืนกางขาพอประมาณ เอามือประสานไว้ตรงท้ายทอย" พอเห็นภาพนั้น
มายูมิก็อุทานในใจ "ภาพปริศนาก็คือสีทันดรนี่เอง"

ครูสันต์ปล่อยให้สีทันดรอยู่กับคนดู ทำให้หลายคนมีเวลาที่จะมองหน้าหล่อ ๆ
และหุ่นกล้าม ๆ ของเขา ครูสันต์เดินหายไปและกลับมาพร้อมกับไม้เรียว
ครูสันต์ใช้ไม้เรียวขนาดพอดีฟาดไปที่หน้าท้องของสีทันดร เสียงดังฟังชัดมาก
แกฟาดแบบรักษาจังหวะและความแรงได้ดี ระหว่างที่แกฟาดหน้าท้องของเขา
ครูอีก 4 คน เข้าแถวอยู่ด้านหลังของสีทันดร พอครูคนแรกฟาดหลังเขาอย่างแรง
ก็จะเดินไปต่อแถวเพื่อออมแรง ครูคนต่อไปก็ฟาดหลังเขาต่อ แล้วก็หมุนเวียน
กันไปแบบนี้
ตอนนี้เราจะได้ยินเสียงเฉพาะมือที่ฟาดแผ่นหลังกับไม้ที่ฟาดหน้าท้อง
นอกนั้นเราจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดเลย ถ้านับกิจกรรมของชมรมคริสต์
เป็นเหตุการณ์ที่สีทันดรถูกทรมานต่อหน้าคนจำนวนมากครั้งที่ 1
ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 เพราะครั้งที่ 2 ที่มีคนโจษจันกันมาก จะเป็นเหตุการณ์
การเข้าค่ายลูกเสือวิสามัญ ตอนที่มีกิจกรรมรอบกองไฟ
กลุ่มของสีทันดรเลือกแสดงเรื่องทรมานโหดเชลยหนุ่ม เขายืนยันว่า
ให้ทรมานเขาจริง ๆ ทางกลุ่มก็เลยจัดให้และถือเป็นการจัดหนักอีกครั้งหนึ่ง
พวกเขาหาเสาที่มีฐานเป็นล้อรถมาได้สองเสา จึงใช้เป็นแกนในการมัดโยงสีทันดร
ในฐานะเชลย เมื่อเป็นการทรมานเชลย เขาเลยต้องอยู่ในสภาพนุ่งกางเกงในตัวเดียว
และถูกมัดโยงแบบยืนเป็นรูปตัว X ตอนนั้นเพื่อนในกลุ่มเริ่มด้วยการฟาดหน้าอก
ชกท้อง ตบหน้าและเตะผ่าหมาก ทุกอย่างที่เขาโดนมันจริงหมดและหนักด้วย
สิ่งที่น่าตระหนกหลังจากนั้นคือการที่เพื่อนกลุ่มอื่นขอทรมานเชลยคนนี้ด้วย
เหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้จึงเกิดขึ้น
มีการเอาไม้หน้าสามมาฟาดที่ท้องของสีทันดร
มีคนเอากระดาษทรายมาขัดที่หัวนมเขาจนเลือดออก
แถมมีคนเอามีดมาตัดกางเกงในจนเขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
การทรมานอวัยวะเพศและอัณฑะจึงเกิดขึ้นหลายรูปแบบ
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่มีครูอยู่ มีแต่รุ่นพี่ พวกรุ่นพี่กับเพื่อนในกลุ่มก็คุมไม่อยู่
เขาจึงโดนเอาค้อนทุบตรงอวัยวะเพศและอัณฑะ
พวกมันแกะเชือกที่มัดโยงเขา แล้วเอามามัดมือไพล่หลังแทน
จากนั้นก็พาเขาไปที่สนามโคลน ผลักเขาลงโคลนแล้วรุมกระทืบเขาจนสาแก่ใจ
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สีทันดรสนใจความป่าเถื่อนของมนุษย์มาก
เขาพบว่าเมื่อคนรวมตัวกันเยอะ ๆ และมีคนส่วนน้อยตกเป็นเหยื่อ
คนที่ไม่คิดจะทำร้ายใคร ก็สามารถลุกขึ้นมาทำร้ายผู้อื่นได้
ด้วยเหตุผลที่ว่าคนมันเยอะ จะชี้ถูกชี้ผิดใครก็ยาก
สีทันดรสนใจในประเด็นพวกนี้มาก จนทำให้เขามี project ในหัว
ชื่อ project X ถึงมันจะเป็น project ที่เสี่ยงมาก แต่เขาก็อยากรู้ผล
