ระบาย อกหัก สอบถาม

สวัสดีครับ ผม...g  เรื่องมีอยู่ว่า ย้อยกลับไปในปีที่แล้วผมทำงานกลางคืนอยู่ แห่งหนึ่ง ซึ่งทำได้ไม่นาน เพราะเรียนไปด้วยทำงานส่งตัวเองเรียนด้วย ผมได้ไปเจอผู้หญิงคนนึง จะด้วยความบังเอิญหรือความเมาไม่รู้
ในคืนนั้น ผมได้ไปขอเฟสบุ๊คเขา ซึ่งต่อมาเราได้คุยกันสักอาทิตย์นึง แล้วเราก็ตัดสินใจคบกัน เพราะด้วยที่ผมคิดว่า ผมทำงานกลางคืนมา ต่างก็เห็นผู้หญิงมาไม่รู้กี่คน แต่เห็นเขาแล้วมันรู้สึกสะดุดไปทุกอย่าง จึงตัดสินใจขอคบ และมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งตอนนั้นผมติดทุนเรียนสายอาชีพ เขาเรียนมหาลัย  เขาอายุมากกว่าผม2ปี  
หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกลางคืนกันอีกเลย
แต่คบกันไปได้ประมาณเดือนกว่า เขาก็เริ่มมีการแอบคุยกะคนอื่น แต่ผมจับได้ เพราะเรามีการแลกรหัสเฟสกัน หลังจากนั้น ผมก็เปลี่ยนเป็นคนละคน จากที่เคยไว้ใจเขาได้ กลายเป็น หึง หวง คอยเช็คอะไรทุกอย่าง 
ระแวงไปหมดทุกอย่าง จนกระทั่งคบกันไปเดือนที่สอง
ผมบอกเลยว่า ผมเป็นคนอารณ์รุนแรง ชอบเก็บกด 
ถ้าดีก็คือดีใจหาย ถ้าได้โกรธหรือโหโม ก็ตามนั้น 
ผมไม่กล้าเรียกตัวเองเต็มปากได้เลยว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงไม่ทำร้ายผู้หญิง  นั่นแหละครับ เริ่มเข้าเดือนที่สองเราก็เริ่มมีปากเสียงขึ้น ผมเริ่มใช้ถ้อยคำหยาบคาย บอกเลิกเขาก่อน ทุกครั้งที่ผมทำอะไรไปผมมักขาดสติเสมอ เช่นโยนข้าวของ โทรศัพท์ เป็นต้น มันเป็นอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะมากๆครับ ตอนแรกที่เราจะตัดสินใจคบกัน ทุกอย่างมันดีไปหมด เราบอกรักกันได้อย่างเต็มปาก
จนผมจับได้ว่าเขาแอบคุยกับคนอื่น 
ผมก็เปลี่ยนไปเลยครับ เย็นชา ใจร้าย ขี้หวีน ขี้โมโหใส่เขา จนเดือนที่สาม เขาก็เริ่มทนไม่ไหว เพราะด้วยความว่า ผมหวงเขาตลอดเวลา จนเขาไม่มีเวลาส่วนตัว
และเริ่มมีปากเสียงกันถี่ขึ้น จนสุดท้ายเขาก็แอบให้พี่สาวมาขนของออกจากหอไป ปล. ตอนนั้นครอบเรารู้ทั้งสองฝ่าย ว่าคบหากัน  และหลังจากนั้นตอนไม่มีเขา ผมก็เพิ้งรับรู้ได้ว่า ที่ผ่านมา ผมเห็นแก่ตัวเอง มากเกินไป หนักสุดก็คือผมใช้กำลังกับเขา ใช่เลยครับผมมัน ยิ้มแล้วใครจะเอา ผมใช้เวลาตามง้อเขา ขอโอกาสเขาก่อนประมาณสองเดือนซึ่งก่อนหน้านั้น ผมก็คงกดดันเขามากเกินไปอีก เราก็ไปมาหาสู่กัน แต่ยังไม่ได้กลับมาอยู่กัน จนกระทั่งวันสุดท้ายของปี เขาดันบอกว่าถูกครอบครัวบังคับให้คบกับผู้ชายคนนึง ด้วยความที่ว่าครอบคาวของเขาไม่ยากให้คบกัน ซึ่งในวันสุดท้ายของปีนั้น ผมอยู่กับเขา เราเคาท์ดาวน์ด้วยกัน พอเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พอผมมาเช็คเฟสดูเขาดันไปขึ้นสังเขป สถานะกับผู้ชายคนใหม่ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าไปคุยกันตอนไหน ตื่นมาอีกที ก็เปิดตัวไปแล้วเรียบร้อย 
ผมร้องไห้ไปอยู่สักพักใหญ่ เพราะก่อนหน้านั้นผมดูจะเหมือนง้อเขาได้สำเร็จ แต่มันก็ไม่เลย ผมรับรู้ถึงการเสียใจเป็นครั้งแรกในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ ผมเสียเขาไปให้กับผู้ชายคนใหม่ ซึ่งเขามีอนาคตมากกว่าผมมีฐานะมากกว่าผม ปล. ผมไม่รู้ว่ามันผิดไหม เพราะเขาบอกให้ผมรอ เพราะเขาเองยังเลิกกับผู้ชายคนนนี้ไม่ได้จนกระทั่งมันผ่านมา5-6เดือนแล้ว ตลอดเวลาที่เขาคบขึ้นสถานะคบกัน เขายังไม่เคยเจอกันสักครั้ง เพราะทางฝ่ายชายเป็นนักเรียนทหาร ซึ่งผมอยู่กับเขามาตลอด5-6เดือน เราแอบเจอกัน แอบติดต่อกันทุกช่องทาง มาหากัน แอบไปทำงานด้วยกันตลอด บางทีพี่สาวเขาเกือบจะจับได้ ว่าเราแอบคบกันอยู่ ซึ่งก็คือผม ดันเป็นมือที่สามให้เขาตลอดมา เบื้องหน้าเขาก็คบกับผชคนนั้น เบื้องหลังก็ไปไหนมาไหนกับผมตลอด ซึ่งผมทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ผมเอาตัวเองหลุดออกมาจากวงโคจรนี้ไม่ได้ เพราะเขาเองก็สัญญากับผมว่าจะกลับมาคบกัน ทางฝ่ายครอบครัวผมรู้ทุกอย่างว่าเราคบกันอยู่ แต่ฝ่ายเขาไม่รู้เรื่องอะไร เพราะเวลาทุกครั้งที่จะจับได้ ผมก็จำเป็นต้องแถไปเรื่อยทุกครั้ง เพราะกลัวว่าเขาจะมีปัญหา กับครอบครัว และทุกครั้งเรื่อยมา ผมก็ปกป้องเขาทุกครั้ง เพราะเขาพูดอะไรพี่สาวเค้าก็เชื่อหมด เขาบอกว่าผมขับรถตามบ้าง คุกคามบ้าง ทั้งๆที่ แบบ ผมอ่ะขับรถมากับเขาเราทำงานด้วยกัน ผมแอบไปรับไปส่งเขาทุกวัน จนคนแถวปากซอยบ้านเขาก็รู้ ผมก็ถูกขู่ด้วยกฎหมายทุกครั้ง เวลาที่จะถูกจับได้ เพราเขาโยนความผิดมาให้ผมหมด เขาหาว่าผมขับรถตาม หาว่าผมเป็นบ้า ขาดสติ ชอบคิดไปเอง ว่าเขาอยู่กับผมอะไรแบบนี้ ซึ่งผมเองพูดไปพี่สาวเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี 
เป็นโรคซึมเศร้าบ้างอะไรบ้าง แนะนำผมให้ไปหาหมอ
