เปิดเทอมนั้นฉัน เจอ เธอ
ครั้นเมื่อฤดูฝนมาเยื่อนในเดือนมิถุนายน เป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนใหม่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยกำลังอยากรู้อยากลองหรือที่เราเรียกกันว่าวัยกำลังมันนั้นต่างพากันไปโรงเรียนฤดูการแห่งการเปิดภาคเรียนได้เริ่มขึ้น เหล่าหนุ่มสาวที่ไม่ได้เจอเพื่อนกันนานในยามที่ปิดเทอมไปต่างนำเรื่องของตัวเองมาเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าทำอะไรกันไปบ้างต่างคนต่างเล่ากันอย่างสนุกสนานว่าตอนปิดเทอมตัวเองไปเจออะไรมาบ้างเด็กๆทุกคนดูเหมือนจะมีความสุขในการเล่าเรื่องและการฟังเรื่องของเพื่อนแต่ละคนแต่โดยเฉพาะ เด็กผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ที่หน้าห้องของตัวเองเด็กน้อยคนนั้นมีสีผิวที่เป็นสีผิวน้ำผึ้ง ใบหน้ากลมๆใสใส ดวงตากลมโต ปากเป็นกระจับ มาพร้อมกับลักยิ้มที่เวลายิ้มแล้วชวนให้คนอื่นยิ้มตาม สาวน้อยคนนั้นนั่งคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆอีกสามคนของเขาทันใดที่เขาได้มองตากลมโตของเธอคนนั้นทำให้เขาเขินจนพูดไม่ออกถึงกับต้องหลบสายตาเลยทีเดียว พอหันกลับไปมองเธอก็ไม่ได้สนใจหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ เด็กหนุ่มที่แค่มองด้วยตาของเขาแค่ช่วงเวลาหนึ่งทำให้เขานั้นตกหลุมรักสาวน้อยคนนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลาเข้าแถวเผื่อเคารพธงชาติเด็กหนุ่มที่มาเข้าแถวก็พยายามมองหาเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อหวังว่าจะได้พบกันอีกสักครั้งหวังว่าจะได้เห็นดวงตาและรายยิ้มนั้นอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่เห็นเขาที่พยายามไม่คิดถึงเรื่องเด็กคนนั้นก็ไม่สามารถทำได้ ภายในหัวนั้นติดตราตรึงไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนและหวานชื่น ครั้งเมื่อถึงเวลาเรียนเขก็ได้แต่คิดถึงเรื่องเด็กคนนั้นจนไม่เป็นอันเรียนหรือทำอะไรเมื่อถึงเวลาพักกเที่ยงเขาและเพื่อนๆของเด็กหนุ่มก็พากันไปรวมตัวกินข้าวที่โรงอาหารมีแต่เด็กหนุ่มคนนั้นที่แยกตัวพร้อมใส่หูฟังฟังเพลงที่เขาชอบพอมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านเชื่อไหมครับว่าเรานั้นจะซ่อนเหตุการณ์สำคัญ หรือเหตุการณ์ต่างๆในไว้บทเพลงนั้นๆที่เราฟังในเหตุการณ์นั้นๆ ทำให้เวลาผ่านไปแต่เมื่อเรากลับไปฟังเพลงนั้นก็จะมีบุคคล เหตุการณ์ต่างๆทั้งทุกข์และสุขผุดขึ้นมาทำให้เรานึกถึงใช่ครับเด็กหนุ่มคนนั้นก็เป็นแบบนั้นระหว่างที่เขากำลังเดินไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆเขาได้ฟังเพลงแล้วระหว่างที่เดินอยู่นั้นเขาได้เจอเด็กสาวที่เขาได้เจอเมื่อเช้ามันทำให้เขานั้นยิ้มจนแก้มปริออกหน้าออกตาจะเขาไปทักก็ไม่กล้าทำได้เพียงแอบมองไกลๆด้วยความที่ตัวเองนั้นไม่กล้าเขาไปทักทายได้แต่ค้นหาเขาในเฟซบุ๊คแต่ก็ไม่เจอพอถึงเวลาเลิกเรียน ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินกลับบ้านก็ได้ยินเสียงคนนับเลขเสียงดังออกมาว่า “ 1212312121 ” สรุปพอหันไปมองก็ได้เจอเด็กน้อยคนเมื่อเช้าใช่ครับน้องเขาเป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียนเด็กหนุ่มก็ได้แต่คิด “แบบนี้นี่เองเด็กกิจกรรมสินะ”เด็กหนุ่มคิดพลางคิดว่า “มันจะดีหรอเด็กที่เกเรแบบเราจะไปคู่ควรกับคนแบบเขา” เด็กหนุ่มตัดพ้อพลางเดินไปหลังโรงเรียนเพื่อกลับบ้านของตัวเอง พอกลับถึงบ้านเขาได้แต่นอนคิดนั่งคิดว่าจะทำยังไงให้ได้รู้จักกับเด็กสาวคนนั้น เหมือนจะเป็นวันที่โชคดีสำหรับเด็กหนุ่มคนนั้นเขาได้เจอเฟซบุ๊คของเด็กสาวคนนั้นเลยกดแอดเพื่อนไปแต่ในใจก็คิดว่าเขาคงไม่รับเพราะโปร์ไฟล์เราและเขานั้นต่างกันเกินไปโปรไฟล์ของเรานั้นดูออกจะเกเรแต่เขานั้นเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนเป็นเด็กที่ดูมีอนาคตแต่ไม่ถึงชั่วโมงโทรศัพท์ก็เด้งแจ้งเตือนว่าเด็กสาวคนนั้นได้รับเราเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คแล้วตอนนั้นเด็กหนุ่มทั้งดีใจและเสียใจดีใจที่เราสามารถดูการใช้ชีวิตของเขาได้เข้าใกล้เขาไปอีกขั้นแต่ที่เสียใจเพราะใจอยากจะทักหาอยากรู้จักให้มากกว่านี้อยากคุยด้วยอยากทำความรู้จักแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงวันเวลาผ่านไปอีกสี่วันเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังวนลูบอยู่กับเด็กสาวคนนั้นจนกระทั้งวันที่เขาและเพื่อนๆนัดกันไปเล่นน้ำที่สระแห่งหนึ่งในขณะที่เขากำลังทำอาหารเพื่อนำไปกินเขาก็เล่นโทรศัพท์แล้วก็เลื่อนไปมาหน้าฟิดของเฟซบุ๊คจนเจอหน้าเฟสของเด็กสาวคนนั้นที่สาวน้อยคนนั้นโพสว่า ไลค์ทัก ทำให้เด็กหนุ่มดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่อาจจะได้เริ่มทำความรู้จักกับเด็กสาวคนนั้นแล้วก็เป็นไปอย่างที่เด็กหนุ่มคิดสาวน้อยคนที่เขาแอบมองมาตลอดทั้งอาทิตย์ได้ทักเขามา “ทักค่ะ สวัสดีค่ะ” พอเด็กหนุ่มเตรียมของเสร็จเขาจึงหยิบโทรศัพท์เพราะจะทักหาเพื่อนแต่เขากลับตกใจเมื่อเห็นรูปแชทนั้นเด้งขึ้นมาเป็นรูปเด็กสาวที่เขาชอบและแอบมองอยู่ไกลๆมาตลอดทั้งอาทิตย์ทำให้เขาตกใจและตื่นเต้นมากๆที่จะได้ทำความรู้จักกับเด็กสาวคนนั้น “ครับสวัสดีครับ”เด็กหนุ่มทั้งตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมกัน “พี่ชื่ออะไรคะ” เด็กสาวถา“พี่ชื่อวุฒิครับ แล้วน้องละ”เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมถาม “หนูชื่อมาเบลล์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ในที่สุดชื่อสาวน้อยที่เขาแอบมองมาได้ก็ได้รู้สักทีเด็กหนุ่มนั้นดีใจสุดๆถึงขั้นกระโดดดีใจเด็กหนุ่มทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนั้นไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่าสาวน้อยคนนั้นทักมาหาแค่เขาคนเดียวแต่ในใจก็ยังคิดว่าสาวน้อยคนนั้นอาจจะโกหกให้เราดีใจก็ได้แต่ก็อาจเป็นไปได้เพราะสาวน้อยคนนั้นทั้งอ่านและตอบไวเหมือนคุยกับเขาคนนั้นตลอดทำให้เด็กหนุ่มมีความหวังและเริ่มอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้เพื่อที่จะได้จีบสาวน้อยคนนั้นคุยกันได้สักพักเด็กหนุ่มก็ออกไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำกับเพื่อนสักระยะแต่ก็เปิดโทรศัพท์คอยดูแชทน้องและคอยรายงานการไปไหนมาไหนของเขาให้เด็กสาวฟัง ต่อไปนี้ผมจะใช้ชื่อของเด็กหนุ่มและสาวน้อยคนนั้นในการเรียกนะครับพอเล่นน้ำเสร็จวุฒิได้นั่งเล่นต่อที่บ้านของเพื่อนแต่เป็นเพราะแบตโทรศัพท์ของเขาจะหมดแล้วลืมเอาสายชาทมาวุฒิเลยบอกกับเพื่อนๆของเขาว่าจะกลับก่อนซึ่งปกติแล้ววุฒินั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอยู่บ้านสักเท่าไรพูดง่ายๆคือเขาติดเพื่อน