ที่มันจะเกิดขึ้น
พอการลงโทษเซ็ตแรกจบลง ครูสันต์ก็เริ่มเซ็ตที่สอง
เนื่องจากคนดูอยู่ชั้นสอง ครูสันต์จึงสั่งให้สีทันดรนอนหงายทับมือตัวเอง
แล้วให้ครูปีเตอร์กับครูทอมช่วยกันเอาเข็มขัดฟาดไปที่หน้าอกและหน้าท้องของเขา
พอสองคนนี้เหนื่อย ดังเต้กับจอมทัพจะเป็นคนมาฟาดแทน สลับกันไปแบบนี้
เซ็ตนี้ถือว่าเบาสำหรับสีทันดรเพราะเขาเคยเจออะไรที่มันโหดกว่านี้มาก
สีทันดรชอบอะไรที่มันป่าเถื่อนแบบนี้มาก สิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดคือ
ตอนที่ไปกับแม่ พอลงจากรถหรู ก็จะมีคุณนายคนหนึ่งพูดว่า
"วันนี้พาลูกสาวมาด้วยเหรอคะ"
มันเป็นคำพูดที่หยามเกียรติและศักดิ์ศรีมาก แต่แม่ของเขากลับไม่ได้รู้สึกอะไร
ส่วนเพื่อนผู้ชายที่แม่เลือกให้ ก็มีแต่พูดไร้สาระกับเขา เคยมีเพื่อนอายุ 11 ขวบ
พูดแต่ว่า "นาฬิกาของเรา 10 ล้านนะ นายมีมั้ย เสื้อที่ใส่นี่ 1 ล้านนะ นายมีมั้ย"
สีทันดรไม่ได้พูดอะไร ทั้ง ๆ ที่ บ้านเขารวยกว่าบ้านหมอนั่นประมาณ 10 เท่าเห็นจะได้
จริง ๆ เขาเองแค่อยากมีเพื่อนวัยเดียวกันชวนกันไปยิงนกตกปลา เล่นต่อสู้
เขาขอแค่นั้นแต่ไม่เคยได้ วันหนึ่งตอน 11 ขวบ เขาได้ไปเล่นกับลูกคนสวนโดยบังเอิญ
มันแปลกมากที่ลูกคนสวนสามารถถอดเสื้อวิ่งเล่นได้ แต่เขาต้องใส่เสื้อราคาแพงอยู่ตลอดเวลา
เขาสงสัยว่าจะทำไปเพื่ออะไร วันนั้นลูกคนสวนจะปีนต้นไม้เพื่อเก็บผลไม้ให้เขา แต่เขาอยากเก็บเอง
เขาจึงถอดเสื้อราคาแพงออก เพื่อจะได้ขี่คอเพื่อนได้ถนัด โชคร้ายที่ทั้งคู่ล้ม
โชคร้ายกว่านั้นที่แม่มาเห็น แม่ให้คนงานลงโทษลูกคนสวนหนักมากจนเขาเสียชีวิต
อีกไม่นาน แม่ของสีทันดรก็ตายตามไป
หลังจากนั้น เขาจึงมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบสมบุกสมบัน หันมาเล่นกล้ามจนร่างกายดูดี
ถึงเขาจะมีเงินมหาศาล แต่บางครั้งก็อยากใช้ชีวิตแบบลูกผู้ชายตกยากบ้าง
เขาเคยสมัครไปเป็นคนงาน เคยได้ดื่มเหล้ากับเพื่อน โดนหัวหน้าคนงานเรียกไปด่า
และชกหน้า เขารู้สึกว่านี่แหละคือชีวิตลูกผู้ชายที่เขาโหยหา
พอจบเซ็ตที่สอง ก็เริ่มการลงโทษเซ็ตที่สามต่อเลย
ดังเต้กับจอมทัพเดินถือเทียนมาคนละเล่ม ทั้งสองพยายามให้น้ำตาเทียน
หยดลงตรงหัวนมของสีทันดร ส่วนครูปีเตอร์และครูทอมเดินแจกเทียนคนละเล่ม
ให้กับหนุ่ม ๆ ทั้งสิบ ครูสันต์สั่งให้ทุกคนเอาน้ำตาเทียนมาหยดลงตามตัวของสีทันดร
เขาทั้งสิบก็ตั้งใจทำกันมาก จริง ๆ แล้ว ครูสันต์กำลังตามหาเด็กหนุ่มประมาณ 10 คน
ที่จะกลายเป็นหน่วยสอดแนมในอาณาจักรของนายพลชวน ครูสันต์ทำงานให้กับหน่วย
สืบราชการลัยของโสฬสมานานแล้ว จากการประชุมพบว่าอาณาจักรของนายพลชวน
มักไม่เปิดเผยต่อสาธารณะชน แต่เราจะได้ยินการกดขี่แบบโหด ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ
เช่น การทรมานทหารรับใช้ การทรมานผู้หญิง การทรมานคนรับใช้ฯลฯ
