อยู่กินกับสามีมา 12 ปี
แต่หลังๆรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว เพราะปรึกษาอะไรไม่เคยได้ ให้ไปคิดเอง งานบ้านไม่เคยทำ ลูกช่วยดูแค่ตอนเลิกงานโดนการให้ลูกดูมือถือ เล่นด้วยนิดหน่อย เราพูดบ้างไม่พูดบ้างว่ากลับมาให้เล่นกับลูกบ้าง แต่ก็คิดในใจว่าเค้าก็อาจจะอยากกลับมาแล้วมีเวลาพักผ่อนของตัวเองบ้าง เงินไม่เคยให้ใช้ ตอนแรกเราทำงานบริษัท แต่ออกมาเพราะท้องเลี้ยงลูกเอง เพราะไม่ไว้ใจให้คนอื่นเลี้ยง แต่ขายของออนไลน์อยู่บ้าน เพราะคิดว่าคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ต้องมีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ออกให้เวลาไปกินอะไรนอกบ้าน แต่หลังๆนี้นานๆที นานมาก แต่แรกเค้าติดบูโร เลยกู้ซื้อบ้านไม่ได้ เราอยากได้บ้าน เพื่อออกมาอยู่กันเอง เนื่องจาก รู้สึกว่าแม่เลี้ยงเค้าไม่โอเคกับเรา เราก็ไม่รู้สาเหตุ เพราะตอนนั้นเราทำงานประจำ แต่วันหยุดก็ทำงานบ้านให้เค้าทุกอย่าง แฟนก็ออกค่าน้ำค่าไฟให้ ( บ้านพ่อเค้าเองไม่ต้องมีภาระผ่อนอะไร ) แต่ต่อมาเค้าแอบไปซื้อบ้านใหม่เองโดนไม่บอก รู้อีกทีคือให้เราไปเซ็นยินยอมการเป็นหนี้บ้าน เพราะจดทะเบียน ( ถ้าไม่จดคงไม่รู้ว่าแอบไปซื้อมา ) ตอนเราซื้อบ้านหลังแรกก็เป็นทาวเฮ้า เพราะคิดว่าไหวแค่นี้ เราให้เค้าช่วยออก 5000 ส่วนเราออก 10000 เพราะคิดว่าบ้านเป็นชื่อเราคนเดียว ( ตอนซื้อยังไม่จดทะเบียน ) เค้าซื้อบ้านเดียวซึ่งภาระผ่อนหนักมาก ( เรารู้สึกมาตลอดว่าแฟนเราเป็นคนเล่นใหญ่ตลอดไม่ดูกำลังตัวเอง แต่เค้าอาจจะอายเพื่อนหรือป่าวไม่รู้ เพราะเพื่อนๆเค้าก็ดูมีฐานะกัน ) สามีเงินเดือน 5 หมื่นกว่า แต่ผ่อนบ้านไป 2 หมื่นกว่าแล้ว เราไม่ได้ช่วยออก เพราะต้องจ่ายส่วนต่างค่าผ่อนบ้านหลังเก่าด้วย ( บ้านหลังเก่าปล่อยเช่า แต่ไม่เท่าจำนวนผ่อนกับธนาคาร เพราะคิดว่าถ้าปล่อยเท่ากับผ่อนธนาคาร คนคงไปซื้อบ้านผ่อนกับธนาคารดีกว่ามาเช่า ) เราขายออนไลน์ กำไลได้ไม่เยอะ พอค่ากินตัวเอง ค่าให้แม่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ให้ค่ากินลูก ค่าขนม ค่าของเล่น ค่าอุปกรณ์การเรียน เพราะไม่อยากขอแล้ว เพราะขอแล้วสามีมีอาการหงุดหงิดรำคานตลอด ก่อนหน้านี้ขอเพราะเราคิดว่าก็เราเหนื่อยเลี้ยงลูกแล้วค่าใช้จ่ายสามีก็ต้องเป็นคนออกสิ แต่หลังๆ เค้าหงุดหงิดทุกครั้ง เลยตัดรำคานและไม่อยากเสียความรู้สึกเลยตัดปัญหาออกเอง ( เราไม่ขายบ้านเพราะคิดว่าอะไรก็ไม่แน่นอน ยิ่งเป็นแบบนี้ อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังมีบ้านอยู่ ) มีอะไรกันครั้งสุดท้ายคือวันที่ตกลงกันว่าจะมีลูก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
สรุปคือ
1. ให้คำปรึกษาอะไรไม่ได้เลย
2. งานบ้านคนเดียว ไม่เคยคิดจะช่วยหยิบจับอะไร แล้วของตัวเองยังต้องมานั่งตามเก็บให้อีก พอบอกก็บอกเดี่ยวเก็บเองแระ แล้วก็จะวางไว้แบบนั้นจนข้ามวัน ( เราไม่เก็บเพราะจะรอดู )
3. ไม่เคยให้ใช้เงิน ต้องมาออกค่าใช้จ่ายลูกอีก ค่าเทอมลูกก็ต้องหาร ทั้งๆที่เราก็เป็นฝากเลี้ยงลูก งานบ้านก็ต้องทำทุกอย่าง เราคิดว่ามันไม่แฟร์ ( ยังไงวิจารตรงนี้ได้นะคะ เราอยากรู้ว่าความคิดเราผิดมั้ย )
4. ไม่มีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาเลย
5. เวลาพูดจาก็จะมีคำว่า ห่า

อะไรแบบนี้ตลอด ซึ่งพูดในบ้านเราฟังก็เสียใจนะคะ แต่ยังพอทนได้ แต่ออกไปข้างนอกก็พูด แล้วเป็นคนพูดเสียงดัง ซึ่งเราอายคนมาก เวลาออกไปข้างนอกแทบจะไม่อยากคุยอะไรด้วยเลย เพราะเราอาย กลัวเค้าพูดอะไรออกมาแล้วคนมอง เรารู้สึกเหมือนเค้าไปให้เกลียดเราเลย เหมือนเราเป็นของตาย ( ตรงนี้เสียใจสุด ที่พูดมาทั้งหมด ) เค้าบันทึกชื่อเราในเบอร์โทรว่า อี

( เปลี่ยนตอนทะเลาะกัน หลังจากนั้นก็ไม่เปลี่ยนกลับอีกเลย ทั้งๆที่เราบอกแล้วว่าทำไมไม่เปลี่ยนชื่อ
ปล. ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้นะคะ ที่มีพื้นที่ได้ระบาย ไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ
ไปต่อหรือพอแค่นี้
แต่หลังๆรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว เพราะปรึกษาอะไรไม่เคยได้ ให้ไปคิดเอง งานบ้านไม่เคยทำ ลูกช่วยดูแค่ตอนเลิกงานโดนการให้ลูกดูมือถือ เล่นด้วยนิดหน่อย เราพูดบ้างไม่พูดบ้างว่ากลับมาให้เล่นกับลูกบ้าง แต่ก็คิดในใจว่าเค้าก็อาจจะอยากกลับมาแล้วมีเวลาพักผ่อนของตัวเองบ้าง เงินไม่เคยให้ใช้ ตอนแรกเราทำงานบริษัท แต่ออกมาเพราะท้องเลี้ยงลูกเอง เพราะไม่ไว้ใจให้คนอื่นเลี้ยง แต่ขายของออนไลน์อยู่บ้าน เพราะคิดว่าคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ต้องมีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ออกให้เวลาไปกินอะไรนอกบ้าน แต่หลังๆนี้นานๆที นานมาก แต่แรกเค้าติดบูโร เลยกู้ซื้อบ้านไม่ได้ เราอยากได้บ้าน เพื่อออกมาอยู่กันเอง เนื่องจาก รู้สึกว่าแม่เลี้ยงเค้าไม่โอเคกับเรา เราก็ไม่รู้สาเหตุ เพราะตอนนั้นเราทำงานประจำ แต่วันหยุดก็ทำงานบ้านให้เค้าทุกอย่าง แฟนก็ออกค่าน้ำค่าไฟให้ ( บ้านพ่อเค้าเองไม่ต้องมีภาระผ่อนอะไร ) แต่ต่อมาเค้าแอบไปซื้อบ้านใหม่เองโดนไม่บอก รู้อีกทีคือให้เราไปเซ็นยินยอมการเป็นหนี้บ้าน เพราะจดทะเบียน ( ถ้าไม่จดคงไม่รู้ว่าแอบไปซื้อมา ) ตอนเราซื้อบ้านหลังแรกก็เป็นทาวเฮ้า เพราะคิดว่าไหวแค่นี้ เราให้เค้าช่วยออก 5000 ส่วนเราออก 10000 เพราะคิดว่าบ้านเป็นชื่อเราคนเดียว ( ตอนซื้อยังไม่จดทะเบียน ) เค้าซื้อบ้านเดียวซึ่งภาระผ่อนหนักมาก ( เรารู้สึกมาตลอดว่าแฟนเราเป็นคนเล่นใหญ่ตลอดไม่ดูกำลังตัวเอง แต่เค้าอาจจะอายเพื่อนหรือป่าวไม่รู้ เพราะเพื่อนๆเค้าก็ดูมีฐานะกัน ) สามีเงินเดือน 5 หมื่นกว่า แต่ผ่อนบ้านไป 2 หมื่นกว่าแล้ว เราไม่ได้ช่วยออก เพราะต้องจ่ายส่วนต่างค่าผ่อนบ้านหลังเก่าด้วย ( บ้านหลังเก่าปล่อยเช่า แต่ไม่เท่าจำนวนผ่อนกับธนาคาร เพราะคิดว่าถ้าปล่อยเท่ากับผ่อนธนาคาร คนคงไปซื้อบ้านผ่อนกับธนาคารดีกว่ามาเช่า ) เราขายออนไลน์ กำไลได้ไม่เยอะ พอค่ากินตัวเอง ค่าให้แม่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ให้ค่ากินลูก ค่าขนม ค่าของเล่น ค่าอุปกรณ์การเรียน เพราะไม่อยากขอแล้ว เพราะขอแล้วสามีมีอาการหงุดหงิดรำคานตลอด ก่อนหน้านี้ขอเพราะเราคิดว่าก็เราเหนื่อยเลี้ยงลูกแล้วค่าใช้จ่ายสามีก็ต้องเป็นคนออกสิ แต่หลังๆ เค้าหงุดหงิดทุกครั้ง เลยตัดรำคานและไม่อยากเสียความรู้สึกเลยตัดปัญหาออกเอง ( เราไม่ขายบ้านเพราะคิดว่าอะไรก็ไม่แน่นอน ยิ่งเป็นแบบนี้ อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังมีบ้านอยู่ ) มีอะไรกันครั้งสุดท้ายคือวันที่ตกลงกันว่าจะมีลูก เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
สรุปคือ
1. ให้คำปรึกษาอะไรไม่ได้เลย
2. งานบ้านคนเดียว ไม่เคยคิดจะช่วยหยิบจับอะไร แล้วของตัวเองยังต้องมานั่งตามเก็บให้อีก พอบอกก็บอกเดี่ยวเก็บเองแระ แล้วก็จะวางไว้แบบนั้นจนข้ามวัน ( เราไม่เก็บเพราะจะรอดู )
3. ไม่เคยให้ใช้เงิน ต้องมาออกค่าใช้จ่ายลูกอีก ค่าเทอมลูกก็ต้องหาร ทั้งๆที่เราก็เป็นฝากเลี้ยงลูก งานบ้านก็ต้องทำทุกอย่าง เราคิดว่ามันไม่แฟร์ ( ยังไงวิจารตรงนี้ได้นะคะ เราอยากรู้ว่าความคิดเราผิดมั้ย )
4. ไม่มีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาเลย
5. เวลาพูดจาก็จะมีคำว่า ห่า
ปล. ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้นะคะ ที่มีพื้นที่ได้ระบาย ไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