ติดฟุตซอลที่เขาชอบแต่เพราะมีมาเบลล์เข้ามาทำให้เขาอยากใช้เวลาคุยกับสาวที่เขาชื่นชอบมากขึ้น “พี่ถึงบ้านแล้วนะคะ” วุฒิบอก “ทำไมวันนี้กลับเร็วจังเลยไหนบอกจะอยู่ซ้อมบอลไง” เบลล์ถาม “แบตโทรศัพท์พี่จะหมดเลยกลับก่อน”ซึ่งนั้นเป็นข้ออ้างของวุฒิเพราะอยากคุยกับน้องมากกว่าที่จะเตะบอล “งั้นหนูนอนก่อนนะค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้นะ ฝันดีนะคะ”เบลล์บอก “โอเคครับไว้คุยกันใหม่ครับ”วุฒิตอบพอถึงเวลานอนเขาก็ตื่นเต้นที่ใจเขาเต้นดีใจที่ได้รู้จักได้พูดคุยกับน้องแล้วก็ดูเหมือนน้องจะสนใจในตัวเขาเช้าวันต่อมาวุฒิตื่นแต่เช้ามันทำให้เขามีกำลังใจที่อยากไปโรงเรียนเพราะว่าเขาจะได้เจอมาเบลล์ “พี่ตื่นแล้วนะหนูตื่นรึยัง” วุฒิทักไปบอก “หนูตื่นตั้งแต่ตี5แล้ว” เบลล์ตอบวุฒิ “วันนี้พี่จะได้เจอหนูไหมถ้าเจอหนูพี่ทักหนูคุยกับหนูได้ไหม” วุฒิถาม “ได้สิทำไมจะไม่ได้” เบลล์ตอบนั้นทำให้เขาอยากไปเจอเธอให้เร็วที่สุดพอถึงเวลาเข้าแถวเขาได้เดินไปหลังแถวเพราะมองหาเธอขอบอกก่อนนะครับโรงเรียนนี้ผู้ชายจะเข้าแถวอยู่ด้านหน้าแต่ผู้หญิงจะเข้าแถวอยู่ด้านหลังผู้ชาย ใช่ครับวุฒิเจอเบลล์แต่เบลล์ไม่เห็นวุฒิ วันนั้นโรงเรียนมีกิจกรรมทำให้โรงเรียนเลิกครึ่งวัน พอเลิกเรียนวุฒิก็ขับรถไปที่ทำงานเพราะจะได้ลาที่ทำงานแล้วไปซ้อมบอลเพราะต้องลงแข่งฟุตซอลหมู่บ้าน
แล้วเบลล์ก็ทักมาว่า “พี่วุฒิหนูอยากเจอพี่” ทำให้วุฒิตื่นเต้นผสมเขิน “พี่ไม่ว่างเลยวันนี้” วุฒิบอก “แค่แปปเดียวได้ไหมหนูขอ”เบลล์บอก ด้วยความที่เขาไม่อยากทำให้การเจอกันครั้งแรกต้องเสียเลยขับรถกลับไปที่โรงเรียนแล้วนั่งอยู่ฝั้งตรงข้ามกับน้อง “พี่มาถึงแล้ว”วุฒิบอก “หนูเห็นแล้วพี่ยืนสิหนูอยากเห็นพี่ชัดๆ” เบลล์บอก ด้วยความที่วุฒิเขินเลยให้เพื่อนเขายืนขึ้นแทน “แหนะพี่ไม่ยืนเองให้เพื่อนยืนทำไม” เบลล์บอก “ก็ได้ๆพี่ลุกแล้ว” แล้งวุฒิก็ยืนขึ้น
“น่ารักมากเดินมาหาหนูด้านหลังตึกหนูพักเตรียมตัวฝึกต่อเดียวหนูเดินไป” แล้ววุฒิก็เดินไปด้านหลังของตึกนาทีที่เขาได้เจอกับเบลล์ เขาตื่นเต้นมากๆเขินไปด้วยคุยกันไปด้วย”พี่จะไปไหนต่อไหมหนูอยู่น่าจะช่วงหัวค่ำแล้วกลับ” เบลล์บอกวุฒิ “วันนี้พี่ไปลางานมาแล้วพี่ต้องไปซ้อมบอล” วุฒิบอก “งั้นตั้งใจซ้อมนะสู้ๆ” เบลล์บอกวุฒิกลับ “หนูก็ตั้งใจนะเหนื่อยก็พักอย่าหักโหมบอกคุณครูด้วยอากาศมันร้อน” วุฒิบอกกลับด้วยความเป็นห่วง “เดียวพี่ถึงพี่ทักหานะ”วุฒิบอกเบลล์ “เดียวหนูเลิกแล้วหนูมาตอบนะสู้ๆ” นั้นทำให้วุฒิรู้ว่าน้องมาเบลล์นั้นเป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียนแล้ววุฒิก็เดินออกไปกับเพื่อน “น้องน่ารักดีนี่หว่าไปเจอกันได้ไง” เพื่อนถาม “ก็ตอนเปิดเทอมนั้นแหละเจอน้องคุยกับเพื่อนเห็นทีแรกก็ชอบเลยเพราะน้องยิ้มสวย น่ารัก ตรงสเปคทุกอย่างเลยอยากรู้จักก็เลยแอดเฟซไปน้องเขาไลค์ทักพอดีเลยได้คุยกัน” วุฒิบอกเพื่อน หลังจากนั้นวุฒิกับเบลล์ก็เริ่มสานสัมพันธ์กันจากคนรู้จักจากพี่น้องกลายเป็นคนคุยกัน “พรุ่งนี้เช้าพี่ขอเลี้ยงนมกับขนมหนูได้ไหม” วุฒิบอก “ได้สิแต่หนูไม่ชอบนมจืดนะบอกไว้ก่อน”เบลล์บอกวุฒิ พอเช้ามาวุฒิก็แต่งตัวตามปกติเพื่อไปเรียน “พี่รอหนูตรงไหนได้บ้าง” วุฒิถาม “พี่รอหนูตรงหน้าร้านค้าโรงเรียนตรงโรงอาหารนะ” วุฒิบอก “โอเคค่ะไว้เจอกันตรงนั้น” เบลล์ตอบกลับ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางไปโรงเรียนเพื่อไปเจอกันหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้มาเจอกัน “ไปกินข้าวกันไหม” เบลล์ถาม “ไปสิแต่พี่ไม่กินนะหนูกินเลย” วุฒิตอบกลับเบลล์ พอนั้งกินข้าวไปด้วยกันสักพักอาจารย์ฝ่ายปกครองก็เดินมาดึงผมของวุฒิ “ไม่ตัดผมบ้างผมยาวแล้วนะไปตัดด้วยไม่งั้นครูจะตัดให้เอง”
วุฒิก็ได้แต่บอกครับ “555555อย่าลืมไปตัดผมด้วยไม่งั้นหนูไม่คุยด้วยแล้วนะ” เบลล์บอกกับวุฒิขู่วุฒิเพื่อให้วุฒิไปตัดผม “รู้แล้วๆเดียวตอนเย็นไปตัด” วุฒิตอบกลับเบลล์อย่าตลกขบขัน หลังจากที่พาน้องไปกินข้าวกันเสร็จวุฒิก็เดินไปส่งเบลล์ที่ห้องเรียน ด้วยความที่วุฒิเป็นเด็กที่มีแต่เรื่องก้าวร้าวต่อยตีไปทั่วเข้าห้องปกครองบ่อยเลยทำให้คนในโรงเรียนรู้ว่าวุฒิเป็นคนแบบไหนพอคนที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าวุฒินั่งอยู่กับน้องก็พากันตกใจเพราะไม่คิดว่าเด็กเกเรคนนี้จะมานั่งอยู่กับเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น เป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียน “งั้นเดียวพี่ไปหาเพื่อนรอเข้าแถวนะไว้ตอนเที่ยงๆเรามาเจอกันนะ”วุฒิบอกเบลล์ “โอเคค่ะอย่าลืมไปตัดผมด้วยไม่งั้นหนูโกรธจริงๆด้วย” เบลล์บอก “โอเครู้แล้วเดียวตอนเย็นไปตัดแล้วงับ” วุฒิตอบกลับเบลล์พลางทำหน้าเศร้า หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยแล้วสานสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ จนกระทั้งทั้งคู่นั้นมั่นใจว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนเลยตกลงที่จะบอกความรู้สึกต่อกัน “พี่วุฒิพี่ว่าเราจะไปด้วยกันได้ไหม”เบลล์ถามวุฒิ ด้วยความที่วุฒิเป็นเด็กที่เกเรเลยคิดหนักเพราะกลัวจะทำให้น้องดูไม่ดีในสายตาคนอื่น “ต้องได้สิพี่จะพยายามเปลี่ยนตัวเองเราจะได้อยู่ด้วยกันได้ พี่จะตั้งใจเรียน จะทำตามกฎของโรงเรียน ไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังน้องครับผม” วุฒิตอบพลางดีใจ “ถ้าพี่ทำได้จริงหนูเอาใจช่วยนะ” เบลล์บอก แต่การบอกรักทางแชทเฟซบุ๊คมันไม่ใช่การบอกรักที่ดีเพราะวุฒินั้นชอบที่จะบอกตรงหน้ามากกว่าในแชท “งั้นพรุ่งนี้เช้าพี่ไปรอหนูที่เดิมนะพี่มีอะไรจะบอกด้วย” วุฒิบอกเบลล์ “ค่ะ งั้นหนูนอนก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” เบลล์ตอบกลับ “ฝันดีครับหนูเบลล์” วุฒิตอบกลับพลางดีใจและตื่นเต้นที่จะได้บอกความในใจที่เขาเก็บมานานหลายเดือน แล้วทั้งคู่ก็ต่างพากันข้านอน เช้าวันถัดมาวุฒิตื่นเต้นกับการที่จะได้บอกความในใจที่เขาปิดบังมานาน “เราต้องทำได้เราต้องกล้าถ้าเราไม่กล้าเราจะไม่มีโอกาสได้บอกอีกแล้วเราก็อาจจะเสียน้องไปด้วยสู้เว้ยตายเป็นตาย” วุฒิบอกกับตัวเองในกระจกพลางแต่งตัวไปด้วย เมื่อวุฒิมาถึงโรงเรียนเขาก็ซื้อนมช็อคโกแลต1กล่องกับขนมปังใส้หมูหย๋องแล้วยื่นรอ “มาแล้วรอนานไหม”เบลล์ถามพลางยิ้มไปด้วย “หนูเบลล์พี่มีอะไรจะบอก” “อะไรหรอคะ?” เบลล์ถามพลางเอียงหัว “หนูรู้ไหมพี่ชอบหนูตรงหนมากที่สุด” วุฒิถาม “ตรงไหนหรอหนูก็อยากรู้เหมือนกัน”เบลล์ตอบกลับพลางยิ้มอยากรู้ “รอยยิ้มไง หนูเป็นคนที่ยิ้มแล้วโลกดูสดใสขึ้นมา แววตากลมโตสีดำออกน้ำตาลอ่อนๆทำไมให้พี่ใจสั่นทำให้ตั้งแต่เจอหนูครั้งแรกพี่ก็ชอบหนูทันที” วุฒิบอกเบลล์พลางทำหน้านิ่งและเขินในเวลาเดียวกัน เบลล์ที่ได้ฟังแบบนั้นก็เขินจนทำอะไรไม่ถูก “พี่ชอบหนูหรอ?” เบลล์ถามกลับพลางบิดตัวไปมาเพราะเขิน “ใช่พี่ชอบหนูตั้งแต่เจอหนูครั้งแรกอย่างที่บอกรอยยิ้มหนูมันน่ารักจนทำให้เวลาแทบหยุดนิ่งพ
เป็นไปได้ผมก็อยากจะเจอเธออีกครั้ง
ครั้นเมื่อฤดูฝนมาเยื่อนในเดือนมิถุนายน เป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนใหม่วัยรุ่นหนุ่มสาววัยกำลังอยากรู้อยากลองหรือที่เราเรียกกันว่าวัยกำลังมันนั้นต่างพากันไปโรงเรียนฤดูการแห่งการเปิดภาคเรียนได้เริ่มขึ้น เหล่าหนุ่มสาวที่ไม่ได้เจอเพื่อนกันนานในยามที่ปิดเทอมไปต่างนำเรื่องของตัวเองมาเล่าให้เพื่อนๆฟังว่าทำอะไรกันไปบ้างต่างคนต่างเล่ากันอย่างสนุกสนานว่าตอนปิดเทอมตัวเองไปเจออะไรมาบ้างเด็กๆทุกคนดูเหมือนจะมีความสุขในการเล่าเรื่องและการฟังเรื่องของเพื่อนแต่ละคนแต่โดยเฉพาะ เด็กผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ที่หน้าห้องของตัวเองเด็กน้อยคนนั้นมีสีผิวที่เป็นสีผิวน้ำผึ้ง ใบหน้ากลมๆใสใส ดวงตากลมโต ปากเป็นกระจับ มาพร้อมกับลักยิ้มที่เวลายิ้มแล้วชวนให้คนอื่นยิ้มตาม สาวน้อยคนนั้นนั่งคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆอีกสามคนของเขาทันใดที่เขาได้มองตากลมโตของเธอคนนั้นทำให้เขาเขินจนพูดไม่ออกถึงกับต้องหลบสายตาเลยทีเดียว พอหันกลับไปมองเธอก็ไม่ได้สนใจหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ เด็กหนุ่มที่แค่มองด้วยตาของเขาแค่ช่วงเวลาหนึ่งทำให้เขานั้นตกหลุมรักสาวน้อยคนนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลาเข้าแถวเผื่อเคารพธงชาติเด็กหนุ่มที่มาเข้าแถวก็พยายามมองหาเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อหวังว่าจะได้พบกันอีกสักครั้งหวังว่าจะได้เห็นดวงตาและรายยิ้มนั้นอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่เห็นเขาที่พยายามไม่คิดถึงเรื่องเด็กคนนั้นก็ไม่สามารถทำได้ ภายในหัวนั้นติดตราตรึงไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนและหวานชื่น ครั้งเมื่อถึงเวลาเรียนเขก็ได้แต่คิดถึงเรื่องเด็กคนนั้นจนไม่เป็นอันเรียนหรือทำอะไรเมื่อถึงเวลาพักกเที่ยงเขาและเพื่อนๆของเด็กหนุ่มก็พากันไปรวมตัวกินข้าวที่โรงอาหารมีแต่เด็กหนุ่มคนนั้นที่แยกตัวพร้อมใส่หูฟังฟังเพลงที่เขาชอบพอมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านเชื่อไหมครับว่าเรานั้นจะซ่อนเหตุการณ์สำคัญ หรือเหตุการณ์ต่างๆในไว้บทเพลงนั้นๆที่เราฟังในเหตุการณ์นั้นๆ ทำให้เวลาผ่านไปแต่เมื่อเรากลับไปฟังเพลงนั้นก็จะมีบุคคล เหตุการณ์ต่างๆทั้งทุกข์และสุขผุดขึ้นมาทำให้เรานึกถึงใช่ครับเด็กหนุ่มคนนั้นก็เป็นแบบนั้นระหว่างที่เขากำลังเดินไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆเขาได้ฟังเพลงแล้วระหว่างที่เดินอยู่นั้นเขาได้เจอเด็กสาวที่เขาได้เจอเมื่อเช้ามันทำให้เขานั้นยิ้มจนแก้มปริออกหน้าออกตาจะเขาไปทักก็ไม่กล้าทำได้เพียงแอบมองไกลๆด้วยความที่ตัวเองนั้นไม่กล้าเขาไปทักทายได้แต่ค้นหาเขาในเฟซบุ๊คแต่ก็ไม่เจอพอถึงเวลาเลิกเรียน ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินกลับบ้านก็ได้ยินเสียงคนนับเลขเสียงดังออกมาว่า “ 1212312121 ” สรุปพอหันไปมองก็ได้เจอเด็กน้อยคนเมื่อเช้าใช่ครับน้องเขาเป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียนเด็กหนุ่มก็ได้แต่คิด “แบบนี้นี่เองเด็กกิจกรรมสินะ”เด็กหนุ่มคิดพลางคิดว่า “มันจะดีหรอเด็กที่เกเรแบบเราจะไปคู่ควรกับคนแบบเขา” เด็กหนุ่มตัดพ้อพลางเดินไปหลังโรงเรียนเพื่อกลับบ้านของตัวเอง พอกลับถึงบ้านเขาได้แต่นอนคิดนั่งคิดว่าจะทำยังไงให้ได้รู้จักกับเด็กสาวคนนั้น เหมือนจะเป็นวันที่โชคดีสำหรับเด็กหนุ่มคนนั้นเขาได้เจอเฟซบุ๊คของเด็กสาวคนนั้นเลยกดแอดเพื่อนไปแต่ในใจก็คิดว่าเขาคงไม่รับเพราะโปร์ไฟล์เราและเขานั้นต่างกันเกินไปโปรไฟล์ของเรานั้นดูออกจะเกเรแต่เขานั้นเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียนเป็นเด็กที่ดูมีอนาคตแต่ไม่ถึงชั่วโมงโทรศัพท์ก็เด้งแจ้งเตือนว่าเด็กสาวคนนั้นได้รับเราเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คแล้วตอนนั้นเด็กหนุ่มทั้งดีใจและเสียใจดีใจที่เราสามารถดูการใช้ชีวิตของเขาได้เข้าใกล้เขาไปอีกขั้นแต่ที่เสียใจเพราะใจอยากจะทักหาอยากรู้จักให้มากกว่านี้อยากคุยด้วยอยากทำความรู้จักแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงวันเวลาผ่านไปอีกสี่วันเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังวนลูบอยู่กับเด็กสาวคนนั้นจนกระทั้งวันที่เขาและเพื่อนๆนัดกันไปเล่นน้ำที่สระแห่งหนึ่งในขณะที่เขากำลังทำอาหารเพื่อนำไปกินเขาก็เล่นโทรศัพท์แล้วก็เลื่อนไปมาหน้าฟิดของเฟซบุ๊คจนเจอหน้าเฟสของเด็กสาวคนนั้นที่สาวน้อยคนนั้นโพสว่า ไลค์ทัก ทำให้เด็กหนุ่มดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่อาจจะได้เริ่มทำความรู้จักกับเด็กสาวคนนั้นแล้วก็เป็นไปอย่างที่เด็กหนุ่มคิดสาวน้อยคนที่เขาแอบมองมาตลอดทั้งอาทิตย์ได้ทักเขามา “ทักค่ะ สวัสดีค่ะ” พอเด็กหนุ่มเตรียมของเสร็จเขาจึงหยิบโทรศัพท์เพราะจะทักหาเพื่อนแต่เขากลับตกใจเมื่อเห็นรูปแชทนั้นเด้งขึ้นมาเป็นรูปเด็กสาวที่เขาชอบและแอบมองอยู่ไกลๆมาตลอดทั้งอาทิตย์ทำให้เขาตกใจและตื่นเต้นมากๆที่จะได้ทำความรู้จักกับเด็กสาวคนนั้น “ครับสวัสดีครับ”เด็กหนุ่มทั้งตื่นเต้นและดีใจไปพร้อมกัน “พี่ชื่ออะไรคะ” เด็กสาวถา“พี่ชื่อวุฒิครับ แล้วน้องละ”เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมถาม “หนูชื่อมาเบลล์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ในที่สุดชื่อสาวน้อยที่เขาแอบมองมาได้ก็ได้รู้สักทีเด็กหนุ่มนั้นดีใจสุดๆถึงขั้นกระโดดดีใจเด็กหนุ่มทำความรู้จักกับสาวน้อยคนนั้นไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่าสาวน้อยคนนั้นทักมาหาแค่เขาคนเดียวแต่ในใจก็ยังคิดว่าสาวน้อยคนนั้นอาจจะโกหกให้เราดีใจก็ได้แต่ก็อาจเป็นไปได้เพราะสาวน้อยคนนั้นทั้งอ่านและตอบไวเหมือนคุยกับเขาคนนั้นตลอดทำให้เด็กหนุ่มมีความหวังและเริ่มอยากทำความรู้จักให้มากกว่านี้เพื่อที่จะได้จีบสาวน้อยคนนั้นคุยกันได้สักพักเด็กหนุ่มก็ออกไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำกับเพื่อนสักระยะแต่ก็เปิดโทรศัพท์คอยดูแชทน้องและคอยรายงานการไปไหนมาไหนของเขาให้เด็กสาวฟัง ต่อไปนี้ผมจะใช้ชื่อของเด็กหนุ่มและสาวน้อยคนนั้นในการเรียกนะครับพอเล่นน้ำเสร็จวุฒิได้นั่งเล่นต่อที่บ้านของเพื่อนแต่เป็นเพราะแบตโทรศัพท์ของเขาจะหมดแล้วลืมเอาสายชาทมาวุฒิเลยบอกกับเพื่อนๆของเขาว่าจะกลับก่อนซึ่งปกติแล้ววุฒินั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอยู่บ้านสักเท่าไรพูดง่ายๆคือเขาติดเพื่อน ติดฟุตซอลที่เขาชอบแต่เพราะมีมาเบลล์เข้ามาทำให้เขาอยากใช้เวลาคุยกับสาวที่เขาชื่นชอบมากขึ้น “พี่ถึงบ้านแล้วนะคะ” วุฒิบอก “ทำไมวันนี้กลับเร็วจังเลยไหนบอกจะอยู่ซ้อมบอลไง” เบลล์ถาม “แบตโทรศัพท์พี่จะหมดเลยกลับก่อน”ซึ่งนั้นเป็นข้ออ้างของวุฒิเพราะอยากคุยกับน้องมากกว่าที่จะเตะบอล “งั้นหนูนอนก่อนนะค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้นะ ฝันดีนะคะ”เบลล์บอก “โอเคครับไว้คุยกันใหม่ครับ”วุฒิตอบพอถึงเวลานอนเขาก็ตื่นเต้นที่ใจเขาเต้นดีใจที่ได้รู้จักได้พูดคุยกับน้องแล้วก็ดูเหมือนน้องจะสนใจในตัวเขาเช้าวันต่อมาวุฒิตื่นแต่เช้ามันทำให้เขามีกำลังใจที่อยากไปโรงเรียนเพราะว่าเขาจะได้เจอมาเบลล์ “พี่ตื่นแล้วนะหนูตื่นรึยัง” วุฒิทักไปบอก “หนูตื่นตั้งแต่ตี5แล้ว” เบลล์ตอบวุฒิ “วันนี้พี่จะได้เจอหนูไหมถ้าเจอหนูพี่ทักหนูคุยกับหนูได้ไหม” วุฒิถาม “ได้สิทำไมจะไม่ได้” เบลล์ตอบนั้นทำให้เขาอยากไปเจอเธอให้เร็วที่สุดพอถึงเวลาเข้าแถวเขาได้เดินไปหลังแถวเพราะมองหาเธอขอบอกก่อนนะครับโรงเรียนนี้ผู้ชายจะเข้าแถวอยู่ด้านหน้าแต่ผู้หญิงจะเข้าแถวอยู่ด้านหลังผู้ชาย ใช่ครับวุฒิเจอเบลล์แต่เบลล์ไม่เห็นวุฒิ วันนั้นโรงเรียนมีกิจกรรมทำให้โรงเรียนเลิกครึ่งวัน พอเลิกเรียนวุฒิก็ขับรถไปที่ทำงานเพราะจะได้ลาที่ทำงานแล้วไปซ้อมบอลเพราะต้องลงแข่งฟุตซอลหมู่บ้าน
แล้วเบลล์ก็ทักมาว่า “พี่วุฒิหนูอยากเจอพี่” ทำให้วุฒิตื่นเต้นผสมเขิน “พี่ไม่ว่างเลยวันนี้” วุฒิบอก “แค่แปปเดียวได้ไหมหนูขอ”เบลล์บอก ด้วยความที่เขาไม่อยากทำให้การเจอกันครั้งแรกต้องเสียเลยขับรถกลับไปที่โรงเรียนแล้วนั่งอยู่ฝั้งตรงข้ามกับน้อง “พี่มาถึงแล้ว”วุฒิบอก “หนูเห็นแล้วพี่ยืนสิหนูอยากเห็นพี่ชัดๆ” เบลล์บอก ด้วยความที่วุฒิเขินเลยให้เพื่อนเขายืนขึ้นแทน “แหนะพี่ไม่ยืนเองให้เพื่อนยืนทำไม” เบลล์บอก “ก็ได้ๆพี่ลุกแล้ว” แล้งวุฒิก็ยืนขึ้น
“น่ารักมากเดินมาหาหนูด้านหลังตึกหนูพักเตรียมตัวฝึกต่อเดียวหนูเดินไป” แล้ววุฒิก็เดินไปด้านหลังของตึกนาทีที่เขาได้เจอกับเบลล์ เขาตื่นเต้นมากๆเขินไปด้วยคุยกันไปด้วย”พี่จะไปไหนต่อไหมหนูอยู่น่าจะช่วงหัวค่ำแล้วกลับ” เบลล์บอกวุฒิ “วันนี้พี่ไปลางานมาแล้วพี่ต้องไปซ้อมบอล” วุฒิบอก “งั้นตั้งใจซ้อมนะสู้ๆ” เบลล์บอกวุฒิกลับ “หนูก็ตั้งใจนะเหนื่อยก็พักอย่าหักโหมบอกคุณครูด้วยอากาศมันร้อน” วุฒิบอกกลับด้วยความเป็นห่วง “เดียวพี่ถึงพี่ทักหานะ”วุฒิบอกเบลล์ “เดียวหนูเลิกแล้วหนูมาตอบนะสู้ๆ” นั้นทำให้วุฒิรู้ว่าน้องมาเบลล์นั้นเป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียนแล้ววุฒิก็เดินออกไปกับเพื่อน “น้องน่ารักดีนี่หว่าไปเจอกันได้ไง” เพื่อนถาม “ก็ตอนเปิดเทอมนั้นแหละเจอน้องคุยกับเพื่อนเห็นทีแรกก็ชอบเลยเพราะน้องยิ้มสวย น่ารัก ตรงสเปคทุกอย่างเลยอยากรู้จักก็เลยแอดเฟซไปน้องเขาไลค์ทักพอดีเลยได้คุยกัน” วุฒิบอกเพื่อน หลังจากนั้นวุฒิกับเบลล์ก็เริ่มสานสัมพันธ์กันจากคนรู้จักจากพี่น้องกลายเป็นคนคุยกัน “พรุ่งนี้เช้าพี่ขอเลี้ยงนมกับขนมหนูได้ไหม” วุฒิบอก “ได้สิแต่หนูไม่ชอบนมจืดนะบอกไว้ก่อน”เบลล์บอกวุฒิ พอเช้ามาวุฒิก็แต่งตัวตามปกติเพื่อไปเรียน “พี่รอหนูตรงไหนได้บ้าง” วุฒิถาม “พี่รอหนูตรงหน้าร้านค้าโรงเรียนตรงโรงอาหารนะ” วุฒิบอก “โอเคค่ะไว้เจอกันตรงนั้น” เบลล์ตอบกลับ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางไปโรงเรียนเพื่อไปเจอกันหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้มาเจอกัน “ไปกินข้าวกันไหม” เบลล์ถาม “ไปสิแต่พี่ไม่กินนะหนูกินเลย” วุฒิตอบกลับเบลล์ พอนั้งกินข้าวไปด้วยกันสักพักอาจารย์ฝ่ายปกครองก็เดินมาดึงผมของวุฒิ “ไม่ตัดผมบ้างผมยาวแล้วนะไปตัดด้วยไม่งั้นครูจะตัดให้เอง”