ดูเหมือนว่านายพลชวนจะชอบการทรมานเป็นชีวิตจิตใจ ทางครูสันต์จึงประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ
จนค้นพบกันว่าถ้าให้โรงเรียนเป็นคนส่งเด็กหนุ่มอายุ 16-18 ปี เข้าไปฝึกในค่ายของนายพลชวน
สักอาทิตย์นึง นายพลชวนน่าจะไม่ค่อยสงสัยอะไร แล้วก็น่าจะปล่อยตัวพวกเด็กหนุ่มออกมา
เด็กหนุ่มพวกนี้จะได้เก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาด้วย
ครูสันต์ลองเสนอห้าหรดีกับห้าหัสนัยในที่ประชุม ด้วยเหตุผลที่ว่าเด้กมาจากสองกลุ่ม
ไม่ต้องละลายพฤติกรรมกันมากและไม่ต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักกัน
ถ้าต้องแยกทำงานเป็นสองกลุ่ม มันก็จะลงตัวพอดี การลองใจให้พวกเขาทั้งสิบมา
ช่วยกันหยดน้ำตาเทียนลงตามตัวของสีทันดรนั้น ครูสันต์แค่อยากจะรู้ว่าพวกเขา
มีพลังในการทรมานเหยื่อมากแค่ไหน จิตใจโหดเหี้ยมมากแค่ไหน
อีกสิ่งหนึ่งที่ครูสันต์อยากรู้ก็คือเมื่อพวกเขาเห็นสีทันดรโดนลงโทษโหดขนาดนี้
จะมีใครไหมที่อยากลองดีกับเขาเพียงเพื่อต้องการที่จะถูกลงโทษโหดเหมือนสีทันดร
ผู้ชายบางคนอาจมีลักษณะเช่นนี้ อยากโดนทรมานโหดต่อหน้าผู้คนเพื่อจะได้
พิสูจน์ตัวเองว่าเขาแกร่งแค่ไหน
หลังการลงโทษเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มทั้งสิบก็เดินไปเข้าแถวเหมือนเดิม
พอสีทันดรลุกขึ้น เราจะเห็นว่าทั้งหน้าอกและหน้าท้องของเขา
เต็มไปด้วยน้ำตาเทียนที่แห้งกรังเป็นจำนวนมาก ถือเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า
เด็กหนุ่มทั้งสิบโหดจริง ครูสันต์บอกกับสีทันดรว่า
"ไหน ๆ นายก็ลงมาแล้ว ก็ไปเข้าแถวกับพวกนั้นเลยดิ"
สีทันดรคิดในใจว่า "ชวนกูอยู่ต่อเหรอ ได้ กูชอบ"
แล้วเขาก็เดินไปอยู่ในแถวโดยยืนอยู่ตรงกลางระหว่างห้าหรดีกับห้าหัสนัย
ครูสันต์กล่าวว่า "เดี๋ยวเรามาออกแรงวิ่งกันหน่อยนะ ทั้งหมดขวาหัน"
ยังไม่ทันได้ออกคำสั่งหน้าวิ่ง ทุกคนก็ได้ยินเสียงที่ใครคนหนึ่งฟาดหลัง
ใครคนหนึ่งอย่างแรง และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจังโก้ได้ฟาดหลังสีทันดรอย่างแรง
ในใจของจังโก้คิดว่าสีทันดรยังถูกทรมานไม่พอ เขาเลยฟาดหลังซะเต็มแรง
การกระทำครั้งนี้ถือเป็นยิงกระสุนนัดเดียว ได้นกสองตัวเพราะจังโก้เองก็อยาก
โดนลงโทษโหด ๆ ต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้มานานแล้ว เขาอยากรู้ว่า
เขาจะแกร่งสักแค่ไหน จังโก้ไม่ต้องรอให้ครูสันต์เรียก
เขาเดินออกไปยืนต่อหน้าครูสันต์เลย เขารอเวลานี้มานานแล้ว
ครูสันต์ใช้มือบีบหัวนมทั้งสองข้างของจังโก้ก่อน แล้วก็บีบค้างไว้อย่างนั้น
"อยากลองดีกับกูงั้นเหรอ" จังโก้ไม่ได้ตอบอะไร ครูสันต์จึงออกแรงบีบให้หนักขึ้น
เขาทั้งบีบและบิดเพื่อให้จังโก้เจ็บกว่าโอรส เพราะเขามีไม้เด็ด
หลังจากปล่อยมือจากหัวนมของจังโก้แล้ว ครูสันต์เดินไปหยิบคลิปดำอันเล็ก 2 อัน
มาหนีบที่หัวนมของจังโก้
"โชคดีนะที่เป็นอันเล็ก" มายูมิกล่าวขึ้น แต่เคนจิได้บอกว่า "ถ้าเอามาหนีบหัวนม
อันเล็กสุดจะเจ็บปวดทรมานมากที่สุด"
แล้วมันก็เป็นไปตามที่เคนจิบอก ตอนนี้จังโก้เจ็บปวดทรมานตรงหัวนมมาก
สีหน้าของเขาแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ครูสันต์ยิ้มให้เขาแล้วออกคำสั่งว่า
"วิดพื้น 50 ครั้งปฏิบัติ" มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องวิดพื้นในขณะที่เจ็บหัวนมมากขนาดนี้
แต่จังโก้ก็ต้องทำ เขาลงไปอยู่ในท่าวิดพื้นท่าเตรียม พอครูสันต์ให้สัญญาณ เขาก็
เริ่มวิดเลย วิดครั้งแรกเขาก็นับหนึ่งเสียงดังมากและแมนมาก แล้วเขาก็นับไปเรื่อย ๆ
ครูสันต์ถอดเข็มขัดของตัวเองออก แล้วฟาดไปที่แผ่นหลังของจังโก้แบบไม่ยั้ง
เรียกได้ว่าเป็นการฟาดอย่างบ้าคลั่ง พอจังโก้วิดพื้นครบ 50 ครั้ง เขาก็หยุดฟาด
และสั่งให้จังโก้ลุกขึ้น จังโก้นึกว่าครูสันต์จะเอาคลิปดำออกจากหัวนมเขา
แต่ครูสันต์ไม่ทำอย่างนั้น เขาแค่ออกคำสั่งว่า "ไปเข้าแถวได้แล้ว"
เคนจิกล่าวว่า "โห ซาดิสม์มาก ไม่ยอมดึงคลิปออกจากหัวนมมันด้วย"
และที่ซาดิสม์กว่านั้น เมื่อครูสันต์สั่งวิ่ง คนที่ตกนรกทั้งเป็นก็คือจังโก้
เพราะตอนวิ่ง ความเจ็บปวดทรมานจะมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ...
วิมานมายา โดย ศักดา ตอนที่ 74
และรีบวิ่งลงมาด้านล่าง มันไม่ใช่การวิ่งแบบกล้า ๆ กลัว ๆ
แต่เป็นการวิ่งแบบลุย ๆ พร้อมเผชิญความโหดในทุกรูปแบบ
ครูสันต์ชอบผู้ชายแบบนี้มาก เขาคิดว่าสมเป็นลูกผู้ชายดี
ครูสันต์รู้อยู่ก่อนว่าสีทันดรเป็นเกย์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะ
มันไม่แปลกหรอกที่ลูกผู้ชายพันธุ์แกร่งจะมีแฟนเป็นลูกผู้ชายพันธุ์แกร่งด้วยกัน
พอสีทันดรวิ่งมายืนอยู่ตรงหน้า ครูสันต์มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อ สวมแค่กางเกงขาสั้นธรรมดา
เขาหน้าหล่อ หน้าตาคล้ายคนญี่ปุ่น ผิวขาว ขาวมากและขาวเนียน
แต่แกร่งเพราะร่างกายมีกล้ามแบบลีน ๆ แต่พอมองเห็นเป็นสัดส่วน
ทำให้หุ่นของสีทันดรดูงดงามและโคตรแกร่งด้วย ครูสันต์พอจะทราบมาก่อนว่า
สีทันดรชอบให้คนโหดกับเขา เราคงไม่ทราบเหตุผล
ว่าทำไมเขาถึงชอบแบบนั้น แต่กิจกรรมของชมรมคริสต์เมื่อปีก่อน
ทำให้ทุกคนเห็นเป็นที่ประจักษ์ สีทันดรรับบทพระเยซูที่ถูกทหารทรมาน
สีทันดรยืนยันว่าให้ทรมานจริงได้ พวกนั้นจึงไม่ออมมือ
เขาถูกลากถูกทรมานไปรอบโรงเรียน ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด
เขาทนทายาดมาก ๆ ครูสันต์มองหน้าเขา เขาก็มองตอบแบบ
ไม่หลบสายตาแม้แต่นิดเดียว ความเงียบเข้าครอบงำเพียงชั่วครู
ครูสันต์จึงตะโกนใส่หน้าเขา "ซ่านักเหรอ ไม่สวมเสื้อเข้ามาในยิม"
แน่นอนว่าสีทันดรจะไม่ตอบอะไรเพราะเกมมันควรเดินไปทางนั้น
"จะลองดีกับกูเหรอ" ครูสันต์เดินเข้าไปใกล้เขาแล้วฟาดหน้าอกเขา
อย่างแรง แล้วฟาดซ้ำอีกหลายครั้งจนสาแก่ใจ มีเสียงอื้ออึงมาจากคนดูชั้นสอง
ตอนนี้โรงยิมเหมือนแปลงร่างเป็นโรงละครกลางแจ้งของชาวโรมันในยุคอดีต
คนดูอยู่ด้านบน คนแสดงอยู่ด้านล่าง ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง
ด้วยความยินยอมพร้อมใจ คนดูก็ชอบดู คนเล่นก็ชอบเล่น
ครูสันต์เดินเกมต่ออย่างโหด เขาหันมาทางคนดูชั้นสอง
เหมือนเขามองตรงมาที่ควีนเยอบีร่า ประธานในพิธี
"นักเรียนชายคนนี้เลวมาก ฝ่าฝืนกฎอย่างร้ายแรง อย่างที่ครูเคยบอก
ตอนพวกเธออยู่นอกห้องเรียน นอกโรงยิม พวกเธอจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้
แต่พอเข้ายิมมาแล้ว ในฐานะคนดู ควรแต่งกายให้เรียบร้อย
ไม่ใช่มานั่งถอดเสื้อแบบนี้"
เมื่อได้ยินคำว่าเลว สีทันดรรู้สึกสะใจมากที่เขาโดนประจานต่อหน้าคนนับร้อย
อาจเป็นเพราะว่าเขาคือพวกชอบลุย ชอบผจญภัย แต่ดันเกิดมาในครอบครัวที่รวยมาก
แม่จึงเลี้ยงแบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ผู้ชายสันดานดิบแบบนี้ จึงต้องหาทางออก
ด้วยตัวเขาเอง แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด ตอนครูสันต์ประจานเขาต่อหน้าคนดู
ฉากหลังจะเป็นสีทันดรที่ยืนนิ่งที่หน้าอกเริ่มแดง มันเป็นภาพที่ดูสอดรับกันเป็นอย่างดี
ดูเหมือนครูสันต์กำลังจะสรุปอะไรบางอย่าง
"ดังนั้นนักเรียนชายคนนี้ ต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ทั้งหมด 3 เซ็ต"
พอได้ยินประโยคนี้ คนดูก็หนาวสิครับ แต่ถึงจะขนลุกขนาดไหน
ก็ตั้งใจดูกันเต็มที่ ครูสันต์จัดมุมได้ดีมาก คือให้สีทันดรยืนหันหน้าไปทางเยอบีร่า
ซึ่งมายูมิกับเคนจิก็อยู่ตรงฝั่งนั้นด้วย ครูสันต์ออกคำสั่ง
"ยืนกางขาพอประมาณ เอามือประสานไว้ตรงท้ายทอย" พอเห็นภาพนั้น
มายูมิก็อุทานในใจ "ภาพปริศนาก็คือสีทันดรนี่เอง"
ครูสันต์ปล่อยให้สีทันดรอยู่กับคนดู ทำให้หลายคนมีเวลาที่จะมองหน้าหล่อ ๆ
และหุ่นกล้าม ๆ ของเขา ครูสันต์เดินหายไปและกลับมาพร้อมกับไม้เรียว
ครูสันต์ใช้ไม้เรียวขนาดพอดีฟาดไปที่หน้าท้องของสีทันดร เสียงดังฟังชัดมาก
แกฟาดแบบรักษาจังหวะและความแรงได้ดี ระหว่างที่แกฟาดหน้าท้องของเขา
ครูอีก 4 คน เข้าแถวอยู่ด้านหลังของสีทันดร พอครูคนแรกฟาดหลังเขาอย่างแรง
ก็จะเดินไปต่อแถวเพื่อออมแรง ครูคนต่อไปก็ฟาดหลังเขาต่อ แล้วก็หมุนเวียน
กันไปแบบนี้
ตอนนี้เราจะได้ยินเสียงเฉพาะมือที่ฟาดแผ่นหลังกับไม้ที่ฟาดหน้าท้อง
นอกนั้นเราจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดเลย ถ้านับกิจกรรมของชมรมคริสต์
เป็นเหตุการณ์ที่สีทันดรถูกทรมานต่อหน้าคนจำนวนมากครั้งที่ 1
ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 เพราะครั้งที่ 2 ที่มีคนโจษจันกันมาก จะเป็นเหตุการณ์
การเข้าค่ายลูกเสือวิสามัญ ตอนที่มีกิจกรรมรอบกองไฟ
กลุ่มของสีทันดรเลือกแสดงเรื่องทรมานโหดเชลยหนุ่ม เขายืนยันว่า
