เราเป็นคนกรุงเทพฯแต่มาอยู่ต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ที่ๆเราอยู่เป็นสวนน่ะ แต่เราไม่ได้ทำการเกษตรหรอกนะเพราะไม่มีทุน แต่ที่บ้านเราน่ะมีสระน้ำขนาดราวงานหนึ่ง น้ำดีมาก เปี่ยมขอบสระเลย
ทีนี้บ้านฝั่งตรงข้ามเนี่ยเขาคนภูเก็ต มาปลูกบ้าน,ทำสวนที่นี่ เขาบอกว่าน้ำบาดาลบ้านเขาไม่ดีนัก เลยมาขอน้ำที่สระเรา ตอนแรกเขาว่าจะขอเช่า ทำสัญญา๓๐ปี จะจ่ายเงินให้ด้วย แต่เราเห็นว่าคนบ้านใกล้เรือนเคียง จะเอาเงินกันเรารู้สึกว่าไม่น่าดูนัก เลยให้เขามาสูบน้ำเอาโดยที่เราไม่คิดเงิน,ไม่ต้องทำสัญญา
จริงๆคนที่นี่เขาคิดทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมดนะ ของฟรี,น้ำจิตน้ำใจนี่ไม่มีหรอก อย่างถ้าจะสูบน้ำแบบนี้ก็ต้องจ่ายกันเป็นรายครั้ง,รายเดือนฯลฯ หรือแล้วแต่ตกลงกัน
แต่เราขอสัญญาจากเขา คือบ้านเราเป็นที่ต่ำ ไม้ใหญ่มีมาก แดดไม่ใคร่มี ไม้ผลเลยมีน้อย ก็เลยบอกเขาไปว่าถ้ากล้วยที่บ้านเราไม่มีกินเนี่ย เราขอเข้าสวนเขาไปเก็บมากินนะ เขาก็บอกว่าได้
คือเราเป็นคนรักสุขภาพน่ะ มีปัญหาเรื่องร้อนในง่าย ขับถ่ายยากด้วย เลยต้องกินผลไม้ทุกวัน วันหนึ่งกินไม่น้อยกว่า๗-๘ลูก
เรามีปัญหาเรื่องรายได้ด้วย คือเราบอกเขาว่าถ้าเราจะเข้าไปทำธุระในอำเภอ,จังหวัด จะขอติดรถไปด้วยนะ เขาก็บอกว่าได้
คือค่ารถตามตจว.เนี่ยว่ากันเป็นหลักร้อย อย่างเข้าเมืองเนี่ยไป-กลับคิดกัน๒๐๐บ.(รถโดยสาร) ถ้าเข้าอำเภอก็ถูกกว่านี้เล็กน้อย ถ้าเหมารถเองก็เฉียดพันบาท!
คือเราอยากประหยัดค่าใช้จ่ายน่ะ ไม่อยากเสียเงินซื้อผลไม้ ไม่อยากเสียเงินไปกับค่ารถ อยากเก็บเงินไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
แต่บ้านฝั่งตรงข้ามเขาไม่ใคร่ทำตามสัญญาน่ะ อย่างกล้วยเราก็ไม่ได้ไปเก็บของเราประจำหรอก แต่ถ้าไปเก็บทีไรจะได้เป็นบางครั้ง ถ้าได้นี่กล้วยสวยๆบางครั้งก็ได้ แต่ส่วนมากนี่จะได้กล้วยแบบ"เดนนกเดนหนู"เสียมากกว่า เขาตัดกล้วยไปขายแบบ"สวนสะอาด"เลย ไม่เว้นให้เราตามสัญญา
ส่วนเรื่องของติดรถเข้าอำเภอ,จังหวัดไปทำธุระนี่นานๆครั้ง ส่วนมากก็ยังนั่งรถโดยสารเหมือนเดิม ถ้าจำเป็นและไม่มีเงินค่ารถก็ขี่จักรยานเอา เข้าอำเภอนี่ก็ราว๒๐ก.ม.(ไป-กลับ๔๐ก.ม.) ถ้าเข้าเมืองนี่ก็๖๐ก.ม.(ไป-กลับ๑๒๐ก.ม.)
และตอนนี้สระน้ำบ้านเราน้ำไม่เปี่ยมขอบสระอีกแล้ว มันแห้งลงไปมาก! ลดระดับไปจากขอบสระหลายเมตรเลยทีเดียว!
