เรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในความฝันของผมเท่านั้น และได้นำมาเขียนเป็นบทความครับ
เรืองราวเกิดขึ้นในวันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 22:00-05:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกำลังนอนหลับแล้วสะดุ้งตื่นพอดี
นายไววิทธิ์ เป็นศิษเก่าเรียนจบจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกรุงเทพ ขณะที่เขาอยู่บ้านสิ่งที่เขาทำมาตลอดจนเป็นธุรกิจรายได้ Passive income นั่นคือ การเป็น YouTuber อยู่มาวันหนึ่งเขาได้ทำ YouTuber จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอินเตอร์เน็ต ซึ่งใครๆก็รู้จักเขาในฐานะ Kanvajana (กาญจ์วจนะ) ที่มีคนติดตาม 50 ล้าน subscribe และมีรายได้มากกว่า 30,000,000 บาท เป็นรายได้ที่มาจากการเป็น YouTuber ของเขา ในช่วงที่เขาอยู่บ้านเพิ่งตื่นนอน เขาก็ได้เริ่มมีความคิดที่อยากจะลองปลอมตัวเพื่อกลับไปยังโรงเรียนเก่าที่เขาเรียนจบมานานหลายปี เพื่อไปพบปะเพื่อนๆ คุณครูอาจารย์ เพื่อดูว่าพวกเขาจะจำ ชายคนนี้ได้หรือเปล่า โดยการทำเรื่องขอทางราชการเขตอำเภอที่เขาอยู่ ทำการเปลี่ยนชื่อจริงจากเดิม (นายไววิทธิ์) เป็น (นาย กาญจ์วจนะ)
หลังจากที่เขาได้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อแล้ว เขาก็ได้ตัดสินใจนำชุดนักเรียนจากที่บ้าน จำนวน 1 ชุด ไปให้ทางร้านตัดเย็บหรือร้านขายชุดนักเรียนทำการแก้ไขชื่อบนชุดนักเรียนของเขาทันที ไม่นานหลังจากที่เขาได้ทำเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็กลับไปยังบ้านของเขานำชุดนักเรียนที่เขาได้ทำขึ้นใหม่ไปเก็บพร้อมกลับไปทำ YouTube และนอนต่อ รอจนกว่าจะถึงวันถัดไป วันที่เขาได้เฝ้ารอที่จะได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าอีกครั้ง หลายวันต่อมา เช้าวันใหม่อากาศสดใส เมื่อเขาตื่นขึ้นจากเตียงนอน เขาก็ได้ทำธุระส่วนตัว ตรวจเช็ค YouTube งานของเขา สักพักเขาก็ได้ดูปฏิทินวันที่เขาจะได้ไปเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้ง เมื่อเขารู้ว่าถึงเวลาวันที่เขาจะได้ไปเยี่ยมเพื่อนเก่า เยี่ยมครูอาจารย์ของเขา เขาก็ดีใจมาก รีบแต่งตัวโดยใช้ชุดที่เขาทำขี้นใหม่แขวนอยู่บนตู้เสื้อผ้า รีบหยิบมาใส่ทันที
มีช่วงหนึ่งก็มีแขกหรือคนรู้จักเขามาเยี่ยมที่บ้าน แต่พอมาเห็นเขาใส่ชุดนักเรียนโดยใช้ชื่อนามสกุลใหม่ แขกหรือคนรู้จัก ก็จำเขาไม่ได้ แต่หน้าดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นชายคนนี้บน YouTube แขกเลยถามเขาว่า “หนูเป็นใคร วันนี้มาบ้านเพื่อนเหรอ?” “ครอบครัวของหนูอยู่ไหน?” เขาก็ได้แอบขำเล็กน้อย พร้อมบอกกับแขกคนนั่นว่า “ใช่ครับ ผมมาหาเพื่อนสนิทของผมที่บ้าน พอดีผมเพิ่งคุยธุระเสร็จ กำลังจะออกไปข้างนอกละครับ” เมื่อเขาพูดเสร็จ เขาก็ได้เดินไปยังประตูทางออก แล้วหันกลับไปมองแขกที่ยังมองด้วยความสงสัย เขาเลยตอบกลับไปว่า “ผมนี่แหล่ะครับ ไววิทธิ์ ตาคำ หรือ kanvajana YouTuber ชื่อดังคนนั้น” เขาพูดพร้อมมีรอยยิ้มให้แขก เมื่อแขกได้ยินก็ถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก แล้วก็เห็นเขาออกจากบ้านไปอย่างมีความสุข