ให้ทรมานเขาจริง ๆ ทางกลุ่มก็เลยจัดให้และถือเป็นการจัดหนักอีกครั้งหนึ่ง
พวกเขาหาเสาที่มีฐานเป็นล้อรถมาได้สองเสา จึงใช้เป็นแกนในการมัดโยงสีทันดร
ในฐานะเชลย เมื่อเป็นการทรมานเชลย เขาเลยต้องอยู่ในสภาพนุ่งกางเกงในตัวเดียว
และถูกมัดโยงแบบยืนเป็นรูปตัว X ตอนนั้นเพื่อนในกลุ่มเริ่มด้วยการฟาดหน้าอก
ชกท้อง ตบหน้าและเตะผ่าหมาก ทุกอย่างที่เขาโดนมันจริงหมดและหนักด้วย
สิ่งที่น่าตระหนกหลังจากนั้นคือการที่เพื่อนกลุ่มอื่นขอทรมานเชลยคนนี้ด้วย
เหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้จึงเกิดขึ้น
มีการเอาไม้หน้าสามมาฟาดที่ท้องของสีทันดร
มีคนเอากระดาษทรายมาขัดที่หัวนมเขาจนเลือดออก
แถมมีคนเอามีดมาตัดกางเกงในจนเขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
การทรมานอวัยวะเพศและอัณฑะจึงเกิดขึ้นหลายรูปแบบ
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่มีครูอยู่ มีแต่รุ่นพี่ พวกรุ่นพี่กับเพื่อนในกลุ่มก็คุมไม่อยู่
เขาจึงโดนเอาค้อนทุบตรงอวัยวะเพศและอัณฑะ
พวกมันแกะเชือกที่มัดโยงเขา แล้วเอามามัดมือไพล่หลังแทน
จากนั้นก็พาเขาไปที่สนามโคลน ผลักเขาลงโคลนแล้วรุมกระทืบเขาจนสาแก่ใจ
จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สีทันดรสนใจความป่าเถื่อนของมนุษย์มาก
เขาพบว่าเมื่อคนรวมตัวกันเยอะ ๆ และมีคนส่วนน้อยตกเป็นเหยื่อ
คนที่ไม่คิดจะทำร้ายใคร ก็สามารถลุกขึ้นมาทำร้ายผู้อื่นได้
ด้วยเหตุผลที่ว่าคนมันเยอะ จะชี้ถูกชี้ผิดใครก็ยาก
สีทันดรสนใจในประเด็นพวกนี้มาก จนทำให้เขามี project ในหัว
ชื่อ project X ถึงมันจะเป็น project ที่เสี่ยงมาก แต่เขาก็อยากรู้ผล
ที่มันจะเกิดขึ้น
พอการลงโทษเซ็ตแรกจบลง ครูสันต์ก็เริ่มเซ็ตที่สอง
เนื่องจากคนดูอยู่ชั้นสอง ครูสันต์จึงสั่งให้สีทันดรนอนหงายทับมือตัวเอง
แล้วให้ครูปีเตอร์กับครูทอมช่วยกันเอาเข็มขัดฟาดไปที่หน้าอกและหน้าท้องของเขา
พอสองคนนี้เหนื่อย ดังเต้กับจอมทัพจะเป็นคนมาฟาดแทน สลับกันไปแบบนี้
เซ็ตนี้ถือว่าเบาสำหรับสีทันดรเพราะเขาเคยเจออะไรที่มันโหดกว่านี้มาก
สีทันดรชอบอะไรที่มันป่าเถื่อนแบบนี้มาก สิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดคือ
ตอนที่ไปกับแม่ พอลงจากรถหรู ก็จะมีคุณนายคนหนึ่งพูดว่า
"วันนี้พาลูกสาวมาด้วยเหรอคะ"
มันเป็นคำพูดที่หยามเกียรติและศักดิ์ศรีมาก แต่แม่ของเขากลับไม่ได้รู้สึกอะไร
ส่วนเพื่อนผู้ชายที่แม่เลือกให้ ก็มีแต่พูดไร้สาระกับเขา เคยมีเพื่อนอายุ 11 ขวบ
พูดแต่ว่า "นาฬิกาของเรา 10 ล้านนะ นายมีมั้ย เสื้อที่ใส่นี่ 1 ล้านนะ นายมีมั้ย"
สีทันดรไม่ได้พูดอะไร ทั้ง ๆ ที่ บ้านเขารวยกว่าบ้านหมอนั่นประมาณ 10 เท่าเห็นจะได้
จริง ๆ เขาเองแค่อยากมีเพื่อนวัยเดียวกันชวนกันไปยิงนกตกปลา เล่นต่อสู้
เขาขอแค่นั้นแต่ไม่เคยได้ วันหนึ่งตอน 11 ขวบ เขาได้ไปเล่นกับลูกคนสวนโดยบังเอิญ