คือเราเกรงว่าถ้าน้ำแห้งสระไปนานๆแบบนี้ ขอบสระจะทรุด,พังลงไปหรือเปล่า? เพื่อนๆที่ทำการเกษตรช่วยให้ความรู้ตรงนี้หน่อยนะ
คือตอนนี้เราคิดจะยกเลิกเรื่องการให้น้ำบ้านฝั่งตรงข้ามแล้วน่ะ คือเราเป็นคนรักษาคำพูดนะ และเกลียดคนไม่รักษาสัจจะมาก! และเราก็เป็นห่วงสระเราด้วย ถ้าสระเสียหายไปเขาคงจะไม่รับผิดชอบอะไร หยุดสูบน้ำก็แค่นั้น แต่เราไม่มีเงินไปจ้างแมคโครมาขุดแต่งสระใหม่หรอก
แต่ถ้าเราไปบอกเรื่องการยกเลิกสูบน้ำก็เท่ากับผิดคำพูดเสียเอง เราละอายใจตรงนี้
นักปฏิบัตินี่จะไม่เหมือนคนทั่วไปนะ คือจะมี"หิริโอตต้ปปะ"

ความละอาย,เกรงกลัวต่อบาป) แต่คนที่ไม่เจริญบุญกริยาวัตถุ๓เป็นสตินี่จะทำได้ทุกเรื่อง คือทำเรื่องดีบ้าง,ไม่ดีบ้าง
เราเป็นพุทธมามกะที่เคร่งในวัตรปฏิบัติ,คำสอนอยู่นะ บางครั้งคิดจะปล่อยไปตามกฏแห่งกรรม คือ...เราทำดีที่สุดก็พอเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่(จาคะ)กับสัตว์โลกทั้งปวง จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นกลไกของกฎแห่งกรรม(ทำดีต้องได้ดีฯลฯ)
แต่ถ้าเราทำแบบนี้มันก็เหมือนกับปล่อยปละละเลยไม่ใช่การปล่อยวาง และพวกคนถ่อยเอาแต่ได้ก็เสวยสุขกันไป
คือบ้านฝั่งตรงข้ามนี่เป็นพุทธแค่บัตรประชาชนน่ะ ก็เห็นเขาระเริงสุขกับเหล้า,ผู้หญิงฯลฯถ้ามีโอกาส ตรงข้ามกับเราน่ะ มันต่อกันไม่ติด เลยไม่สนิทกันนักแต่เจอกันก็ยิ้ม,ทักกันอยู่นะ
เลยอยากจะปรึกษาเพื่อนๆที่เป็นนักปฏิบัติธรรม กับเพื่อนๆที่เป็นเกษตรกรว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี?
ขอธรรมทาน,วิทยาทานกันหน่อยนะครับ ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ.
ขอหนทางแก้ไขจากเพื่อนนักปฏิบัติ ผู้รู้ทางจิตวิทยาแก้ปัญหาชีวิต และความรู้เพื่อนชาวเกษตรหน่อยครับ.
ทีนี้บ้านฝั่งตรงข้ามเนี่ยเขาคนภูเก็ต มาปลูกบ้าน,ทำสวนที่นี่ เขาบอกว่าน้ำบาดาลบ้านเขาไม่ดีนัก เลยมาขอน้ำที่สระเรา ตอนแรกเขาว่าจะขอเช่า ทำสัญญา๓๐ปี จะจ่ายเงินให้ด้วย แต่เราเห็นว่าคนบ้านใกล้เรือนเคียง จะเอาเงินกันเรารู้สึกว่าไม่น่าดูนัก เลยให้เขามาสูบน้ำเอาโดยที่เราไม่คิดเงิน,ไม่ต้องทำสัญญา
จริงๆคนที่นี่เขาคิดทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมดนะ ของฟรี,น้ำจิตน้ำใจนี่ไม่มีหรอก อย่างถ้าจะสูบน้ำแบบนี้ก็ต้องจ่ายกันเป็นรายครั้ง,รายเดือนฯลฯ หรือแล้วแต่ตกลงกัน
แต่เราขอสัญญาจากเขา คือบ้านเราเป็นที่ต่ำ ไม้ใหญ่มีมาก แดดไม่ใคร่มี ไม้ผลเลยมีน้อย ก็เลยบอกเขาไปว่าถ้ากล้วยที่บ้านเราไม่มีกินเนี่ย เราขอเข้าสวนเขาไปเก็บมากินนะ เขาก็บอกว่าได้
คือเราเป็นคนรักสุขภาพน่ะ มีปัญหาเรื่องร้อนในง่าย ขับถ่ายยากด้วย เลยต้องกินผลไม้ทุกวัน วันหนึ่งกินไม่น้อยกว่า๗-๘ลูก
เรามีปัญหาเรื่องรายได้ด้วย คือเราบอกเขาว่าถ้าเราจะเข้าไปทำธุระในอำเภอ,จังหวัด จะขอติดรถไปด้วยนะ เขาก็บอกว่าได้
คือค่ารถตามตจว.เนี่ยว่ากันเป็นหลักร้อย อย่างเข้าเมืองเนี่ยไป-กลับคิดกัน๒๐๐บ.(รถโดยสาร) ถ้าเข้าอำเภอก็ถูกกว่านี้เล็กน้อย ถ้าเหมารถเองก็เฉียดพันบาท!
