ตำราเศรษฐศาสตร์สมัยก่อน ว่าด้วย การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์
แต่การทำ QE ทำให้เกิดความต้องการที่ไม่จำกัด
มีเงินพอที่ซื้อทุกอย่าง จนสินค้าไม่พอ บางทีก็เอาเงินไปสร้างความต้องการปลอมๆขึ้นมา
หลังจากเกิด QE ก็มีสิ่งที่เรียกว่า short trade ในเมื่อสินค้าไม่พอ ก็ยืมของคนที่มีขาย สร้างสินค้าที่ไม่จำกัด ตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัด
กลายเป็น supply เทียมขึ้นมาอีก ยืมไปยืมมา จนไม่รู้ว่าเป็นของใคร แล้วทรัพยากรถูกใช้ไปรึยัง
ถ้าเลือกฉีกตำราเก่า เราก็จะอยู่แบบนี้ต่อไป จนกว่า ผู้ซื้อจะเรียกใช้สินค้าที่ซื้อ ถึงเวลานั้นก็พัง ใส้พุงออกมาเกลื่อนกลาด แฉกันเละ
ถ้าเลือกใช้ตำราเก่า ยกเลิก QE แล้ว ทุกอย่างจะกลับไปก่อน ทำ QE GDP บางประเทศติดลบระเนระนาด แต่วิธีนี้มันมีวิธีแก้
คือการสร้างสินทรัพย์ขึ้นมาทดแทน GDP ที่จะหาย
แล้วสินทรัพย์ที่ว่าคืออะไร สินทรัพย์คือสิ่งที่ไม่มีมูลค่า แต่มีความต้องการใช้จริง แล้วความต้องการนั้นจะกลายเป็นมูลค่าของสินทรัพย์สิ่งนั้นเอง
ฉีกตำราเก่าทิ้ง หรือ เอาของเทียมออก
แต่การทำ QE ทำให้เกิดความต้องการที่ไม่จำกัด
มีเงินพอที่ซื้อทุกอย่าง จนสินค้าไม่พอ บางทีก็เอาเงินไปสร้างความต้องการปลอมๆขึ้นมา
หลังจากเกิด QE ก็มีสิ่งที่เรียกว่า short trade ในเมื่อสินค้าไม่พอ ก็ยืมของคนที่มีขาย สร้างสินค้าที่ไม่จำกัด ตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัด
กลายเป็น supply เทียมขึ้นมาอีก ยืมไปยืมมา จนไม่รู้ว่าเป็นของใคร แล้วทรัพยากรถูกใช้ไปรึยัง
ถ้าเลือกฉีกตำราเก่า เราก็จะอยู่แบบนี้ต่อไป จนกว่า ผู้ซื้อจะเรียกใช้สินค้าที่ซื้อ ถึงเวลานั้นก็พัง ใส้พุงออกมาเกลื่อนกลาด แฉกันเละ
ถ้าเลือกใช้ตำราเก่า ยกเลิก QE แล้ว ทุกอย่างจะกลับไปก่อน ทำ QE GDP บางประเทศติดลบระเนระนาด แต่วิธีนี้มันมีวิธีแก้
คือการสร้างสินทรัพย์ขึ้นมาทดแทน GDP ที่จะหาย
แล้วสินทรัพย์ที่ว่าคืออะไร สินทรัพย์คือสิ่งที่ไม่มีมูลค่า แต่มีความต้องการใช้จริง แล้วความต้องการนั้นจะกลายเป็นมูลค่าของสินทรัพย์สิ่งนั้นเอง