นันทนา จวก ไดโนเสาร์ตกเลข เตะตัดขาพิธา ชี้สังคมหงุดหงิดนักร้อง ซ้ำไม่อิน รบ.แห่งชาติ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4012238
นันทนา จวก ไดโนเสาร์ตกเลข เตะตัดขาพิธา ชี้สังคมหงุดหงิดนักร้อง ซ้ำไม่อิน รบ.แห่งชาติ
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน รศ.ดร.
นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก ให้สัมภาษณ์รายการ เอ็กซ์อ๊อก talk ทุกเรื่อง ผ่านทาง มติชนทีวี ในตอนหนึ่งว่า เป็นเรื่องที่น่าอายต่อประชาคมโลกอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยมีคนเสนอแนวคิดว่าถ้าได้ก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไทยจะกลายเป็นฐานทัพอเมริกา เพราะเรากำลังจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติพร้อม สามารถยืนบนเวทีโลกทัดเทียมผู้นำรุ่นใหม่ทั้ง
ริชี ซูแน็ก นายกฯ ของอังกฤษ และ
แอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่กลับมีไดโนเสาร์มาสกัด เตะตัดขา
“
ผู้คนเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ความรู้สึกแบบที่คุณพยายามนำเสนอ เพราะรู้ว่าเป็นเกมสกัดไม่ให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลขึ้นบริหารประเทศ ตอนนี้อารมณ์ผู้คนในสังคมเริ่มหงุดหงิดกับพวกนักร้อง พวก ส.ว. พวกสลิ่มโบราณที่ออกมาพยายามปั่น สกัดพิธา เป็นอาการของคนที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย ที่สำคัญคือสอบตกคณิตศาสตร์ เพราะแค่นี้ยังคิดไม่ได้ว่าคน 26 ล้านเสียงที่เลือกฝ่ายเสรีนิยม กับ 7 ล้านเสียงที่เลือกฝ่ายอนุรักษนิยม เลขไหนมากกว่าเลขไหน” รศ. ดร.
นันทนากล่าว
รศ. ดร.
นันทนากล่าวว่า คนเหล่านี้พยายามเสนออะไรที่ไม่สมเหตุสมผล เดิมตนเคยเสนอว่า ลุงๆ ทั้งหลายควรกลับไปเลี้ยงหลาน แต่หลังจากผลการเลือกตั้งออกมา ตนมองว่าอย่าไปเลี้ยงหลานเลย เพราะเด็กจะเติบโตขึ้นมาแบบ ‘สติปัญญาอ่อนโยน’ ไปเรื่อยๆ เพราะแค่ตัวเลขยังไม่รู้ว่าจำนวนไหนมากกว่า นอกจากนี้ ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ ไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตย เสนอข้อเสนอที่ประหลาดมหัศจรรย์ ว่าจะให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ขอสังคมอย่าให้ราคา
คนกรุง 47.45% ค่อนข้างพอใจผลงาน1ปี "ชัชชาติ" เพราะขยัน ตั้งใจ แก้ปัญหาเร็ว
https://siamrath.co.th/n/451995
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “
1 ปี ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ตัวอย่าง ร้อยละ 42.20 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 27.55 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 14.75 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 4.55 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย ตัวอย่าง ร้อยละ 44.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 23.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.35 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 1.40 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 43.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 22.40 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 9.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 8.65 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 41.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 8.95 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.75 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.30 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.50 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่าง ร้อยละ 43.10 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 20.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 11.95 ระบุว่าไม่ดีเลย และร้อยละ 5.00 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การสนับสนุนการกีฬา ตัวอย่าง ร้อยละ 42.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.85 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.35 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.25 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 8.15 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ตัวอย่าง ร้อยละ 48.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.25 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.60 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ตัวอย่าง ร้อยละ 36.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.10 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.70 ระบุว่า ไม่ค่อยดี และร้อยละ 12.80 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ในหน่วยงานของ กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 29.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.05 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ13.90 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การจัดระเบียบการชุมนุม ตัวอย่าง ร้อยละ 40.55 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 17.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 11.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ ตัวอย่าง ร้อยละ 37.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 15.90 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.80 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 11.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ตัวอย่าง ร้อยละ 36.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.55 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 16.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.05 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ตัวอย่าง ร้อยละ 45.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 10.60 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 9.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน ตัวอย่าง ร้อยละ 40.30 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 27.10 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 13.85 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.40 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 8.35 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด ตัวอย่าง ร้อยละ 39.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 26.85 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.30 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 4.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง ตัวอย่าง ร้อยละ 35.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี รองลงมา ร้อยละ 27.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.55 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 12.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 5.45 ระบุว่า ดีมาก
