สวัสดีครับ
พอดีกำลังจะเปิดเรียนชั้นปีที่ 4 ของคณะแพทย์ที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ครับ แต่ผมมีพื้นฐานทางดนตรี การร้องเพลง การเต้น การแสดง และมีประสบการณ์การการออดิชั่น และเคยเข้าสู่ระบบการเทรนศิลปินทั้งของไทยและเกาหลีในช่วงหนึ่งในช่วงปี 1-2 (เพียงช่วงสั้น ๆ นะครับ และไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากต้องเลือกการเรียนก่อน บวกกับไม่ชินกับเนื้อหาและระบบการเรียนแพทย์เท่าที่ควร เลยต้องหยุดกิจกรรมเสริมนี้และถอนตัวออกมาในที่สุด)
ประเด็นที่อยากปรึกษารุ่นพี่ และท่านผู้มีประสบการณ์คือ ขณะนี้ผมได้ผ่านช่วงชั้นปี 1-3 และการสอบทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว และเจอจุดที่ทำให้ตัวเองมีความสุขในตัววิชาแพทย์ สนุกที่ได้เรียนรู้ ได้อ่านและขวนขวายมัน บวกกับได้เจอสาขาเฉพาะทางที่ตัวเองชอบแล้ว และมั่นใจว่าจะมุ่งไปที่สาขาดังกล่าวหลังจากจบการเรียนแพทย์ 6 ปี ครับ
เกริ่นคร่าว ๆ ครับ ว่าในช่วงสามปีแรก เกรดเฉลี่ยอยู่กลาง ๆ ค่อนไปทางล่าง ๆ (ประมาณ 2.5-2.6 เท่านั้นครับ) แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เกิดปัญหามาโดยตลอด ทั้งจากสภาพแวดล้อม ความไม่แน่ใจของตัวเอง (น่าจะเป็นเพราะยังไม่สามารถปรับตัวให้มีความรักในวิชาเรียนได้) และปัญหาสุขภาพเล็กน้อยครับ ที่เกือบทำให้ไม่เรียนต่อ ฉะนั้น เกรดที่ได้มา แม้จะน้อย แต่หากเทียบกับการที่ถือว่า ยังผ่านมาได้ เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสเลือกว่า จะต่อชั้นคลินิคหรือไม่ ผมไม่รู้สึกลบใด ๆ กับตรงนี้ครับ
ทีนี้ประเด็นที่อยากปรึกษาพี่ ๆ คือ คิดว่าจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่ผมจะกลับเข้าสู่การออดิชั่นและเทรน (ในกรุงเทพฯ) อีกครั้งไปคู่กับการเรียนต่อครับ คืออย่างนี้ครั้ง ในช่วงปิดเทอมประมาณสองสัปดาห์ก่อนภาคการเรียนที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่วันนี้ ผมได้มีการเตรียมพร้อมในเนื้อหาภาพรวมทั้งหมดของการเรียนคลินิคในชั้นปี 4-5 ของผมแล้วครับ ผมจึงค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะไม่เกิดปัญหากวนใจต่าง ๆ ที่มีผลกับการเรียนของผมเหมือนกับในช่วงสามปีที่ผ่านมาครับ
นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ผมอยากกลับไปเข้าสู่ระบบเทรนการเป็นศิลปินคู่ไปด้วย เพราะผมมักจะมองว่า ถ้าผมเรียนคณะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แพทย์ ผมคงต้องมีเวลาที่จะไปทำสิ่งที่ผมมีความสามารถพิเศษที่จะทำมันได้แน่ ๆ ควบคู่ไปกับการเรียนแบบไม่ต้องลังเล อีกทั้งผมยังมีไอเดียในทางธุรกิจมากมายที่อยากจะทำ แต่เพราะอาจจะด้วยความสามารถของผมที่มีจำกัด ผมประเมินตนเองและพบว่า หากจะเรียนแพทย์ต่อให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับเพื่อคนไข้และตนเอง ผมต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตตลอดช่วงการเรียนคลินิคที่สำคัญมาก ๆ นี้ให้กับการเรียน 100% หมายถึงไม่ไปคิดเรื่องธุรกิจเลยน่ะครับ อดทนให้จบอายุ 24 ก่อน แม้จะช้ากว่าคณะอื่น ๆ ที่จะมีเวลามากกว่า ได้เริ่มก่อน แต่ก็ปลอดภัยกว่าคิดไปพร้อมการเรียนครับ
แต่เรื่องที่ติดใจตอนนี้คือ เสียดายความสามารถและเวลาการฝึกฝนที่ผมได้เคยทุ่มเทให้กับหารซ้อมร้อง เต้น การแสดง ต่าง ๆ ครับ เพราะเริ่มทำมาตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย แล้วครับ และตอนนี้มีโอกาสของค่ายเพลงหนึ่งยื่นเข้ามา ผมไม่มีคนใกล้ตัวที่เรียนแพทย์ เลยไม่ทราบว่าจะไปปรึกษาใคร ว่าการเรียนช่วงปี 4-5 จะมีโอกาสให้ผมทำในสิ่งที่รักนี้เสริม ควบคู่ไปได้ไหมครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากลองดูอีกครั้งครับ และครั้งนี้ตั้งใจจะทำมันทั้งสองอย่างเต็มที่ ด้วยความไม่ประมาทจริง ๆ และให้เกิดผลสำเร็จทั้งคู่ครับ แต่ก็จะพึงเตือนตัวเองเสมอ ว่าการเรียนแพทย์ คือความสำคัญลำดับที่หนึ่งครับ
