
เกาะสีชัง หรืออำเภอเกาะสีชัง ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อน ให้บรรยากาศท้องถิ่น ใกล้ชิดกับแหล่งชุมชนและชาวบ้านจริงๆ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมด 6 คน ด้วยงบคนละ 2,500 บาท รวมค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซต์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
การเดินทางไปท่าเรือเกาะลอย

การเดินทางจากกรุงเทพ - ท่าเรือเกาะลอย สามารถไปได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว รถไฟ และรถตู้ แต่เราต้องไปที่ท่าเรือเกาะลอย เพื่อที่จะนั่งเรือข้ามไปยังเกาะสีชัง ซึ่งพวกเราเลือกไปโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว ขับรถ 112 กิโลเมตร ( ไม่ขึ้นทางด่วน ) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ก็ถึงท่าเรือเกาะลอยแล้วค่ะ เดินทางออกจากกรุงเทพประมาณ 8 โมงเช้า และไปถึงที่ท่าเรือเกาะลอยประมาณ 10 โมงนิดๆ โดยค่าน้ำมันไป - กลับ ( น้ำมันดีเซล B7 ) อยู่ที่ประมาณ 1,300 บาท หารกัน 6 คน ตกคนละ 217 บาทเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าการเดินทางค่อนข้างประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า
ที่ฝากรถสำหรับข้ามไปเกาะสีชัง

สำหรับที่ฝากรถ พวกเราขับรถวนหาอยู่นานมาก จนไปเจอป้ายประกาศรับฝากรถที่ติดอยู่บนรถกระบะที่จอดอยู่ใกล้กับบริเวณท่าเรือเกาะลอย พวกเราจึงตัดสินใจโทรไปตามเบอร์ที่แปะอยู่ หลังจากนั้นก็มีคุณลุงใจดีขับรถมานำทางพวกเราไปยังที่จอดรถ ซึ่งอยู่ไกลจากท่าเรือเกาะลอยประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝากรถ 2 คืนอยู่ที่ 500 บาท หารกัน 6 คน ตกคนละ 83 บาท เมื่อจอดรถเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็ช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของคุณลุง และคุณลุงก็ขับรถพาพวกเราไปส่งที่บริเวณท่าเรือเกาะลอยถึงที่เลยค่ะ
เรือข้ามไปเกาะสีชัง

สำหรับการข้ามเรือไปเกาะสีชัง เราสามารถเลือกได้ระหว่าง Speed Boat และเรือข้ามฟาก โดยราคาสำหรับ Speed Boat จะอยู่ที่ 1,500 บาทต่อลำ โดยใช้ระยะเวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาที ใครรีบหน่อยก็แนะนำให้เหมาลำ Speed Boat ไปเลย แต่ถ้าใครเน้นประหยัดงบแบบเราก็แนะนำเรือข้ามฟากค่ะ จะเป็นเรือใหญ่ ราคาอยู่ที่คนละ 50 บาท ใช้ระยะเวลาเดินทาง 45 นาที โดยการเดินทางจะแบ่งออกเป็นรอบ โดยจะมีทุกๆ 1 ชั่วโมง (จากท่าเกาะลอยไปสีชัง มีรอบ 7 โมงถึงสองทุ่ม ส่วนจากสีชังไปเกาะลอย มีรอบ 6 โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม) เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้กะเวลาเดินทางให้พอดีกับเวลาออกเรือ จะได้ไม่ต้องทนร้อนรอเรือรอบต่อไป
การเดินทางในเกาะสีชัง