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 47.45 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะ เป็นคนขยันตั้งใจทำงาน ปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และ กทม. มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 27.75 ระบุว่า พอใจมาก เพราะ ลงพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาที่ร้องเรียนได้รับการแก้ไข ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ร้อยละ 14.80 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ เพราะ ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้น้อย และปัญหาใน กทม. ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น ปัญหาการจราจร และร้อยละ 10.00 ระบุว่า ไม่พอใจเลย เพราะ ผลงานไม่ชัดเจน และยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากเดิม
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพมหานคร ตัวอย่าง ร้อยละ 45.70 เป็นเพศชาย และร้อยละ 54.30 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 11.80 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.00 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.95 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.15 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.10 อายุ 60 ปีขึ้นไป
ตัวอย่าง ร้อยละ 94.00 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 4.15 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.85 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ตัวอย่างร้อยละ 41.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 55.00 สมรส และร้อยละ 3.05 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่
ตัวอย่าง ร้อยละ 11.70 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 26.40 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.10 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 43.80 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 11.00 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 7.10 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 28.15 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 27.00ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 0.15 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 7.80 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 24.15 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.65 เป็นนักเรียน/นักศึกษา
ตัวอย่าง ร้อยละ 24.80 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 4.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 21.70 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 16.30 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 8.25 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 11.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 12.45 ไม่ระบุรายได้
JJNY : นันทนาจวกไดโนเสาร์ตกเลข│คนค่อนข้างพอใจ1ปี ชัชชาติ│เพจศึกษาจังหวัดโดนแฮก│อมรัตน์ชี้ควรเลิกกฎหมายห้ามขายเหล้าวันพระ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4012238
นันทนา จวก ไดโนเสาร์ตกเลข เตะตัดขาพิธา ชี้สังคมหงุดหงิดนักร้อง ซ้ำไม่อิน รบ.แห่งชาติ
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน รศ.ดร. นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก ให้สัมภาษณ์รายการ เอ็กซ์อ๊อก talk ทุกเรื่อง ผ่านทาง มติชนทีวี ในตอนหนึ่งว่า เป็นเรื่องที่น่าอายต่อประชาคมโลกอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยมีคนเสนอแนวคิดว่าถ้าได้ก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไทยจะกลายเป็นฐานทัพอเมริกา เพราะเรากำลังจะมีนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติพร้อม สามารถยืนบนเวทีโลกทัดเทียมผู้นำรุ่นใหม่ทั้ง ริชี ซูแน็ก นายกฯ ของอังกฤษ และแอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แต่กลับมีไดโนเสาร์มาสกัด เตะตัดขา
“ผู้คนเขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ความรู้สึกแบบที่คุณพยายามนำเสนอ เพราะรู้ว่าเป็นเกมสกัดไม่ให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกลขึ้นบริหารประเทศ ตอนนี้อารมณ์ผู้คนในสังคมเริ่มหงุดหงิดกับพวกนักร้อง พวก ส.ว. พวกสลิ่มโบราณที่ออกมาพยายามปั่น สกัดพิธา เป็นอาการของคนที่ไม่ได้มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย ที่สำคัญคือสอบตกคณิตศาสตร์ เพราะแค่นี้ยังคิดไม่ได้ว่าคน 26 ล้านเสียงที่เลือกฝ่ายเสรีนิยม กับ 7 ล้านเสียงที่เลือกฝ่ายอนุรักษนิยม เลขไหนมากกว่าเลขไหน” รศ. ดร. นันทนากล่าว
รศ. ดร. นันทนากล่าวว่า คนเหล่านี้พยายามเสนออะไรที่ไม่สมเหตุสมผล เดิมตนเคยเสนอว่า ลุงๆ ทั้งหลายควรกลับไปเลี้ยงหลาน แต่หลังจากผลการเลือกตั้งออกมา ตนมองว่าอย่าไปเลี้ยงหลานเลย เพราะเด็กจะเติบโตขึ้นมาแบบ ‘สติปัญญาอ่อนโยน’ ไปเรื่อยๆ เพราะแค่ตัวเลขยังไม่รู้ว่าจำนวนไหนมากกว่า นอกจากนี้ ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ ไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตย เสนอข้อเสนอที่ประหลาดมหัศจรรย์ ว่าจะให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ขอสังคมอย่าให้ราคา
คนกรุง 47.45% ค่อนข้างพอใจผลงาน1ปี "ชัชชาติ" เพราะขยัน ตั้งใจ แก้ปัญหาเร็ว
https://siamrath.co.th/n/451995
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “1 ปี ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ตัวอย่าง ร้อยละ 42.20 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 27.55 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 14.75 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 4.55 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาความสะอาด ขยะ ฝุ่นละออง น้ำเสีย ตัวอย่าง ร้อยละ 44.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 23.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.35 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 1.40 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การส่งเสริมการท่องเที่ยวใน กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 43.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 22.40 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 9.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 8.65 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การปรับปรุงการให้บริการในหน่วยงานของ กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 41.85 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 8.95 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การปรับปรุงและจัดระเบียบทางเท้า เช่น หาบเร่แผงลอย การจอดยานพาหนะหรือตั้งร้านบนทางเท้า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.75 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.30 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.50 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การป้องกันอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การติดไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด ระบบรักษาความปลอดภัย ตัวอย่าง ร้อยละ 43.10 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 20.