มันแปลกมากที่ลูกคนสวนสามารถถอดเสื้อวิ่งเล่นได้ แต่เขาต้องใส่เสื้อราคาแพงอยู่ตลอดเวลา
เขาสงสัยว่าจะทำไปเพื่ออะไร วันนั้นลูกคนสวนจะปีนต้นไม้เพื่อเก็บผลไม้ให้เขา แต่เขาอยากเก็บเอง
เขาจึงถอดเสื้อราคาแพงออก เพื่อจะได้ขี่คอเพื่อนได้ถนัด โชคร้ายที่ทั้งคู่ล้ม
โชคร้ายกว่านั้นที่แม่มาเห็น แม่ให้คนงานลงโทษลูกคนสวนหนักมากจนเขาเสียชีวิต
อีกไม่นาน แม่ของสีทันดรก็ตายตามไป
หลังจากนั้น เขาจึงมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบสมบุกสมบัน หันมาเล่นกล้ามจนร่างกายดูดี
ถึงเขาจะมีเงินมหาศาล แต่บางครั้งก็อยากใช้ชีวิตแบบลูกผู้ชายตกยากบ้าง
เขาเคยสมัครไปเป็นคนงาน เคยได้ดื่มเหล้ากับเพื่อน โดนหัวหน้าคนงานเรียกไปด่า
และชกหน้า เขารู้สึกว่านี่แหละคือชีวิตลูกผู้ชายที่เขาโหยหา
พอจบเซ็ตที่สอง ก็เริ่มการลงโทษเซ็ตที่สามต่อเลย
ดังเต้กับจอมทัพเดินถือเทียนมาคนละเล่ม ทั้งสองพยายามให้น้ำตาเทียน
หยดลงตรงหัวนมของสีทันดร ส่วนครูปีเตอร์และครูทอมเดินแจกเทียนคนละเล่ม
ให้กับหนุ่ม ๆ ทั้งสิบ ครูสันต์สั่งให้ทุกคนเอาน้ำตาเทียนมาหยดลงตามตัวของสีทันดร
เขาทั้งสิบก็ตั้งใจทำกันมาก จริง ๆ แล้ว ครูสันต์กำลังตามหาเด็กหนุ่มประมาณ 10 คน
ที่จะกลายเป็นหน่วยสอดแนมในอาณาจักรของนายพลชวน ครูสันต์ทำงานให้กับหน่วย
สืบราชการลัยของโสฬสมานานแล้ว จากการประชุมพบว่าอาณาจักรของนายพลชวน
มักไม่เปิดเผยต่อสาธารณะชน แต่เราจะได้ยินการกดขี่แบบโหด ๆ กันอย่างสม่ำเสมอ
เช่น การทรมานทหารรับใช้ การทรมานผู้หญิง การทรมานคนรับใช้ฯลฯ
ดูเหมือนว่านายพลชวนจะชอบการทรมานเป็นชีวิตจิตใจ ทางครูสันต์จึงประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ
จนค้นพบกันว่าถ้าให้โรงเรียนเป็นคนส่งเด็กหนุ่มอายุ 16-18 ปี เข้าไปฝึกในค่ายของนายพลชวน
สักอาทิตย์นึง นายพลชวนน่าจะไม่ค่อยสงสัยอะไร แล้วก็น่าจะปล่อยตัวพวกเด็กหนุ่มออกมา
เด็กหนุ่มพวกนี้จะได้เก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมาด้วย
ครูสันต์ลองเสนอห้าหรดีกับห้าหัสนัยในที่ประชุม ด้วยเหตุผลที่ว่าเด้กมาจากสองกลุ่ม
ไม่ต้องละลายพฤติกรรมกันมากและไม่ต้องใช้เวลาในการทำความรู้จักกัน
ถ้าต้องแยกทำงานเป็นสองกลุ่ม มันก็จะลงตัวพอดี การลองใจให้พวกเขาทั้งสิบมา
ช่วยกันหยดน้ำตาเทียนลงตามตัวของสีทันดรนั้น ครูสันต์แค่อยากจะรู้ว่าพวกเขา
มีพลังในการทรมานเหยื่อมากแค่ไหน จิตใจโหดเหี้ยมมากแค่ไหน
อีกสิ่งหนึ่งที่ครูสันต์อยากรู้ก็คือเมื่อพวกเขาเห็นสีทันดรโดนลงโทษโหดขนาดนี้
จะมีใครไหมที่อยากลองดีกับเขาเพียงเพื่อต้องการที่จะถูกลงโทษโหดเหมือนสีทันดร
ผู้ชายบางคนอาจมีลักษณะเช่นนี้ อยากโดนทรมานโหดต่อหน้าผู้คนเพื่อจะได้
พิสูจน์ตัวเองว่าเขาแกร่งแค่ไหน
หลังการลงโทษเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มทั้งสิบก็เดินไปเข้าแถวเหมือนเดิม
พอสีทันดรลุกขึ้น เราจะเห็นว่าทั้งหน้าอกและหน้าท้องของเขา
เต็มไปด้วยน้ำตาเทียนที่แห้งกรังเป็นจำนวนมาก ถือเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า
เด็กหนุ่มทั้งสิบโหดจริง ครูสันต์บอกกับสีทันดรว่า
"ไหน ๆ นายก็ลงมาแล้ว ก็ไปเข้าแถวกับพวกนั้นเลยดิ"
สีทันดรคิดในใจว่า "ชวนกูอยู่ต่อเหรอ ได้ กูชอบ"
แล้วเขาก็เดินไปอยู่ในแถวโดยยืนอยู่ตรงกลางระหว่างห้าหรดีกับห้าหัสนัย
ครูสันต์กล่าวว่า "เดี๋ยวเรามาออกแรงวิ่งกันหน่อยนะ ทั้งหมดขวาหัน"
ยังไม่ทันได้ออกคำสั่งหน้าวิ่ง ทุกคนก็ได้ยินเสียงที่ใครคนหนึ่งฟาดหลัง
ใครคนหนึ่งอย่างแรง และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจังโก้ได้ฟาดหลังสีทันดรอย่างแรง
ในใจของจังโก้คิดว่าสีทันดรยังถูกทรมานไม่พอ เขาเลยฟาดหลังซะเต็มแรง
การกระทำครั้งนี้ถือเป็นยิงกระสุนนัดเดียว ได้นกสองตัวเพราะจังโก้เองก็อยาก
โดนลงโทษโหด ๆ ต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้มานานแล้ว เขาอยากรู้ว่า
เขาจะแกร่งสักแค่ไหน จังโก้ไม่ต้องรอให้ครูสันต์เรียก
เขาเดินออกไปยืนต่อหน้าครูสันต์เลย เขารอเวลานี้มานานแล้ว
ครูสันต์ใช้มือบีบหัวนมทั้งสองข้างของจังโก้ก่อน แล้วก็บีบค้างไว้อย่างนั้น
"อยากลองดีกับกูงั้นเหรอ" จังโก้ไม่ได้ตอบอะไร ครูสันต์จึงออกแรงบีบให้หนักขึ้น
เขาทั้งบีบและบิดเพื่อให้จังโก้เจ็บกว่าโอรส เพราะเขามีไม้เด็ด
หลังจากปล่อยมือจากหัวนมของจังโก้แล้ว ครูสันต์เดินไปหยิบคลิปดำอันเล็ก 2 อัน
มาหนีบที่หัวนมของจังโก้
"โชคดีนะที่เป็นอันเล็ก" มายูมิกล่าวขึ้น แต่เคนจิได้บอกว่า "ถ้าเอามาหนีบหัวนม
อันเล็กสุดจะเจ็บปวดทรมานมากที่สุด"
แล้วมันก็เป็นไปตามที่เคนจิบอก ตอนนี้จังโก้เจ็บปวดทรมานตรงหัวนมมาก
สีหน้าของเขาแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ครูสันต์ยิ้มให้เขาแล้วออกคำสั่งว่า
"วิดพื้น 50 ครั้งปฏิบัติ" มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องวิดพื้นในขณะที่เจ็บหัวนมมากขนาดนี้
แต่จังโก้ก็ต้องทำ เขาลงไปอยู่ในท่าวิดพื้นท่าเตรียม พอครูสันต์ให้สัญญาณ เขาก็
เริ่มวิดเลย วิดครั้งแรกเขาก็นับหนึ่งเสียงดังมากและแมนมาก แล้วเขาก็นับไปเรื่อย ๆ
ครูสันต์ถอดเข็มขัดของตัวเองออก แล้วฟาดไปที่แผ่นหลังของจังโก้แบบไม่ยั้ง
เรียกได้ว่าเป็นการฟาดอย่างบ้าคลั่ง พอจังโก้วิดพื้นครบ 50 ครั้ง เขาก็หยุดฟาด
และสั่งให้จังโก้ลุกขึ้น จังโก้นึกว่าครูสันต์จะเอาคลิปดำออกจากหัวนมเขา
แต่ครูสันต์ไม่ทำอย่างนั้น เขาแค่ออกคำสั่งว่า "ไปเข้าแถวได้แล้ว"
เคนจิกล่าวว่า "โห ซาดิสม์มาก ไม่ยอมดึงคลิปออกจากหัวนมมันด้วย"
และที่ซาดิสม์กว่านั้น เมื่อครูสันต์สั่งวิ่ง คนที่ตกนรกทั้งเป็นก็คือจังโก้
เพราะตอนวิ่ง ความเจ็บปวดทรมานจะมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ...