JJNY : Top News ฟ้อง บ.ก.ฟ้าเดียวกัน│พท.-ก้าวไกลเลิกตั้งป้อม│ส.อ.ท.หวังเร่งปรับโครงสร้างไฟฟ้า│"ฮุน เซน"หารือเซเลนสกี

'Top News' ฟ้อง บ.ก.ฟ้าเดียวกัน ข้อหาหมิ่นประมาทฯ ปมถูกกล่าวหาขายเฟคนิวส์ เรียก 20 ล้าน
https://prachatai.com/journal/2023/05/104377
  
 
'Top News' ฟ้องอาญา บ.ก.ฟ้าเดียวกัน ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ปมถูกกล่าวหาขายเฟคนิวส์บนสื่อโซเชียล พร้อมเรียกค่าเสียหายอีก 20 ล้านบาท ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 31 ก.ค. 66
 
30 พ.ค. 2566 เว็บไซต์ Top News รายงานเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2566 ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิตัล มีเดีย จำกัด ได้มอบหมายให้ เอกชัย ชัยเชิดชูกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส สถานีข่าวท็อปนิวส์, ประวิทย์ สุขนิมิตร และ ธนุ สุขบำเพิง ทนายความ เป็นผู้ดำเนินการนำหลักฐานเอกสารมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อ ธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ 'ฟ้าเดียวกัน' หลังพบการกระทำความผิดเข้าข่ายการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 โดย ธนุ สุขบำเพิง ทนายความ ระบุว่า วันนี้นอกจากยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท แล้วยังเรียกร้องค่าเสียหายอีกจำนวน 20 ล้านบาท โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 31 ก.ค. 2566 เวลา 13.30 น. ตามฐานความผิดหมิ่นประมาท
 
เอกชัย เผยว่าพบผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊กชื่อว่า "thanapol.eawsakul" โพสต์ข้อความกล่าวหา 'ท็อปนิวส์' ระบุว่า สถานีข่าวท็อปนิวส์ ทำโฆษณาชวนเชื่อ ขายข่าวเฟคนิวส์ หรือข่าวปลอม ซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง สร้างความเสียหายให้กับองค์กร 
 
ผู้อำนวยการอาวุโสสถานีข่าวท็อปนิวส์ ยืนยันว่า ท็อปนิวส์ยึดมั่นตามจรรยาบรรณสื่อในเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วยความเที่ยงตรง ที่ผ่านมาสถานีข่าวท็อปนิวส์ นำเสนอข่าวในแง่ข้อเท็จจริง เท่าทันสถานการณ์อย่างรอบด้าน จึงมองว่าการโพสต์ของผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "thanapol.eawsakul" เป็นการกล่าวหาที่สร้างความเสียหาย อีกทั้ง บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมีผู้ติดตามเป็นจำนวนหลายหมื่นคน ทำให้เมื่อข้อความเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป สามารถทำให้คนเข้าใจผิด 
 
เอกชัย กล่าวถึงผู้ชมของสถานีข่าวท็อปนิวส์ ด้วยว่า สถานีฯ มีปฏิญาณในการนำเสนอข่าวและยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การกล่าวหาถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้เราต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ใครเอาไปเยี่ยงอย่าง อีกทั้งในช่วงนี้สถานการณ์ข่าวการเมืองค่อนข้างเข้มข้น จึงมีกระบวนการที่พยายามจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถานีข่าวท็อปนิวส์ โดยทำกันเป็นกระบวนการอย่างทุกรูปแบบ เวลาเสพข่าวควรใช้ความระมัดระวังการโพสต์ข้อความ หรือเขียนอะไรลงบนโซเชียลก็ตาม ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน อย่าให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น  
 


ประชาชนใจฟู พท.-ก้าวไกล เลิกตั้งป้อมใส่กัน สมชัยชี้ 2 เดือนนี้ได้เห็นกึ๋น ว่าที่รมต.
https://www.khaosod.co.th/politics/news_7691745
 
สมชัย ลั่น เพื่อไทย-ก้าวไกล ไม่ตั้งป้อม แค่นี้ประชาชนก็ใจฟู ชี้ใครมีกึ๋น มีฝีมือในคณะทำงาน 23 ด้าน มีสิทธิ์ได้นั่งรมต. เดินหน้าหาเสียงส.ว.หนุนโหวตนายกฯ
 
วันที่ 31 พ.ค.2566 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึง การแถลงข่าว 8 พรรคร่วมตั้งรัฐฐาล มีโชว์หวานสยบข่าวลือขัดแย้งกันระหว่างนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า
 
หวานไปทั่วจักรวาล คุยกันได้ ไม่ตั้งป้อม แค่นี้ประชาชนก็ใจฟู
 
1. เรื่องประธานสภา หลังรับรอง ส.ส. เหลือสัก 5 วันก่อนประชุมนัดแรกค่อยคุยดีที่สุด ประเมินสถานการณ์ตอนนั้น ใครได้ใครเสีย ใครควรขึ้นค่อยว่ากันตามเหตุผล 2 พรรคใหญ่ไปคุยกันเอง
 
2. ตำแหน่งรัฐมนตรี เลิกเก็งว่าพรรคไหนได้กระทรวงไหน ใครในพรรคได้กระทรวงไหน ไม่ต้องเรียกใครว่าว่าที่ท่านรัฐมนตรี ใครอยากแสดงฝีมือว่าเหมาะสม มาลงในคณะทำงานเตรียมการตามนโยบาย 23 ด้าน ใน 2 เดือนนี้จะได้เห็นกึ๋น หรือ เห็นกลวง
 
3. กำชับกำชา พลทหารห้ามทำปืนลั่น อีกฝ่ายจะนึกว่า เอ้า เอ็งยิงก่อน ข้าต้องยิงตอบ เดี๋ยวมีสงครามรอบใหม่ แม่ทัพเขาอุตส่าห์คิมิโนโตะ กันหวานชื่นแล้ว
 
4.มือนอกสภาตอนนี้ล้นหลามแล้ว เดินหามือในสภาบ้าง โดยเฉพาะวุฒิสภา หาเสียงประชาชนจบลงเมื่อวันเลือกตั้ง ตอนนี้ต้องหาเสียงในสภาสูง ซึ่งจะมีผลในวันลงมติเลือกนายกฯ
 
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid02qqjzcqmVu5oZzuWRPzL9RxyuPHd9TsXpEeak5gNxBCmtDrCFmw9ceNfStA4A1Z3kl
 


ส.อ.ท. หวังรัฐบาลใหม่เร่งปรับโครงสร้างไฟฟ้า ตามที่ประกาศในเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมรัฐบาล
https://www.matichon.co.th/economy/news_4005861

ส.อ.ท. หวังรัฐบาลใหม่เร่งปรับโครงสร้างไฟฟ้า ตามที่ประกาศในเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมรัฐบาล
 
นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 29 ในเดือนพฤษภาคม 2566 ภายใต้หัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมคิดอย่างไรต่อ MOU พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล” พบว่า ภายหลังจากที่ 8 พรรคการเมืองได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในทางการเมืองของไทยมาก่อน ข้อตกลงร่วมทั้ง 23 ข้อภายใต้ MOU นั้น หลายเรื่องมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย 
 
โดยจากผลสำรวจฯ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการในเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามที่ระบุใน MOU โดยเร็ว ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมได้มีการเรียกร้องมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา
 
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่า นอกจากข้อตกลงร่วมทั้ง 23 ข้อ ภายใต้ MOU ที่ได้ลงนามไปแล้วนั้น ยังมีเรื่องสำคัญที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญและดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ประเทศ, การยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ, การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นต้น โดยมีการกำหนดให้การปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และการขออนุญาตภาครัฐ ให้มีความสะดวก โปร่งใส เทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นเป้าหมายลำดับแรกๆ ในการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในทุกมิติ

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 252 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก
45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 29 จำนวน 3 คำถาม ดังนี้

1. ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้เร่งดำเนินการตามข้อตกลงร่วมใน MOU ของพรรคร่วมรัฐบาล ในเรื่องใด (Multiple choices)
 
อันดับที่ 1 : ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา 75.8%
และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
อันดับที่ 2 : แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส 71.4% เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน
อันดับที่ 3 : ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ 65.9% และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม
อันดับที่ 4 : ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทำมาหากิน และการดำรงชีวิตของประชาชน 57.5% เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ชั่วคราวซึ่งใบอนุมัติอนุญาตที่ไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคเพื่อ ปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SME
อันดับที่ 5 : ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ 54.0% และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2. เรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมอยากให้เพิ่มเติมจากข้อตกลงร่วมใน MOU พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ลงนามไปแล้ว (Multiple choices)
 
อันดับที่ 1 : ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม 67.9% เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต
อันดับที่ 2 : ยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ 58.7% เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงาน สร้างความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง
และมุ่งเน้นการสร้าง การพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของอุตสาหกรรม
อันดับที่ 3 : การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น 58.7% การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ การจัดการขยะครบวงจร เป็นต้น
อันดับที่ 4 : พัฒนาและยกระดับระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และ Logistic ของประเทศ 56.7% สร้างระบบ Multimodal Transport รวมทั้งมีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
3. ภาคอุตสาหกรรมอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลนำเรื่องใดมากำหนดเป็นเป้าหมายการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ (Multiple choices)

อันดับที่ 1 : ปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และการขออนุญาตภาครัฐ 72.6% ให้มีความสะดวก โปร่งใส เทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
อันดับที่ 2 : ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และลดระดับหนี้ครัวเรือนให้ลดลง 52.4% ไปอยู่ในระดับที่ยั่งยืน (ต่ำกว่า 80% ของ GDP)
อันดับที่ 3 : แก้ไขปัญหาแรงงาน และเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) 47.6%
อันดับที่ 4 : เพิ่มสัดส่วนงบประมาณลงทุนของภาครัฐให้เพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง 45.6%
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่