จนกระทั่งเมื่อวานนี้พี่สาว เขาจับได้ แบบจริงๆ เพราะไปทำงานมาด้วยกัน เขาถูกพัสดุหล่นทับใส่แล้วดั้งจะมูกแตกผมจึงพาเขาไปส่งโรงพยาบาลเพื่อที่จะทำแผลและพี่สาวเขาก็โทรตามเรื่อยๆ จนกระทั่งก็จับได้ว่าแอบไปอยู่ด้วยกันมาและเข้าบ้านดึก[ เมื่อวานนี้พี่สาวเขาได้นัดเจอผม ] *(เขาบอกว่าจะนัดเคลียร์ด้วย หากไม่มาเขาก็ขู่ว่าด้วยกฎหมาย มาจัดการผม ใช้การข่มขู่ด้วยวาจา 
จะเอาผมติดคุก หากผมไม่ยอมไปคุยกับเขา มีขู่ว่าจะให้ผมตายด้วย
ปล.ฝั่งของพ่อเขา เป็นข้าราชกาล รู้จักกับคนใหญ่คนโตเยอะ  เขาจะใช้พ่อของเขามาจัดการผม 
และเรื่องนี้ผมอยากจะถามว่าผมเองเป็นฝ่ายผิดคนเดียวหรอ ที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ เขาบอกว่าแชททุกอย่างที่คุยกัน มันใช้เป็นหลักฐานได้ แล้วแบบนี้ผมจะหาวิธีช่วย เหลือตัวเองได้มั้ย ทั้งๆที่การแอบเจอกัน การพูดกันผ่านแชท ผมไม่ได้เป็นฝ่ายผิดอยู่คนเดียว เขาจะใช้ข้อกฎหมายในการกล่าวหาผม ว่าข่มขู่คุกคาม ผมเลยงงว่าผมไปคุกคามเขาตอนไหน ก็ในเมื่อทุกๆวันปกติก็ไปทำงานด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ขับรถไปส่งแถวบ้านทุกวัน ผมมีทามไลน์ทุกอย่าง เวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมอยากทราบว่าผมจะใช้ไทม์ไลน์พวกนี้เป็นหลักฐานได้มั้ย ว่าผมไม่ได้คุกคาม ตามที่เขากล่าวอ้างแต่อย่างใด
เพราะตอนที่คุยกันกับพี่สาวเขา เขาใช้วิธีโทรเบอร์เอาไม่ได้คุยกันผ่านแชท และผมเองก็ไม่ได้อัดเสียงไว้ด้วย
เพราะผมคิดว่าไม่อยากจะมีปัญหาอะไรกับพวกเขาแล้ว อยากจะพอแล้ว)* อยากจะให้มันจบไปสักที เพราะผ่านมาแล้วตั้งครึ่งปี ผมรออะไรอยู่ ชีวิตผมจมอยู่กับมานานพอแล้ว มันเหมือนเป็นโซ่ล่ามขาและผมก็ยึดติดมันมาตลอด ผมอยากจะหลุดวงจรนี้ไปให้ได้จริงๆครับ 
อาจจะเป็นเพราะตัวผมเอง ที่ยึดติดว่าขาดเขาไปไม่ได้
เพราะตัวเองก็เป็นเด็กครอบครัวมีปัญหา
พ่อเสีย แม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยแต่เด็ก พอเจอใครสักคนนึง ที่เขาเข้าใจเราซัพพอตเราตอนเราจำเป็น และไม่เหลือใคร 
ปล.ครับ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ผมรักมากที่สุด ผมรักเขามากว่าตัวผมเองอีก แต่ที่สุดแล้วเขาก็ต้องไปใช้ชีวิตของเขาอยู่ดี
เรื่องนี้จะจบด้วยบทลงโทษแบบไหน ผมก็ยังไม่รู้เลย ไม่ติดคุก ก็คงได้ตายจริงๆ
ที่รู้ๆเลยคือผมเสียใจครับ ที่ผมรักษาเขาไว้ไม่ได้แต่แรก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่