พ่อกับแม่เราเป็นคนที่เรียกได้ว่าเจ้ากี้เจ้าการทุกเรื่องในชีวิตของลูก เรื่องเล็กน้อยที่มันพอจะปล่อยวางได้ แม่เราไม่เคยปล่อยเลย เราเข้าใจในความหวังดีของเขา แต่เขาไม่เคยปล่อยให้เรากับน้องใช้ชีวิตด้วยตัวเองเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า "อยากให้ลูกได้ดี" แต่ทำไมเขาไม่ลองคิดกลับกันว่าต้องให้ลูกได้เผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเองบ้าง จะผิดจะถูกเราก็เลือกเองและยอมรับมัน และที่สำคัญเราต้องไม่เป็นภาระให้คนอื่น แต่เราไม่เคยได้สิทธิ์นั้นเลย การอยู่ร่วมกันภายในครอบครัวทุกวันนี้ก็แค่อาศัยหลับนอน กลับบ้านมาไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนในบ้านเพราะมันจบด้วบการทะเลาะกันทุกครั้ง ถึงเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก ๆ ก็ตาม พ่อแม่เราก็จะขุดเรื่องเก่ามาพูดให้ทะเลาะจนได้ ซึ่งบางทีเรื่องที่ทะเลาะกับเรื่องที่ขุดขึ้นมาพูดมันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย ทุกอย่างทุกเรื่องที่พ่อแม่สั่งต้องทำตามให้ได้ดั่งใจเขา ถ้าจะเอาคือเอาตอนนี้ ถ้าอยากได้อะไรต้องทำให้เลยในตอนนั้น บางทีเรานอนอยู่ในห้อง อ่านหนังสือทำไรเพลิน ๆ มาเคาะห้องเราให้ไปทำนั่นทำนี่ให้เขา เราก็บอกว่าให้รอหน่อยแปบนึงแต่สิ่งที่แม่เราทำคือ พยายามงัดประตูห้องเราเพื่อจะเข้ามาในห้อง ตอนนั้นเราโมโหมากว่าทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ ตอนเราเรียนจบแล้วทำงานเขาก็บอกว่า ใช่สิทำงานแล้วมีเงินแล้วปากดีปากเก่งได้แล้วอยากไปไหนทำอะไรก็ได้ เงินทำงานมาไม่เห็นด้วยซักบาท (ตอนนั้นทำงานก่อนผ่านโปรเงินเดือน 11,xxx) เราก็จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าจิปาถะต่าง ๆ ที่เราพอจะช่วยที่บ้านได้ ซึ่งมันก็คงยังไม่พอ ตอนนี้เจ้าของกระทู้อายุ 22 แล้ว เริ่มต้นชีวิตวัยทำงานแต่คนที่บ้านก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ เราพยายามหาทางไปอยู่ที่อื่นเพราะเราคิดว่ายังไงเราก็อยู่ร่วมกับพ่อแม่ไม่ได้ อนาคตถ้าไปอยู่ข้างนอกก็แวะเวียนมาหาท่านบ้างน่าจะดีกว่า เราคิดผิดไหม ?
ทำไมพ่อกับแม่ไม่เคยคิดโทษตัวเอง มีแต่อยากให้ลูกปรับเปลี่ยน แต่ตัวพ่อกับแม่เองก็ควรที่จะปรับด้วยไหม