ความหมายของชีวิตในแบบของผม

สวัสดีผมอายุ 21 ปี เด็กใหม่ประสบการณ์น้อย ตลอดที่ผมมีชีวิตมาผมนั้นไม่เคยมีความฝัน(อาจลืมไปแล้ว) ผมไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ยืนยาว ผมไม่ต้องกาสร้างครอบครัว ผมไม่ต้องการคนที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผมจนตาย ผมไม่ต้องการมีลูกของตัวเอง ผมไม่ต้องการเงินทองชื่อเสียงมากมาย หรือว่าผมควรพบจิตแพทย์? แต่ผมก็ได้รู้ว่าทุกคนมีชีวิตอยู่ทำไม

ตอนอายุ ประมาณ 17 ปี ผมเริ่มตั้งคำถามเราตั้งใจเรียนไปทำไม ที่เราทำไปเพื่อตัวเราเองรึเปล่า ผมไม่ได้รับคำตอบและตั้งใจเรียนต่อไปเพราะคนอื่นบอกว่ามันคือสิ่งที่ดี ในปีนั้นเองปู่ที่อยู่กับผมมาตั้งแต่เสียชีวิต ไม่มีน้ำตาหยดเดียวที่ไหลจากตาผมทำไม? ผมไม่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของปู่ที่อยู่และเลี้ยงดูผมมา ผมคิดว่าตัวผมเองเลวมากเลย 

ตอนอายุ ประมาณ 19ปี ผมเริ่มเห็นเพื่อนบางคนตายไป บางคนมีครอบครัว บางคนออกไปทำตามความฝันของตัวเอง ผมรู้ได้ว่านั้นเป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ของเขา ผมจึงกลับมามองที่ตัวเอง ผมต้องการครอบครัวไหม ผมต้องการเงินชื่อเสียงเปล่า ไม่มีคำตอบได้ที่ได้รับจากตัวผมเลย ก่อนที่จะอายุ 20 ปีไม่กี่เดือน น้าของผมเสียชีวิตด้วยการผูกคอตาย ผมเจอกับน้าคนนี้ก่อนจะผูกคอตาย 1 เดือน ดูไร้ชีวิตชีวา ไม่ค่อยร่าเริง ผมคิดว่าชีวิตคนเราต้องมีช่วงขึ้นลงแบบนี้หละ แน่นอนการตายของน้าผมก็ไม่ทำให้ผมร้องออกมาเลย สิ่งที่น้าผมทิ้งให้ผมไม่ใช้ความเสียใจแต่เป็นคำถาม การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่ถูกต้องรึเปล่า 

ตอนอายุ ประมาณ 20ปี ผมเริ่มตั้งใจหาความหมายของชีวิตตัวเอง ทั้งในด้านศาสนา ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวรรณกรรม นิยายและ ผู้ประสบความสำเร็จดังที่พวกคุณอาจจะเคยได้ยินชื่อพวกเขา พวกเขาต่างมีหลักการใช้ชีวิตมากมายสอนใจเยอะไปหมด ผมเริ่มได้คำตอบผมมีชีวิตอยู่เพื่อไม่ให้คนรุ่นถัดไปสบายกว่านี้ ผมเริ่มศึกษาลงในคำสอนของศาสนาพุทธ สุขและทุกข์ บาป ศีล มากมายถูกอ่านและวิเคราะห์ ในปีนั้นผมได้คำตอบของ ความดีและเลว ว่ามันคือสิ่งเดียวกันแค่ต่างมุมมอง ทุกการกระทำของเราจะทำพาไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง เราเองนั้นไม่ได้ดีไปจากสัตว์ตัวนึงในโลก โลกใบนี้จะไม่มีวันดีได้ถ้าไม่มีเลว และไม่มีวันสุขได้ท้าไม่มีทุกข์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจิตใจมนุษย์คือสิ่งเดียวกันแค่ต่างมุมมองกันแค่นั้นเอง และผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่นั้นอยู่ในกระโหลกของเราเองนั้นคือสมอง เรากลัวความเจ็บปวด เมื่อถึงจุดที่เกินไปมันจะหลอกเรา สารเคมีเหล่านั้นทำให้เรากลัวความเจ็บปวดความตายและทำให้เรามีความต้องการมากมายในการมีขวิต

ตอนอายุ 21 ปี ปัจจุบัน ผมเริ่มอ่านหนังสือการพัฒนาตัวเอง ผมพยายามควบคุมทั้งอารมและความรู้สึกปลอมๆ ที่หลอกผมอยู่  ผมคิดว่าความหมายชีวิตนั้นพวกเราเองมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะตายลงในสักวันนึงและนั้นไม่มีทางเลี่ยงได้ จึงเป็นการสรุปการมีชีวิตของมนุษย์คือการสร้างหลุมศพของตัวเองเท่านั้น คุณจะสร้างหลุมศพของตัวเองอย่างไร ถ้าคุณรวยอาจะสร้างใหญ่โต หรือว่าคุณเป็นคนดี อาจมีคนมาช่วยเช็ดดูแลหลุมศพคุณอยู่บ่อยๆ หรือว่าคุณมีครอบครัวใหญ่หลุมศพคุณจะทำให้พวกเขาได้มาสนิทสนมกัน หรือร้ายหน่อยคุณเป็นคนเลวหรือเกลียดเยอะ พวกเขาจะทำลายหมดศพคุณเอาของเสียมากมายมากองไว้ แต่ไม่ว่าคุณจะสร้างหลุมศพดีแค่ไหนหรูดีอย่างไร สุดท้ายแล้วเวลาก็จะทำลายหลุมศพที่คุณสร้างไว้ สังวันจะไม่มีใครจำคุณได้เลย สักวันจะไม่มีใครนับถือคุณเลย สักวันจะไม่มีใครเกลียดคุณเลย เวลาเท่านั้นคือตัวตัดสินว่ามันจะอยู่ได้นานแค่ไหน และตอนจบนั้นมันจะไม่เหลืออะไรเลย

นี้คือความหมายของเด็กอายุ 21 ปีครับคนนี้ครับ  ผมมองว่าคนที่เลือกจะตายด้วยตัวเอง คือสิ่งที่ดีไม่ว่าจะกินเหล้าจนตายเสพยาเกินขนาดหรือทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำแล้วตาย พวกเขาได้ตายเพราะเขาเลือกไม่ได้ทรมารจากโรคร้ายที่เอาชีวิตเขาไป หรือคนที่พลากเอาชีวิตเขาไป เพราะแบบนั้นการเอาชีวิตคนอื่นไปคือเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดบนโลกไปนี้ อาจจะดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่เลือกที่จะมีชีวิตเพราะตัวเองเถอะ อย่างน้อยชีวิตก็ให้โอกาสทุกคนในการเลือกที่จะตายในเวลาตัดสินใจที่จำกัด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่