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 11.95 ระบุว่าไม่ดีเลย และร้อยละ 5.00 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การสนับสนุนการกีฬา ตัวอย่าง ร้อยละ 42.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.85 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.35 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.25 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 8.15 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การปรับปรุงทัศนียภาพ ถนน ตรอก ซอย ตัวอย่าง ร้อยละ 48.40 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.25 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 2.60 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ตัวอย่าง ร้อยละ 36.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.10 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.70 ระบุว่า ไม่ค่อยดี และร้อยละ 12.80 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ในหน่วยงานของ กทม. ตัวอย่าง ร้อยละ 29.35 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 21.45 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.25 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 17.05 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ13.90 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การจัดระเบียบการชุมนุม ตัวอย่าง ร้อยละ 40.55 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 17.70 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 16.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 11.05 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า เรือ ตัวอย่าง ร้อยละ 37.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 19.95 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 15.90 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 15.80 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 11.20 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การพัฒนาการศึกษา แก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ตัวอย่าง ร้อยละ 36.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.55 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 16.70 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 15.05 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 10.95 ระบุว่า ไม่ดีเลย
การแก้ไขปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ตัวอย่าง ร้อยละ 45.05 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 20.05 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 14.45 ระบุว่า ดีมาก ร้อยละ 10.60 ระบุว่า ไม่ดีเลย และร้อยละ 9.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การจัดระเบียบ คนเร่ร่อน คนจรจัด ขอทาน ตัวอย่าง ร้อยละ 40.30 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 27.10 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 13.85 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.40 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 8.35 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาจราจรและรถติด ตัวอย่าง ร้อยละ 39.75 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 26.85 ระบุว่า ไม่ค่อยดี ร้อยละ 18.45 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 10.30 ระบุว่า ดีมาก และร้อยละ 4.65 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล
การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง ตัวอย่าง ร้อยละ 35.00 ระบุว่า ไม่ค่อยดี รองลงมา ร้อยละ 27.15 ระบุว่า ค่อนข้างดี ร้อยละ 19.55 ระบุว่า ไม่ดีเลย ร้อยละ 12.85 ระบุว่า ไม่มีข้อมูล และร้อยละ 5.45 ระบุว่า ดีมาก
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความพึงพอใจของคนกรุงเทพมหานครต่อการทำงานในรอบ 1 ปี ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 47.45 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ เพราะ เป็นคนขยันตั้งใจทำงาน ปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และ กทม. มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 27.75 ระบุว่า พอใจมาก เพราะ ลงพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาที่ร้องเรียนได้รับการแก้ไข ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ร้อยละ 14.80 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ เพราะ ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้น้อย และปัญหาใน กทม. ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น ปัญหาการจราจร และร้อยละ 10.00 ระบุว่า ไม่พอใจเลย เพราะ ผลงานไม่ชัดเจน และยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากเดิม
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพมหานคร ตัวอย่าง ร้อยละ 45.70 เป็นเพศชาย และร้อยละ 54.30 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 11.80 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.00 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.95 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.15 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.10 อายุ 60 ปีขึ้นไป
ตัวอย่าง ร้อยละ 94.00 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 4.15 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.85 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ ตัวอย่างร้อยละ 41.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 55.00 สมรส และร้อยละ 3.05 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่
ตัวอย่าง ร้อยละ 11.70 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 26.40 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.10 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 43.80 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 11.00 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 7.10 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 28.15 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 27.00ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 0.15 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 7.80 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 24.15 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.65 เป็นนักเรียน/นักศึกษา
ตัวอย่าง ร้อยละ 24.80 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 4.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 21.70 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 16.30 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 8.25 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 11.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 12.45 ไม่ระบุรายได้