คือเราอยากประหยัดค่าใช้จ่ายน่ะ ไม่อยากเสียเงินซื้อผลไม้ ไม่อยากเสียเงินไปกับค่ารถ อยากเก็บเงินไว้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น
แต่บ้านฝั่งตรงข้ามเขาไม่ใคร่ทำตามสัญญาน่ะ อย่างกล้วยเราก็ไม่ได้ไปเก็บของเราประจำหรอก แต่ถ้าไปเก็บทีไรจะได้เป็นบางครั้ง ถ้าได้นี่กล้วยสวยๆบางครั้งก็ได้ แต่ส่วนมากนี่จะได้กล้วยแบบ"เดนนกเดนหนู"เสียมากกว่า เขาตัดกล้วยไปขายแบบ"สวนสะอาด"เลย ไม่เว้นให้เราตามสัญญา
ส่วนเรื่องของติดรถเข้าอำเภอ,จังหวัดไปทำธุระนี่นานๆครั้ง ส่วนมากก็ยังนั่งรถโดยสารเหมือนเดิม ถ้าจำเป็นและไม่มีเงินค่ารถก็ขี่จักรยานเอา เข้าอำเภอนี่ก็ราว๒๐ก.ม.(ไป-กลับ๔๐ก.ม.) ถ้าเข้าเมืองนี่ก็๖๐ก.ม.(ไป-กลับ๑๒๐ก.ม.)
และตอนนี้สระน้ำบ้านเราน้ำไม่เปี่ยมขอบสระอีกแล้ว มันแห้งลงไปมาก! ลดระดับไปจากขอบสระหลายเมตรเลยทีเดียว!
คือเราเกรงว่าถ้าน้ำแห้งสระไปนานๆแบบนี้ ขอบสระจะทรุด,พังลงไปหรือเปล่า? เพื่อนๆที่ทำการเกษตรช่วยให้ความรู้ตรงนี้หน่อยนะ
คือตอนนี้เราคิดจะยกเลิกเรื่องการให้น้ำบ้านฝั่งตรงข้ามแล้วน่ะ คือเราเป็นคนรักษาคำพูดนะ และเกลียดคนไม่รักษาสัจจะมาก! และเราก็เป็นห่วงสระเราด้วย ถ้าสระเสียหายไปเขาคงจะไม่รับผิดชอบอะไร หยุดสูบน้ำก็แค่นั้น แต่เราไม่มีเงินไปจ้างแมคโครมาขุดแต่งสระใหม่หรอก
แต่ถ้าเราไปบอกเรื่องการยกเลิกสูบน้ำก็เท่ากับผิดคำพูดเสียเอง เราละอายใจตรงนี้
นักปฏิบัตินี่จะไม่เหมือนคนทั่วไปนะ คือจะมี"หิริโอตต้ปปะ"
เราเป็นพุทธมามกะที่เคร่งในวัตรปฏิบัติ,คำสอนอยู่นะ บางครั้งคิดจะปล่อยไปตามกฏแห่งกรรม คือ...เราทำดีที่สุดก็พอเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่(จาคะ)กับสัตว์โลกทั้งปวง จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นกลไกของกฎแห่งกรรม(ทำดีต้องได้ดีฯลฯ)
แต่ถ้าเราทำแบบนี้มันก็เหมือนกับปล่อยปละละเลยไม่ใช่การปล่อยวาง และพวกคนถ่อยเอาแต่ได้ก็เสวยสุขกันไป
คือบ้านฝั่งตรงข้ามนี่เป็นพุทธแค่บัตรประชาชนน่ะ ก็เห็นเขาระเริงสุขกับเหล้า,ผู้หญิงฯลฯถ้ามีโอกาส ตรงข้ามกับเราน่ะ มันต่อกันไม่ติด เลยไม่สนิทกันนักแต่เจอกันก็ยิ้ม,ทักกันอยู่นะ
เลยอยากจะปรึกษาเพื่อนๆที่เป็นนักปฏิบัติธรรม กับเพื่อนๆที่เป็นเกษตรกรว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี?
ขอธรรมทาน,วิทยาทานกันหน่อยนะครับ ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ.