ชีวิตครอบครัวที่ไม่เป็นดั่งที่คิด

ขอเข้าประเด็นเลยนะคะ ยาวนิดนึงนะคะ แต่หากท่านใดเมตตา ช่วยอ่านจนจบให้ทีนะคะ

เรากับสามีคบกันและแต่งงานกันมา 12 ปีแล้วค่ะ คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน สามีเราเป็นคนเรียนเก่ง หัวไว แต่ติดที่เป็นคนอีโก้สูงนิดนึง และใจร้อน เดิมทีเราเป็นพนักงานบริษัททั้งคู่ แต่ต่อมาสามีเราก็ลาออกเพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ออกมาก็ตัดสินใจมาทำธุรกิจของตัวเอง และเพราะไม่มีประสบการณ์คิดแต่ว่าจะสร้างสินค้ายังไงแต่ไม่รู้ว่าสร้างออกมาแล้วจะขายใคร ขายทางไหน เรื่องบัญชีการเงินและเอกสารต่างๆ ก็ทำไม่เป็น เราเลยมาช่วยดู ช่วยติดต่อประสานงาน ช่วยไปช่วยมาเราก็กลายเป็นตัวหลัก สามีเราวันๆ ก็เอาแต่เล่นไอแพด และช่วยคุยงานในส่วนเชิงเทคนิคบ้าง ข้อเสียอีกอย่างคือใจง่าย ใจใหญ่ อยากจะให้อะไรลูกน้องก็พูดเลยว่าจะให้โดยไม่ดูเงินในบัญชีตัวเอง สุดท้ายก็มีแต่เราที่ต้องมาตามแก้ปัญหา เราแก้ปัญหาให้สามีถึงขั้นที่ว่าเราสร้างแบรนด์สินค้าให้สามี 1 อย่าง สร้างฐานลูกค้าให้ คิดแบบให้ สามีเราแค่คอยรับออเดอร์ สั่งทำ และจัดส่ง แต่งานก็ผิดพลาดบ่อยครั้งมาก และมักจบลงด้วยการใช้เงินแก้ปัญหา เช่น ตอนสั่งผลิตไม่ใส่ใจในรายละเอียด สีเพี๊ยนบ้าง สเปคไม่ได้บ้าง ลูกค้าโวยวาย ต้องสั่งทำใหม่หมด เรียกแกร๊ปวิ่งส่งของใหม่ให้ถึงลูกค้าในทันที เป็นต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอมีกำไรเหลือและมีเงินเก็บขึ้นมานิดหน่อย จุดเปลี่ยนในชีวิตก็มาถึง เมื่อสามีเราตัดสินใจจะซื้อบ้านและย้ายมาบ้านใหม่ (เดิมทีเช่าเขาอยู่ค่ะ) ตั้งแต่ซื้อบ้านมา สามีแทบไม่ทำงานเลย ออเดอร์เข้ามาก็ปัดไม่รับ สุดท้ายลูกค้าหาย แบรนด์อื่นๆ เกิดใหม่ขึ้นทุกวัน การตลาดก็แข่งขันสูงขึ้น และในที่สุดก็ต้องปิดตัวลงค่ะ สามีเราล่องลอยไปวันๆ ไม่จับอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งที่บ้านเพิ่งซื้อใหม่ ข้าวของแต่งบ้านที่ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อมา และค่าช่างที่มาต่อเติมบ้าน ใช่ค่ะ สามีเราที่ไม่มีรายได้แล้วทุกอย่างก็มาตกที่เราค่ะ เราคนเดียวที่หาเงินเข้าบ้าน หาเงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหลาย และที่แย่กว่านั้นคือรายได้เราไม่พอค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นในการจ่ายบัตรเครดิตด้วยยอดขั้นต่ำ ดอกเบี้ยเกิด เงินหมุนไม่ทันก็ต้องกดบัตรกดเงินสดมาใช้ เราเคยบอกสามีว่าเราไม่ไหวแล้วนะ ให้สามีลองกลับไปหางานทำเป็นพนักงานบริษัท ก็ทำได้ไม่ถึง 2 เดือน ให้ลองหาอะไรมาขายในหมู่บ้านก็ทำแค่ระยะสั้นแล้วก็เลิก เราถามสามีเราว่าชอบทำอะไร เราส่งสามีไปเข้าคอร์สเรียนตั้งใจจะให้ทำเป็นอาชีพ สุดท้ายก็จบลงเหมือนเดิมคือไม่ทำต่อเนื่อง ช่วงครอฟเฟิลฮิตๆ เราลงทุนซื้อของและอุปกรณ์มาให้ทำขาย เราสมัครขายออนไลน์ให้แต่ก็ไม่ทำ สุดท้ายก็เลิกไป หยิบจับอะไรก็ทำได้แปปๆ แล้วก็เลิก หรือไม่ก็มีปัญหาเป็นเรื่องเป็นราวจนเราต้องไปช่วยแก้ไขให้ ไม่ได้รายได้เข้ามาแถมยังมีค่าเสียหายเพิ่มอีก ตอนนี้เราหนักมาก เราแบกอะไรไว้เยอะมาก เราต้องดูแลครอบครัวตัวเอง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ต้องคูณ 2 เพราะต้องดูแลสามีด้วย และหนี้สินก้อนโต (บ้าน รถ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล) ล่าสุดเงินไม่ทัน บัตรทุกใบก็เต็มหมดแล้ว ต้องเอาทองจากงานแต่งงานไปขายหมด ขายปุ๊บใช้หนี้ปั๊บ ก็ไม่มีเหลือเหมือนเดิม ส่วนสามีเราตอนนี้ก็ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม เพราะไม่ได้ทำงานมาหลายปี อยู่แค่กับตัวเอง อยู่กับบ้าน เสพสื่อในโลกแคบๆ จนตอนนี้เหมือนสติปัญญาถดถอย เรื่องง่ายๆ บางเรื่องยังไม่ยอมทำเอง เช่น เรื่องกดเงินสดจากตู้ ATM โดยไม่ต้องใช้บัตร ยังไม่คิดจะเรียนรู้เลย เราเลยตัดสินใจว่าจะขายบ้านเพราะเรารับหนี้และค่าใช้จ่ายคนเดียวไม่ไหวแล้ว เราเลยขอให้สามีที่อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน ให้ช่วยเก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อย จัดข้าวของ ทิ้งของที่ไม่ใช้ จะได้ให้นายหน้าฝากขายบ้านมาถ่ายรูปประกาศขาย และสิ่งนี้แหละค่ะที่ทำให้เราเข้าใจเลยว่าสามีเราจริงๆ แล้วเป็นคนขี้เกียจนั่นเองถึงได้หยิบจับอะไรก็ไปต่อไม่ได้ ทุกวันมักจะรับปากเราว่าจะทำตรงนี้ให้เรียบร้อย จะกวาดพื้น ทิ้งขยะ แต่ไม่เคยทำได้เลย บางวันจบลงด้วยการกลับมาจากที่ทำงานเหนื่อยๆ แล้วเราต้องมาทำเอง จานชามไม่ล้างปล่อยให้เหม็น ข้าวในหม้อหุงไว้แล้วกินไม่หมดก็ปล่อยให้บูดคาหม้อ พอเราบ่นหรือทวงสิ่งที่รับปากไว้ก็ทำเป็นโมโหกลับ พอเราบอกจะทำเองก็ทะเลาะกันหาว่าเราประชด เราเลยไม่พูดอีกแล้ว เราปล่อยเลย และในที่สุดเราก็ประกาศขายบ้านได้ภายหลังจากวันที่เราบอกให้สามีเราเก็บบ้านแล้ว 8 เดือน!!!! ใช่ค่ะ สามีเราใช้เวลาเก็บข้าวของในบ้าน 8 เดือน คือต้องให้สุดจริงๆ เพราะเราให้สามีเราเห็นเลยเวลาธนาคารโทรมาทวงหนี้ และตอนนี้ผ่านไปครึ่งปีแล้ว บ้านเรายังขายไม่ได้ ก็เข้าใจค่ะว่าเศรษฐกิจช่วงนี้เป็นยังไง เราเองก็ทู่ซี๊มาจนถึงวันนี้ อดๆ อยากๆ กินแต่มาม่าบางเดือนก็มีค่ะ และสิ่งที่ทำให้เรามาเขียนระบายใน Pantip นี้ ก็เพราะว่ามีเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ค่ะ คือเราหยุดจ่ายหนี้ธนาคารสีเขียวเพราะเราไม่มีปัญญาแล้วจริงๆ จนธนาคารมาตาม มาทวง ติดเครดิตบูโรเรียบร้อย หนี้ทั้งหมดรวมดอก 2 แสน ธนาคารยื่นส่วนลดให้เหลือ 7หมื่น เรารีบบอกสามีเราเลยว่าได้ส่วนลดเยอะมาก ขอยืมเงินจากแม่สามีได้มั้ย ถ้าขายบ้านได้แล้วจะรีบคืนให้ สามีเราก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้รับปาก เราก็ถามเรื่อยๆ เพราะธนาคารจะให้เรากรอกเอกสารแล้ว สามีเราก็โอเคๆ เราเลยเดินเรื่องกับธนาคารไป นัดชำระเรียบร้อย ก่อนถึงวันชำระเงินเพียงคืนเดียวสามีมาบอกเราว่าแม่สามีให้ยืมไม่ได้แล้วเพราะมีเรื่องจะใช้เงิน ให้เราไปยืมเงินพ่อแม่เราเอง ทั้งที่สามีเราก็รู้นะว่าพ่อแม่เราไม่มีเงิน เราให้รายเดือนพวกท่านแค่คนละ 2,000 บาทต่อเดือนเอง พวกท่านจะเอาจากไหนให้เรายืมได้ คือเราไม่เข้าใจเลย ตอนครอบครัวสามีเรามีปัญหาเราช่วยตลอด สามีมีปัญหาเราก็ดูแลเต็มที่ เป็นช้างเท้าหน้าแทน ทำแทนทุกอย่าง แต่พอเรามีปัญหากลับไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเราเลย และสุดท้ายเราก็ผิดนัดชำระกับธนาคารค่ะ จากนี้ไปชีวิตเราจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ อาจจะมีหมายศาลมาก็ได้ ใครพอทราบบ้างคะ

และตอนนี้ในหัวเราเริ่มคิดถึงการหย่าแล้วค่ะ แต่เราก็ไม่รู้ว่าถ้าเราหย่าและเลิกรากันไป สามีเราจะอยู่ยังไง ในเมื่อไม่รู้จักการทำมาหากิน และหนี้สินที่เรามีหล่ะ อย่างบ้านและรถ ถ้าเลิกกันแล้ว ปล่อยยึดไปเลยได้มั้ย เราไม่เอาแล้ว ไม่เอาอะไรแล้ว เราพร้อมเริ่มต้นใหม่ หาใหม่ สร้างใหม่ ทำมันใหม่ด้วยตัวเองนี่แหละ แต่ก็อดห่วงสามีไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาที่อยู่กันมาได้เพราะสามีเราก็มีข้อดีค่ะ เขารักเรามาก บอกรักเราทุกวัน ไม่เคยนอกใจเราเลย คอยไปรับไปส่งเราทำงานเช้าเย็น เราสับสนมาก เครียดมาก เราเคยคิดและตอนนี้ก็ยังคิดว่าการตายของเราจะช่วยเราได้มั้ย แต่ก็กลัวบาป และเป็นห่วงพ่อแม่ด้วยค่ะ เรามาเขียนในนี้เพราะเราไม่รู้จะคุยกับใคร จะปรึกษาใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไปดี.....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่