ขณะที่เขา (นายไววิทธิ์) เดินออกมาจากบ้าน ก็ไม่มีใครสงสัยเขาเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาคือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกอินเตอร์เน็ต ผู้คนได้แต่ทำงานของตนเองไปเรื่อยๆ เขาได้เดินไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่ง ให้วินไปส่งเขาที่โรงเรียน ขณะที่เขาและวินกำลังเดินทางไปยังจุดหมาย วินก็บอกเขาว่า “จากจุดเริ่มต้นที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ กับ จุดหมายปลายทางก็ไกลพอสมควรนะครับ ผมคิดค่าบริการ 300 บาท พอนะครับ” เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่วินพูด เขาก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อวินได้ยินก็พาเขาเดินทางไปส่งยังจุดหมายต่อ ไม่นานเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เขาก็จ่ายเงินค่าบริการกับวินตามปกติ วินก็ถามเขาว่า “ดูน้องคุ้นๆนะ ใช่คนที่ดังในอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า” “น้องให้พี่มาส่งไกลมากเลยนะ” เขาพูดตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า “ผมไววิทธิ์ kanvajana ไงครับ” เมื่อวินได้ยินก็ถึงกับอึ้งเพราะมาเจอคนดังตัวเป็นๆ เขา(นายไววิทธิ์) ได้พูดกับวินอีกว่า “ผมให้เงินเพิ่มอีก 500,000 บาท เอาไปแบ่งปันวินคนอื่นด้วยนะครับ นี่ครับ” เขาพูดพร้อมยิ้มแล้วยื่นเงินให้ เมื่อวินเห็นเขาถึงกับน้ำตาไหล เพราะเดิมทีวินคนนี้เป็นคนจน เงินมีพออยู่พอกินเท่านั้น วินได้พูดกับเขาว่า “ขอบคุณมากนะน้อง พี่ไม่เคยเห็นใครใจดีกับพี่แบบนี้มาก่อนเลย เดี๋ยวพี่จะเอาไปแบ่งปันใก้วินเพื่อนของพี่คนอื่นต่อนะ” เมื่อนายไววิทธิ์ได้ยินเขาก็ยิ้ม พร้อมมองวินคันนี้จากไป เขาได้โบกมือลาวินด้วยรอยยิ้ม วินก็โบกมือลากลับ
ไม่นานพอนายไววิทธิ์ได้เข้าไปที่โรงเรียนเก่าของเขา ก็ไม่มีใครจำเขาได้เลยสักคน เพราะชื่อก็ไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นชื่อคนอื่น เขาเดินเข้าไปที่โรงเรียนเก่าของเขาเรื่อยๆ และไปพบเจอกับครูเก่าคนหนึ่งที่เขารู้จัก ครูก็ถามเขาว่า”เธอเป็นเด็กนักเรียนชั้นไหน ทำไมไม่เข้าเรียน” เมื่อเขาได้ยินก็หัวเราะแล้วบอกครูคนนั่นว่า “ผมเรียนจบนานหลายปีแล้วครับ วันนี้ผมมาเยี่ยมโรงเรียนเก่าของผม” คุณครูรายนี้ก็ถามเขาอีกว่า “เธอชื่อกาญจ์วจนะไม่ใช่เหรอ เป็นเด็กใหม่เหรอ” ครูถามด้วยความงง ไววิทธิ์ได้ยินก็ตอบไปว่า “ผมเปลี่ยนชื่อมาครับ ชื่อของผมจริงๆไม่ใช่กาญจ์วจนะ แต่เป็นไววิทธิ์ครับ”