วุฒิก็ได้แต่บอกครับ “555555อย่าลืมไปตัดผมด้วยไม่งั้นหนูไม่คุยด้วยแล้วนะ” เบลล์บอกกับวุฒิขู่วุฒิเพื่อให้วุฒิไปตัดผม “รู้แล้วๆเดียวตอนเย็นไปตัด” วุฒิตอบกลับเบลล์อย่าตลกขบขัน หลังจากที่พาน้องไปกินข้าวกันเสร็จวุฒิก็เดินไปส่งเบลล์ที่ห้องเรียน ด้วยความที่วุฒิเป็นเด็กที่มีแต่เรื่องก้าวร้าวต่อยตีไปทั่วเข้าห้องปกครองบ่อยเลยทำให้คนในโรงเรียนรู้ว่าวุฒิเป็นคนแบบไหนพอคนที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าวุฒินั่งอยู่กับน้องก็พากันตกใจเพราะไม่คิดว่าเด็กเกเรคนนี้จะมานั่งอยู่กับเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น เป็นเด็กกองร้อยพิเศษของโรงเรียน “งั้นเดียวพี่ไปหาเพื่อนรอเข้าแถวนะไว้ตอนเที่ยงๆเรามาเจอกันนะ”วุฒิบอกเบลล์ “โอเคค่ะอย่าลืมไปตัดผมด้วยไม่งั้นหนูโกรธจริงๆด้วย” เบลล์บอก “โอเครู้แล้วเดียวตอนเย็นไปตัดแล้วงับ” วุฒิตอบกลับเบลล์พลางทำหน้าเศร้า หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยแล้วสานสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆ จนกระทั้งทั้งคู่นั้นมั่นใจว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนเลยตกลงที่จะบอกความรู้สึกต่อกัน “พี่วุฒิพี่ว่าเราจะไปด้วยกันได้ไหม”เบลล์ถามวุฒิ ด้วยความที่วุฒิเป็นเด็กที่เกเรเลยคิดหนักเพราะกลัวจะทำให้น้องดูไม่ดีในสายตาคนอื่น “ต้องได้สิพี่จะพยายามเปลี่ยนตัวเองเราจะได้อยู่ด้วยกันได้ พี่จะตั้งใจเรียน จะทำตามกฎของโรงเรียน ไม่ดื้อไม่ซน เชื่อฟังน้องครับผม” วุฒิตอบพลางดีใจ “ถ้าพี่ทำได้จริงหนูเอาใจช่วยนะ” เบลล์บอก แต่การบอกรักทางแชทเฟซบุ๊คมันไม่ใช่การบอกรักที่ดีเพราะวุฒินั้นชอบที่จะบอกตรงหน้ามากกว่าในแชท “งั้นพรุ่งนี้เช้าพี่ไปรอหนูที่เดิมนะพี่มีอะไรจะบอกด้วย” วุฒิบอกเบลล์ “ค่ะ งั้นหนูนอนก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” เบลล์ตอบกลับ “ฝันดีครับหนูเบลล์” วุฒิตอบกลับพลางดีใจและตื่นเต้นที่จะได้บอกความในใจที่เขาเก็บมานานหลายเดือน แล้วทั้งคู่ก็ต่างพากันข้านอน เช้าวันถัดมาวุฒิตื่นเต้นกับการที่จะได้บอกความในใจที่เขาปิดบังมานาน “เราต้องทำได้เราต้องกล้าถ้าเราไม่กล้าเราจะไม่มีโอกาสได้บอกอีกแล้วเราก็อาจจะเสียน้องไปด้วยสู้เว้ยตายเป็นตาย” วุฒิบอกกับตัวเองในกระจกพลางแต่งตัวไปด้วย เมื่อวุฒิมาถึงโรงเรียนเขาก็ซื้อนมช็อคโกแลต1กล่องกับขนมปังใส้หมูหย๋องแล้วยื่นรอ “มาแล้วรอนานไหม”เบลล์ถามพลางยิ้มไปด้วย “หนูเบลล์พี่มีอะไรจะบอก” “อะไรหรอคะ?” เบลล์ถามพลางเอียงหัว “หนูรู้ไหมพี่ชอบหนูตรงหนมากที่สุด” วุฒิถาม “ตรงไหนหรอหนูก็อยากรู้เหมือนกัน”เบลล์ตอบกลับพลางยิ้มอยากรู้ “รอยยิ้มไง หนูเป็นคนที่ยิ้มแล้วโลกดูสดใสขึ้นมา แววตากลมโตสีดำออกน้ำตาลอ่อนๆทำไมให้พี่ใจสั่นทำให้ตั้งแต่เจอหนูครั้งแรกพี่ก็ชอบหนูทันที” วุฒิบอกเบลล์พลางทำหน้านิ่งและเขินในเวลาเดียวกัน เบลล์ที่ได้ฟังแบบนั้นก็เขินจนทำอะไรไม่ถูก “พี่ชอบหนูหรอ?” เบลล์ถามกลับพลางบิดตัวไปมาเพราะเขิน “ใช่พี่ชอบหนูตั้งแต่เจอหนูครั้งแรกอย่างที่บอกรอยยิ้มหนูมันน่ารักจนทำให้เวลาแทบหยุดนิ่งพ