เมื่อเราข้ามมาถึงเกาะสีชังแล้ว เรามาลงกันที่ท่าเรือท่องเที่ยวเกาะสีชัง ( ท่าใหม่ ) ตรงท่าเรือจะมีบริการให้เช่ามอเตอร์ไซต์ โดยราคาอยู่ที่ 250 บาทต่อวัน ถ้าเช่าข้ามคืนจะอยู่ที่ 300 บาท แต่สำหรับใครที่ขับมอเตอร์ไซต์ไม่เป็นก็สามารถใช้บริการรถสองแถวและรถสามล้อเครื่องได้ จะมีคุณลุงคอยให้บริการอยู่ตลอด แถมยังมีบริการพาเที่ยวชมจุดสำคัญบนเกาะ 5 จุดอีกด้วย เราจึงใช้บริการคุณลุงรถสามล้อเครื่องให้พาไปส่งที่พัก ราคาเพียง 100 บาท ซึ่งทางที่พักจะมีรถมอเตอร์ไซต์ให้เช่าอยู่แล้ว คิดราคา 300 บาทต่อคืน พวกเราเลยเช่ารถมอเตอร์ไซต์ 3 คัน จำนวน 2 คืน ต่อรองราคากันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า เช่ามอเตอร์ไซต์ 2 คัน 2 คืนที่ราคา 1,200 บาท แต่ทางที่พักใจดีมากกกกกก ให้เราใช้มอเตอร์ไซต์ฟรีอีก 1 คันแต่ให้เราไปเติมน้ำมันเอง ซึ่งราคาน้ำมันตกอยู่ที่ลิตรละ 42 บาท เติมไป 2 ลิตร ใช้ได้ทั้ง 3 วันเลยค่ะขับกันทั้งวี่ทั้งวัน คุ้มมาก รวมๆแล้วจ่ายไปทั้งหมด 1,284 บาท หารกัน 6 คนตกคนละ 214 บาท
ที่พักในเกาะสีชัง
บ้านคุณทวดเกาะสีชัง


โฮมสเตย์บ้านคุณทวด ถ้าดูจากรูปหรือทางเพจมีความ กุ๊ก กู๋ อยู่มาก แต่จริง ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ที่พักตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ มี 7-11 และร้านขายของ ขายอาหารอยู่ใกล้ ๆ และที่สำคัญ เจ้าของและพนักงานบริการดีมากกกก มากแบบ กอไก่ล้านตัว เป็นกันเองสุด ๆ ทำให้รู้สึกว่าเหมือนมาแค่บ้านเพื่อนไม่ได้มาเที่ยวเลย สนิทสนมเหมือนรู้จักกันมาก่อน มีข้อสงสัยหรืออะไรทางที่พักแนะนำดีมาก ๆ ขนาดพวกเราหลงทางหาอะไรไม่เจอเจ้าของร้านพาขับรถไปหาเองเลย ประทับใจเวอร์ ส่วนชั้นล่างของที่พักเองก็เปิดเป็นร้านคาเฟ่เล็ก ๆ และร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ขายทุกเมนูจริง ๆ ราคาไม่แพง สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ ห้องน้ำพร้อมฝักบัวและของใช้ในห้องน้ำฟรี

ชั้นสองเป็นห้องพัก 3 แบบ พวกเรานอนห้องแบบ Family room มีห้องน้ำส่วนตัว 1 ห้อง พักได้ 6 ท่าน 3,200 บาท เตียงเสริม 2 ท่าน 1,200 บาท ทั้งหมด 4,400 บาท ต่อ 2 คืน มัดจำค่าห้องพักตอนเราจองห้องพักก่อน 50% ที่เหลือชำระตอนเข้าพักค่ะ แอบบอกว่า ห้องพักเป็นบ้านไม้เก่า ไม่เก็บเสียง ห้องข้าง ๆ หาวยังได้ยิน 😂 ส่วนภายในห้องพัก ห้องพักทั้งหมดที่ บ้านคุณทวดเกาะสีชัง ขึ้นชื่อเรื่องสิทธิพิเศษ เช่น เครื่องปรับอากาศ ไดร์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอย่างเช่น บริการ Wi-Fi ฟรี และน้ำดื่มฟรี ทีวีจอแอลซีดี 32 นิ้ว พร้อม ช่องเคเบิล (ที่ดูได้จริง ๆ ) และตู้เย็น และยังสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซค์จากที่พักได้ ราคา เช่าข้ามคืน 300 บาทต่อคัน หากใครจะมาเที่ยวเกาะสีชัง และมีงบจำกัด ที่พักนี้เองก็เป็นตัวเลือกที่ดี ราคาไม่แพง และคุณภาพคุ้มค่ากับราคา
บรรยากาศภายในเกาะสีชัง

บรรยากาศภายในเกาะสีชังดูเงียบสงบมาก ให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ บรรยากาศจะแตกต่างกับเกาะอื่นๆที่มีนักท่องเที่ยวล้นเกาะ แต่เกาะสีชังส่วนใหญ่จะมีชาวบ้านเป็นส่วนมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่วุ่นวาย

สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารภายในเกาะส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจของชาวบ้าน ไม่มีสถานบันเทิงรวมไปถึงผับ บาร์ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการสังสรรค์ ก็สามารถหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จากร้านสะดวกซื้อ

สำหรับร้านค้าบนเกาะสีชัง ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของชำของชาวบ้าน แต่ถ้าพูดถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 บนเกาะนี้ก็มีนะคะ แต่มีเพียงที่เดียว ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ที่พักของพวกเราเลย ราคาสินค้าใน 7-11 ก็จะสูงกว่าฝั่งศรีราชาเล็กน้อยค่ะ
วันแรกบนเกาะสีชัง
วันแรกของพวกเราบนเกาะสีชัง เริ่มต้นด้วยอาหารมื้อเที่ยง ด้วยความหิวแบบสุดๆพวกเราเลยเลือกทานอาหารที่บ้านคุณทวด ซึ่งเป็นร้านอาหารที่อยู่ด้านล่างของที่พักของพวกเราเลยค่ะ มีทั้งอาหารตามสั่ง อาหารทะเล รวมไปถึงขนมหวาน อาหารอร่อย ราคาไม่แรง โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 บาทต่อคน ถือว่าให้ผ่านเลยค่ะ

เมื่อท้องอิ่ม พี่ๆพนักงานบ้านคุณทวดก็ยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องให้พวกเราพอดี พวกเราจึงขึ้นห้องเพื่อหยิบของที่จำเป็นและออกเดินทางไปสะพานอัษฎางค์และเรือนไม้ริมทะเล (บ้านเขียว) เพื่อทำคอนเทนต์ถ่ายรูปกันค่ะ

สำหรับสะพานอัษฎางค์ ถือเป็นอีก 1 แลนด์มาร์คของเกาะสีชังที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน เป็นสะพานไม้สีขาวสุดคลาสสิกที่ทอดยาวเข้าไปยังกลางทะเล สะพานอัษฎางค์ ชื่อของ สะพานนั้นตั้งตามพระนามของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธฯ นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งก่อสร้างบนเกาะสีชัง สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2434 ซึ่งเป็นพระกรุณาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อสร้างขึ้นมา ในขณะที่ท่านทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธฯ ที่มีอาการประชวรจึงจำเป็นให้ท่านต้องเสด็จมาประทับอยู่ที่สถานที่แห่งนี้บ่อยครั้งในอดีต จึงก่อให้เกิดท่าเทียบเรือที่เป็นสะพานทอดยาวขนาดใหญ่กลางทะเลสีขาวแห่งนี้ เพื่อทำให้เป็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่ทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้นค่ะ

แถมเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเกาะสีชังค่ะ ชื่อของเกาะสีชัง มาจากภาษาจีน คือ ซีซัน ซึ่งหมายถึง สี่คนทำไร่ โดยมีเรื่องราวเล่าว่ามีพ่อค้าเรือสำเภาจีน ๔ นายล่องเรือค้าขายมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายในธุรกิจการค้ามาตั้งรกรากและหันมาประกอบอาชีพทำไร่อยู่บนเกาะ ซึ่งต่อมาคำว่า “ซีซัน” จึงแผลงมาเป็น “สีชัง” นั่นเองค่ะ
สำหรับบรรยากาศโดยรอบสะพานอัษฎางค์ถือว่าดีมากเลยค่ะ เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามาเลย ใครไม่ได้มาถ่ายรูปตรงนี้ถือว่าพลาดจริงๆ แนะนำให้มาช่วงเวลาเช้า หรือไม่ก็ 4 โมงเป็นต้นไป เพราะอากาศค่อนข้างร้อน และถ้าใครมาในช่วงเย็นก็จะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยค่ะ บรรยากาศดีสุดๆ

สถานที่ถัดไปอยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ เดินชมวิวไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือนไม้ริมทะเล หรือที่รู้จักกันในชื่อบ้านเขียว
อีกหนึ่งจุดเช็คอินฮิตของเกาะสีชังเลยค่ะ ในอดีตเชื่อกันว่าเป็นเรือนพักตากอากาศของชาวดัทช์หรือชาวฮอลันดา แต่ปัจจุบันเป็นคาเฟ่ที่ขายทั้งอาหารว่างและเครื่องดื่ม ใครที่อยากหาเครื่องดื่มดับร้อนหรืออยากแวะจิบกาแฟ แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีมาก ร้านตั้งอยู่ติดริมทะเล แถมบริเวณชั้นล่างยังมีการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสถานที่สำคัญบนเกาะสีชัง เช่น โบราณวัตถุ รอยพระพุทธบาท ช่องเขาขาด และอื่นๆ ถือเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ แต่เสียดายที่พวกเรามาเยี่ยมชมในช่วงเย็น สถานที่ปิดแล้ว พวกเราเลยได้แค่นั่งชมวิวบริเวณริมทะเล แต่ก็ฟินไม่แพ้กันเลยค่ะ

ไปต่อกันที่กิจกรรมสำคัญที่พวกเราได้ทำร่วมกับชาวบ้านในชุมชน นั่นก็คือ การทำของที่ระลึก ร้านนี้มีชื่อว่า Flower Blue เป็นร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ที่มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมหวาน อาหารทานเล่น ที่น่ารักก็คือ ร้านนี้มีของที่ระลึกทำมือ ที่ให้ชาวบ้านช่วยกันทำมาขายเป็นรายได้เสริมของชุมชน เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจผ้าบาติกที่ใส่มาในถุงผ้า แม่เหล็กติดตู้เย็น

ของที่ระลึกสุดฮิตที่ทุกคนต้องมีติดไม้ติดมือ ก็คือ พวงกุญแจกระรอกขาว
กระรอกขาวถือเป็นสัตว์ประจำเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งที่เกาะแห่งนี้มีกระรอกสีขาวเพียงสีเดียวเท่านั้นค่ะ ชาวบ้านแถวนี้จึงได้จัดทำเป็นของที่ระลึก แถมยังมีกิจกรรมน่ารักๆให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ร่วมสนุกกันด้วย
[CR] ֢♡⁺ ⤷ รีวิวเที่ยวเกาะสีชัง 3 วัน 2 คืน ด้วยงบคนละ 2,500 บาท 🏝️!
เกาะสีชัง หรืออำเภอเกาะสีชัง ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อน ให้บรรยากาศท้องถิ่น ใกล้ชิดกับแหล่งชุมชนและชาวบ้านจริงๆ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมด 6 คน ด้วยงบคนละ 2,500 บาท รวมค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซต์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
การเดินทางไปท่าเรือเกาะลอย
การเดินทางจากกรุงเทพ - ท่าเรือเกาะลอย สามารถไปได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว รถไฟ และรถตู้ แต่เราต้องไปที่ท่าเรือเกาะลอย เพื่อที่จะนั่งเรือข้ามไปยังเกาะสีชัง ซึ่งพวกเราเลือกไปโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว ขับรถ 112 กิโลเมตร ( ไม่ขึ้นทางด่วน ) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ก็ถึงท่าเรือเกาะลอยแล้วค่ะ เดินทางออกจากกรุงเทพประมาณ 8 โมงเช้า และไปถึงที่ท่าเรือเกาะลอยประมาณ 10 โมงนิดๆ โดยค่าน้ำมันไป - กลับ ( น้ำมันดีเซล B7 ) อยู่ที่ประมาณ 1,300 บาท หารกัน 6 คน ตกคนละ 217 บาทเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าการเดินทางค่อนข้างประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า
ที่ฝากรถสำหรับข้ามไปเกาะสีชัง
สำหรับที่ฝากรถ พวกเราขับรถวนหาอยู่นานมาก จนไปเจอป้ายประกาศรับฝากรถที่ติดอยู่บนรถกระบะที่จอดอยู่ใกล้กับบริเวณท่าเรือเกาะลอย พวกเราจึงตัดสินใจโทรไปตามเบอร์ที่แปะอยู่ หลังจากนั้นก็มีคุณลุงใจดีขับรถมานำทางพวกเราไปยังที่จอดรถ ซึ่งอยู่ไกลจากท่าเรือเกาะลอยประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝากรถ 2 คืนอยู่ที่ 500 บาท หารกัน 6 คน ตกคนละ 83 บาท เมื่อจอดรถเสร็จเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็ช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของคุณลุง และคุณลุงก็ขับรถพาพวกเราไปส่งที่บริเวณท่าเรือเกาะลอยถึงที่เลยค่ะ
เรือข้ามไปเกาะสีชัง
สำหรับการข้ามเรือไปเกาะสีชัง เราสามารถเลือกได้ระหว่าง Speed Boat และเรือข้ามฟาก โดยราคาสำหรับ Speed Boat จะอยู่ที่ 1,500 บาทต่อลำ โดยใช้ระยะเวลาเดินทางเพียงแค่ 15 นาที ใครรีบหน่อยก็แนะนำให้เหมาลำ Speed Boat ไปเลย แต่ถ้าใครเน้นประหยัดงบแบบเราก็แนะนำเรือข้ามฟากค่ะ จะเป็นเรือใหญ่ ราคาอยู่ที่คนละ 50 บาท ใช้ระยะเวลาเดินทาง 45 นาที โดยการเดินทางจะแบ่งออกเป็นรอบ โดยจะมีทุกๆ 1 ชั่วโมง (จากท่าเกาะลอยไปสีชัง มีรอบ 7 โมงถึงสองทุ่ม ส่วนจากสีชังไปเกาะลอย มีรอบ 6 โมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม) เพราะฉะนั้นเราแนะนำให้กะเวลาเดินทางให้พอดีกับเวลาออกเรือ จะได้ไม่ต้องทนร้อนรอเรือรอบต่อไป
การเดินทางในเกาะสีชัง
เมื่อเราข้ามมาถึงเกาะสีชังแล้ว เรามาลงกันที่ท่าเรือท่องเที่ยวเกาะสีชัง ( ท่าใหม่ ) ตรงท่าเรือจะมีบริการให้เช่ามอเตอร์ไซต์ โดยราคาอยู่ที่ 250 บาทต่อวัน ถ้าเช่าข้ามคืนจะอยู่ที่ 300 บาท แต่สำหรับใครที่ขับมอเตอร์ไซต์ไม่เป็นก็สามารถใช้บริการรถสองแถวและรถสามล้อเครื่องได้ จะมีคุณลุงคอยให้บริการอยู่ตลอด แถมยังมีบริการพาเที่ยวชมจุดสำคัญบนเกาะ 5 จุดอีกด้วย เราจึงใช้บริการคุณลุงรถสามล้อเครื่องให้พาไปส่งที่พัก ราคาเพียง 100 บาท ซึ่งทางที่พักจะมีรถมอเตอร์ไซต์ให้เช่าอยู่แล้ว คิดราคา 300 บาทต่อคืน พวกเราเลยเช่ารถมอเตอร์ไซต์ 3 คัน จำนวน 2 คืน ต่อรองราคากันอยู่นานได้ข้อสรุปว่า เช่ามอเตอร์ไซต์ 2 คัน 2 คืนที่ราคา 1,200 บาท แต่ทางที่พักใจดีมากกกกกก ให้เราใช้มอเตอร์ไซต์ฟรีอีก 1 คันแต่ให้เราไปเติมน้ำมันเอง ซึ่งราคาน้ำมันตกอยู่ที่ลิตรละ 42 บาท เติมไป 2 ลิตร ใช้ได้ทั้ง 3 วันเลยค่ะขับกันทั้งวี่ทั้งวัน คุ้มมาก รวมๆแล้วจ่ายไปทั้งหมด 1,284 บาท หารกัน 6 คนตกคนละ 214 บาท
ที่พักในเกาะสีชัง
บ้านคุณทวดเกาะสีชัง
โฮมสเตย์บ้านคุณทวด ถ้าดูจากรูปหรือทางเพจมีความ กุ๊ก กู๋ อยู่มาก แต่จริง ๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย ที่พักตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ มี 7-11 และร้านขายของ ขายอาหารอยู่ใกล้ ๆ และที่สำคัญ เจ้าของและพนักงานบริการดีมากกกก มากแบบ กอไก่ล้านตัว เป็นกันเองสุด ๆ ทำให้รู้สึกว่าเหมือนมาแค่บ้านเพื่อนไม่ได้มาเที่ยวเลย สนิทสนมเหมือนรู้จักกันมาก่อน มีข้อสงสัยหรืออะไรทางที่พักแนะนำดีมาก ๆ ขนาดพวกเราหลงทางหาอะไรไม่เจอเจ้าของร้านพาขับรถไปหาเองเลย ประทับใจเวอร์ ส่วนชั้นล่างของที่พักเองก็เปิดเป็นร้านคาเฟ่เล็ก ๆ และร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ขายทุกเมนูจริง ๆ ราคาไม่แพง สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้แก่ ห้องน้ำพร้อมฝักบัวและของใช้ในห้องน้ำฟรี
ชั้นสองเป็นห้องพัก 3 แบบ พวกเรานอนห้องแบบ Family room มีห้องน้ำส่วนตัว 1 ห้อง พักได้ 6 ท่าน 3,200 บาท เตียงเสริม 2 ท่าน 1,200 บาท ทั้งหมด 4,400 บาท ต่อ 2 คืน มัดจำค่าห้องพักตอนเราจองห้องพักก่อน 50% ที่เหลือชำระตอนเข้าพักค่ะ แอบบอกว่า ห้องพักเป็นบ้านไม้เก่า ไม่เก็บเสียง ห้องข้าง ๆ หาวยังได้ยิน 😂 ส่วนภายในห้องพัก ห้องพักทั้งหมดที่ บ้านคุณทวดเกาะสีชัง ขึ้นชื่อเรื่องสิทธิพิเศษ เช่น เครื่องปรับอากาศ ไดร์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอย่างเช่น บริการ Wi-Fi ฟรี และน้ำดื่มฟรี ทีวีจอแอลซีดี 32 นิ้ว พร้อม ช่องเคเบิล (ที่ดูได้จริง ๆ ) และตู้เย็น และยังสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซค์จากที่พักได้ ราคา เช่าข้ามคืน 300 บาทต่อคัน หากใครจะมาเที่ยวเกาะสีชัง และมีงบจำกัด ที่พักนี้เองก็เป็นตัวเลือกที่ดี ราคาไม่แพง และคุณภาพคุ้มค่ากับราคา
บรรยากาศภายในเกาะสีชัง
บรรยากาศภายในเกาะสีชังดูเงียบสงบมาก ให้ความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ บรรยากาศจะแตกต่างกับเกาะอื่นๆที่มีนักท่องเที่ยวล้นเกาะ แต่เกาะสีชังส่วนใหญ่จะมีชาวบ้านเป็นส่วนมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่วุ่นวาย
สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารภายในเกาะส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจของชาวบ้าน ไม่มีสถานบันเทิงรวมไปถึงผับ บาร์ แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบการสังสรรค์ ก็สามารถหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จากร้านสะดวกซื้อ
สำหรับร้านค้าบนเกาะสีชัง ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของชำของชาวบ้าน แต่ถ้าพูดถึงร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 บนเกาะนี้ก็มีนะคะ แต่มีเพียงที่เดียว ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ที่พักของพวกเราเลย ราคาสินค้าใน 7-11 ก็จะสูงกว่าฝั่งศรีราชาเล็กน้อยค่ะ
วันแรกบนเกาะสีชัง
วันแรกของพวกเราบนเกาะสีชัง เริ่มต้นด้วยอาหารมื้อเที่ยง ด้วยความหิวแบบสุดๆพวกเราเลยเลือกทานอาหารที่บ้านคุณทวด ซึ่งเป็นร้านอาหารที่อยู่ด้านล่างของที่พักของพวกเราเลยค่ะ มีทั้งอาหารตามสั่ง อาหารทะเล รวมไปถึงขนมหวาน อาหารอร่อย ราคาไม่แรง โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 บาทต่อคน ถือว่าให้ผ่านเลยค่ะ
เมื่อท้องอิ่ม พี่ๆพนักงานบ้านคุณทวดก็ยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องให้พวกเราพอดี พวกเราจึงขึ้นห้องเพื่อหยิบของที่จำเป็นและออกเดินทางไปสะพานอัษฎางค์และเรือนไม้ริมทะเล (บ้านเขียว) เพื่อทำคอนเทนต์ถ่ายรูปกันค่ะ
สำหรับสะพานอัษฎางค์ ถือเป็นอีก 1 แลนด์มาร์คของเกาะสีชังที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน เป็นสะพานไม้สีขาวสุดคลาสสิกที่ทอดยาวเข้าไปยังกลางทะเล สะพานอัษฎางค์ ชื่อของ สะพานนั้นตั้งตามพระนามของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธฯ นับเป็น 1 ใน 5 สิ่งก่อสร้างบนเกาะสีชัง สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2434 ซึ่งเป็นพระกรุณาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อสร้างขึ้นมา ในขณะที่ท่านทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธฯ ที่มีอาการประชวรจึงจำเป็นให้ท่านต้องเสด็จมาประทับอยู่ที่สถานที่แห่งนี้บ่อยครั้งในอดีต จึงก่อให้เกิดท่าเทียบเรือที่เป็นสะพานทอดยาวขนาดใหญ่กลางทะเลสีขาวแห่งนี้ เพื่อทำให้เป็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่ทำให้ประชาชนมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้นค่ะ
แถมเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเกาะสีชังค่ะ ชื่อของเกาะสีชัง มาจากภาษาจีน คือ ซีซัน ซึ่งหมายถึง สี่คนทำไร่ โดยมีเรื่องราวเล่าว่ามีพ่อค้าเรือสำเภาจีน ๔ นายล่องเรือค้าขายมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายในธุรกิจการค้ามาตั้งรกรากและหันมาประกอบอาชีพทำไร่อยู่บนเกาะ ซึ่งต่อมาคำว่า “ซีซัน” จึงแผลงมาเป็น “สีชัง” นั่นเองค่ะ
สำหรับบรรยากาศโดยรอบสะพานอัษฎางค์ถือว่าดีมากเลยค่ะ เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบพาโนรามาเลย ใครไม่ได้มาถ่ายรูปตรงนี้ถือว่าพลาดจริงๆ แนะนำให้มาช่วงเวลาเช้า หรือไม่ก็ 4 โมงเป็นต้นไป เพราะอากาศค่อนข้างร้อน และถ้าใครมาในช่วงเย็นก็จะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยค่ะ บรรยากาศดีสุดๆ
สถานที่ถัดไปอยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ เดินชมวิวไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือนไม้ริมทะเล หรือที่รู้จักกันในชื่อบ้านเขียว
อีกหนึ่งจุดเช็คอินฮิตของเกาะสีชังเลยค่ะ ในอดีตเชื่อกันว่าเป็นเรือนพักตากอากาศของชาวดัทช์หรือชาวฮอลันดา แต่ปัจจุบันเป็นคาเฟ่ที่ขายทั้งอาหารว่างและเครื่องดื่ม ใครที่อยากหาเครื่องดื่มดับร้อนหรืออยากแวะจิบกาแฟ แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ เพราะบรรยากาศดีมาก ร้านตั้งอยู่ติดริมทะเล แถมบริเวณชั้นล่างยังมีการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับสถานที่สำคัญบนเกาะสีชัง เช่น โบราณวัตถุ รอยพระพุทธบาท ช่องเขาขาด และอื่นๆ ถือเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ แต่เสียดายที่พวกเรามาเยี่ยมชมในช่วงเย็น สถานที่ปิดแล้ว พวกเราเลยได้แค่นั่งชมวิวบริเวณริมทะเล แต่ก็ฟินไม่แพ้กันเลยค่ะ
ไปต่อกันที่กิจกรรมสำคัญที่พวกเราได้ทำร่วมกับชาวบ้านในชุมชน นั่นก็คือ การทำของที่ระลึก ร้านนี้มีชื่อว่า Flower Blue เป็นร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ที่มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมหวาน อาหารทานเล่น ที่น่ารักก็คือ ร้านนี้มีของที่ระลึกทำมือ ที่ให้ชาวบ้านช่วยกันทำมาขายเป็นรายได้เสริมของชุมชน เช่น ตุ๊กตา พวงกุญแจผ้าบาติกที่ใส่มาในถุงผ้า แม่เหล็กติดตู้เย็น
ของที่ระลึกสุดฮิตที่ทุกคนต้องมีติดไม้ติดมือ ก็คือ พวงกุญแจกระรอกขาว
กระรอกขาวถือเป็นสัตว์ประจำเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งที่เกาะแห่งนี้มีกระรอกสีขาวเพียงสีเดียวเท่านั้นค่ะ ชาวบ้านแถวนี้จึงได้จัดทำเป็นของที่ระลึก แถมยังมีกิจกรรมน่ารักๆให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ร่วมสนุกกันด้วย
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้