คุณครูรายนี้ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ก็เริ่มสงสัยแล้วถามเขาว่า “เธอคือคนที่ดังในอินเตอร์เน็ตใช่ไหม? คนนี้เรียนจบนานหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ” ไววิทธิ์ได้ยินก็ยิ้มตอบ แล้วบอกครูคนนี้ไปว่า “เป็นผมเองครับ” ครูรายนี้ก็อึ้ง แล้วเข้าไปทักทายด้วยความเป็นมิตร พร้อมคุยกันอย่างสนุกสาน เมื่อทั้งคู่เริ่มจำกันได้แล้ว คุณครูก็ปล่อยนายไววิทธิ์เข้าไปพบเพื่อนๆและคุณครูท่านอื่นๆ ทุกคนเห็นต่างก็มีอาการเดียวกันกับคุณครูรายแรก มีถามนายไววิทธิ์ด้วยความสงสัย กว่าทุกคนจะจำได้ว่าเป็นเขาก็ใช้เวลาคุยกันนานพอสมควร เมื่อทุกคนจำเขาได้แล้ว ทางคุณครูคนหนึ่งก็ให้นายไววิทธิ์ไปพูดต่อหน้าเสาธง โดยที่มีเด็กนักเรียนรายอื่นกำลังยืนเข้าแถวกันอยู่ นายไววิทธิ์ได้ถือไมค์เล่าประสบการณ์ความสำเร็จของเขาให้ทุกคนฟัง เกี่ยวกับการเป็น YouTuber รายการที่เขาทำส่วนใหญ่เป็นรายการด้านรีวิวสินค้า การท่องเที่ยว และเกมเมอร์
เมื่อทุกคนได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดเสร็จ นายไววิทธิ์ก็ได้ให้ทุกคนพูดตามเขาว่า “ความสำเร็จคือความภาคภูมิใจของเรา” “ความพยายาม ความตั้งใจ ความกล้าหาญ ความสัตย์ซื่อ มีวินัย ความอดทนคือสิ่งที่เราทำได้” “ให้ทุกคนพูดคำว่าไชโยพร้อมกัน ไชโย!!!” ทุกคนก็พูดตามเขา
เรื่องนี้ก็จบลงในที่สุด
บทความเรื่องราวของ นายไววิทธิ์ ผู้ประสบความสำเร็จด้าน YouTuber
เรืองราวเกิดขึ้นในวันที่ 06 มิถุนายน พ.ศ.2566 เวลา 22:00-05:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ผมกำลังนอนหลับแล้วสะดุ้งตื่นพอดี
นายไววิทธิ์ เป็นศิษเก่าเรียนจบจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกรุงเทพ ขณะที่เขาอยู่บ้านสิ่งที่เขาทำมาตลอดจนเป็นธุรกิจรายได้ Passive income นั่นคือ การเป็น YouTuber อยู่มาวันหนึ่งเขาได้ทำ YouTuber จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอินเตอร์เน็ต ซึ่งใครๆก็รู้จักเขาในฐานะ Kanvajana (กาญจ์วจนะ) ที่มีคนติดตาม 50 ล้าน subscribe และมีรายได้มากกว่า 30,000,000 บาท เป็นรายได้ที่มาจากการเป็น YouTuber ของเขา ในช่วงที่เขาอยู่บ้านเพิ่งตื่นนอน เขาก็ได้เริ่มมีความคิดที่อยากจะลองปลอมตัวเพื่อกลับไปยังโรงเรียนเก่าที่เขาเรียนจบมานานหลายปี เพื่อไปพบปะเพื่อนๆ คุณครูอาจารย์ เพื่อดูว่าพวกเขาจะจำ ชายคนนี้ได้หรือเปล่า โดยการทำเรื่องขอทางราชการเขตอำเภอที่เขาอยู่ ทำการเปลี่ยนชื่อจริงจากเดิม (นายไววิทธิ์) เป็น (นาย กาญจ์วจนะ)
หลังจากที่เขาได้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อแล้ว เขาก็ได้ตัดสินใจนำชุดนักเรียนจากที่บ้าน จำนวน 1 ชุด ไปให้ทางร้านตัดเย็บหรือร้านขายชุดนักเรียนทำการแก้ไขชื่อบนชุดนักเรียนของเขาทันที ไม่นานหลังจากที่เขาได้ทำเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็กลับไปยังบ้านของเขานำชุดนักเรียนที่เขาได้ทำขึ้นใหม่ไปเก็บพร้อมกลับไปทำ YouTube และนอนต่อ รอจนกว่าจะถึงวันถัดไป วันที่เขาได้เฝ้ารอที่จะได้ไปเยี่ยมโรงเรียนเก่าอีกครั้ง หลายวันต่อมา เช้าวันใหม่อากาศสดใส เมื่อเขาตื่นขึ้นจากเตียงนอน เขาก็ได้ทำธุระส่วนตัว ตรวจเช็ค YouTube งานของเขา สักพักเขาก็ได้ดูปฏิทินวันที่เขาจะได้ไปเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้ง เมื่อเขารู้ว่าถึงเวลาวันที่เขาจะได้ไปเยี่ยมเพื่อนเก่า เยี่ยมครูอาจารย์ของเขา เขาก็ดีใจมาก รีบแต่งตัวโดยใช้ชุดที่เขาทำขี้นใหม่แขวนอยู่บนตู้เสื้อผ้า รีบหยิบมาใส่ทันที
มีช่วงหนึ่งก็มีแขกหรือคนรู้จักเขามาเยี่ยมที่บ้าน แต่พอมาเห็นเขาใส่ชุดนักเรียนโดยใช้ชื่อนามสกุลใหม่ แขกหรือคนรู้จัก ก็จำเขาไม่ได้ แต่หน้าดูคุ้นๆเหมือนเคยเห็นชายคนนี้บน YouTube แขกเลยถามเขาว่า “หนูเป็นใคร วันนี้มาบ้านเพื่อนเหรอ?” “ครอบครัวของหนูอยู่ไหน?” เขาก็ได้แอบขำเล็กน้อย พร้อมบอกกับแขกคนนั่นว่า “ใช่ครับ ผมมาหาเพื่อนสนิทของผมที่บ้าน พอดีผมเพิ่งคุยธุระเสร็จ กำลังจะออกไปข้างนอกละครับ” เมื่อเขาพูดเสร็จ เขาก็ได้เดินไปยังประตูทางออก แล้วหันกลับไปมองแขกที่ยังมองด้วยความสงสัย เขาเลยตอบกลับไปว่า “ผมนี่แหล่ะครับ ไววิทธิ์ ตาคำ หรือ kanvajana YouTuber ชื่อดังคนนั้น” เขาพูดพร้อมมีรอยยิ้มให้แขก เมื่อแขกได้ยินก็ถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก แล้วก็เห็นเขาออกจากบ้านไปอย่างมีความสุข
ขณะที่เขา (นายไววิทธิ์) เดินออกมาจากบ้าน ก็ไม่มีใครสงสัยเขาเลยแม้แต่นิดเดียวว่าเขาคือบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกอินเตอร์เน็ต ผู้คนได้แต่ทำงานของตนเองไปเรื่อยๆ เขาได้เดินไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่ง ให้วินไปส่งเขาที่โรงเรียน ขณะที่เขาและวินกำลังเดินทางไปยังจุดหมาย วินก็บอกเขาว่า “จากจุดเริ่มต้นที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ กับ จุดหมายปลายทางก็ไกลพอสมควรนะครับ ผมคิดค่าบริการ 300 บาท พอนะครับ” เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่วินพูด เขาก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อวินได้ยินก็พาเขาเดินทางไปส่งยังจุดหมายต่อ ไม่นานเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง เขาก็จ่ายเงินค่าบริการกับวินตามปกติ วินก็ถามเขาว่า “ดูน้องคุ้นๆนะ ใช่คนที่ดังในอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า” “น้องให้พี่มาส่งไกลมากเลยนะ” เขาพูดตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า “ผมไววิทธิ์ kanvajana ไงครับ” เมื่อวินได้ยินก็ถึงกับอึ้งเพราะมาเจอคนดังตัวเป็นๆ เขา(นายไววิทธิ์) ได้พูดกับวินอีกว่า “ผมให้เงินเพิ่มอีก 500,000 บาท เอาไปแบ่งปันวินคนอื่นด้วยนะครับ นี่ครับ” เขาพูดพร้อมยิ้มแล้วยื่นเงินให้ เมื่อวินเห็นเขาถึงกับน้ำตาไหล เพราะเดิมทีวินคนนี้เป็นคนจน เงินมีพออยู่พอกินเท่านั้น วินได้พูดกับเขาว่า “ขอบคุณมากนะน้อง พี่ไม่เคยเห็นใครใจดีกับพี่แบบนี้มาก่อนเลย เดี๋ยวพี่จะเอาไปแบ่งปันใก้วินเพื่อนของพี่คนอื่นต่อนะ” เมื่อนายไววิทธิ์ได้ยินเขาก็ยิ้ม พร้อมมองวินคันนี้จากไป เขาได้โบกมือลาวินด้วยรอยยิ้ม วินก็โบกมือลากลับ
ไม่นานพอนายไววิทธิ์ได้เข้าไปที่โรงเรียนเก่าของเขา ก็ไม่มีใครจำเขาได้เลยสักคน เพราะชื่อก็ไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นชื่อคนอื่น เขาเดินเข้าไปที่โรงเรียนเก่าของเขาเรื่อยๆ และไปพบเจอกับครูเก่าคนหนึ่งที่เขารู้จัก ครูก็ถามเขาว่า”เธอเป็นเด็กนักเรียนชั้นไหน ทำไมไม่เข้าเรียน” เมื่อเขาได้ยินก็หัวเราะแล้วบอกครูคนนั่นว่า “ผมเรียนจบนานหลายปีแล้วครับ วันนี้ผมมาเยี่ยมโรงเรียนเก่าของผม” คุณครูรายนี้ก็ถามเขาอีกว่า “เธอชื่อกาญจ์วจนะไม่ใช่เหรอ เป็นเด็กใหม่เหรอ” ครูถามด้วยความงง ไววิทธิ์ได้ยินก็ตอบไปว่า “ผมเปลี่ยนชื่อมาครับ ชื่อของผมจริงๆไม่ใช่กาญจ์วจนะ แต่เป็นไววิทธิ์ครับ”
คุณครูรายนี้ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ก็เริ่มสงสัยแล้วถามเขาว่า “เธอคือคนที่ดังในอินเตอร์เน็ตใช่ไหม? คนนี้เรียนจบนานหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ” ไววิทธิ์ได้ยินก็ยิ้มตอบ แล้วบอกครูคนนี้ไปว่า “เป็นผมเองครับ” ครูรายนี้ก็อึ้ง แล้วเข้าไปทักทายด้วยความเป็นมิตร พร้อมคุยกันอย่างสนุกสาน เมื่อทั้งคู่เริ่มจำกันได้แล้ว คุณครูก็ปล่อยนายไววิทธิ์เข้าไปพบเพื่อนๆและคุณครูท่านอื่นๆ ทุกคนเห็นต่างก็มีอาการเดียวกันกับคุณครูรายแรก มีถามนายไววิทธิ์ด้วยความสงสัย กว่าทุกคนจะจำได้ว่าเป็นเขาก็ใช้เวลาคุยกันนานพอสมควร เมื่อทุกคนจำเขาได้แล้ว ทางคุณครูคนหนึ่งก็ให้นายไววิทธิ์ไปพูดต่อหน้าเสาธง โดยที่มีเด็กนักเรียนรายอื่นกำลังยืนเข้าแถวกันอยู่ นายไววิทธิ์ได้ถือไมค์เล่าประสบการณ์ความสำเร็จของเขาให้ทุกคนฟัง เกี่ยวกับการเป็น YouTuber รายการที่เขาทำส่วนใหญ่เป็นรายการด้านรีวิวสินค้า การท่องเที่ยว และเกมเมอร์
เมื่อทุกคนได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดเสร็จ นายไววิทธิ์ก็ได้ให้ทุกคนพูดตามเขาว่า “ความสำเร็จคือความภาคภูมิใจของเรา” “ความพยายาม ความตั้งใจ ความกล้าหาญ ความสัตย์ซื่อ มีวินัย ความอดทนคือสิ่งที่เราทำได้” “ให้ทุกคนพูดคำว่าไชโยพร้อมกัน ไชโย!!!” ทุกคนก็พูดตามเขา
เรื่องนี้ก็จบลงในที่สุด