หากพี่ ๆ เห็นว่าเป็นไปได้ยากที่จะออกมาดีทั้งคู่ บอกได้หมดเลยนะครับ ผมจะได้ปรับให้ความรักทางงานศิลปินตรงนี้ เป็นแค่องค์ประกอบที่ช่วยผ่อนคลาย ร้องเองเล่น ๆ แค่เวลาสพัก และให้ทุ่มทุกวินาทีที่มี ให้กับการเรียนแพทย์ไปเลยครับ
ค่อนข้างหนักใจมาก ๆ ครับ ขอคำปรึกษาจากพี่ ๆ ทุกท่านด่วยนะครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ
เรียนแพทย์ชั้นคลินิก ควบคู่กับการทำงานไปด้วย
พอดีกำลังจะเปิดเรียนชั้นปีที่ 4 ของคณะแพทย์ที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ครับ แต่ผมมีพื้นฐานทางดนตรี การร้องเพลง การเต้น การแสดง และมีประสบการณ์การการออดิชั่น และเคยเข้าสู่ระบบการเทรนศิลปินทั้งของไทยและเกาหลีในช่วงหนึ่งในช่วงปี 1-2 (เพียงช่วงสั้น ๆ นะครับ และไม่ต่อเนื่อง เนื่องจากต้องเลือกการเรียนก่อน บวกกับไม่ชินกับเนื้อหาและระบบการเรียนแพทย์เท่าที่ควร เลยต้องหยุดกิจกรรมเสริมนี้และถอนตัวออกมาในที่สุด)
ประเด็นที่อยากปรึกษารุ่นพี่ และท่านผู้มีประสบการณ์คือ ขณะนี้ผมได้ผ่านช่วงชั้นปี 1-3 และการสอบทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว และเจอจุดที่ทำให้ตัวเองมีความสุขในตัววิชาแพทย์ สนุกที่ได้เรียนรู้ ได้อ่านและขวนขวายมัน บวกกับได้เจอสาขาเฉพาะทางที่ตัวเองชอบแล้ว และมั่นใจว่าจะมุ่งไปที่สาขาดังกล่าวหลังจากจบการเรียนแพทย์ 6 ปี ครับ
เกริ่นคร่าว ๆ ครับ ว่าในช่วงสามปีแรก เกรดเฉลี่ยอยู่กลาง ๆ ค่อนไปทางล่าง ๆ (ประมาณ 2.5-2.6 เท่านั้นครับ) แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เกิดปัญหามาโดยตลอด ทั้งจากสภาพแวดล้อม ความไม่แน่ใจของตัวเอง (น่าจะเป็นเพราะยังไม่สามารถปรับตัวให้มีความรักในวิชาเรียนได้) และปัญหาสุขภาพเล็กน้อยครับ ที่เกือบทำให้ไม่เรียนต่อ ฉะนั้น เกรดที่ได้มา แม้จะน้อย แต่หากเทียบกับการที่ถือว่า ยังผ่านมาได้ เพื่อให้ตัวเองมีโอกาสเลือกว่า จะต่อชั้นคลินิคหรือไม่ ผมไม่รู้สึกลบใด ๆ กับตรงนี้ครับ
ทีนี้ประเด็นที่อยากปรึกษาพี่ ๆ คือ คิดว่าจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่ผมจะกลับเข้าสู่การออดิชั่นและเทรน (ในกรุงเทพฯ) อีกครั้งไปคู่กับการเรียนต่อครับ คืออย่างนี้ครั้ง ในช่วงปิดเทอมประมาณสองสัปดาห์ก่อนภาคการเรียนที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่วันนี้ ผมได้มีการเตรียมพร้อมในเนื้อหาภาพรวมทั้งหมดของการเรียนคลินิคในชั้นปี 4-5 ของผมแล้วครับ ผมจึงค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะไม่เกิดปัญหากวนใจต่าง ๆ ที่มีผลกับการเรียนของผมเหมือนกับในช่วงสามปีที่ผ่านมาครับ
นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ผมอยากกลับไปเข้าสู่ระบบเทรนการเป็นศิลปินคู่ไปด้วย เพราะผมมักจะมองว่า ถ้าผมเรียนคณะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แพทย์ ผมคงต้องมีเวลาที่จะไปทำสิ่งที่ผมมีความสามารถพิเศษที่จะทำมันได้แน่ ๆ ควบคู่ไปกับการเรียนแบบไม่ต้องลังเล อีกทั้งผมยังมีไอเดียในทางธุรกิจมากมายที่อยากจะทำ แต่เพราะอาจจะด้วยความสามารถของผมที่มีจำกัด ผมประเมินตนเองและพบว่า หากจะเรียนแพทย์ต่อให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับเพื่อคนไข้และตนเอง ผมต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตตลอดช่วงการเรียนคลินิคที่สำคัญมาก ๆ นี้ให้กับการเรียน 100% หมายถึงไม่ไปคิดเรื่องธุรกิจเลยน่ะครับ อดทนให้จบอายุ 24 ก่อน แม้จะช้ากว่าคณะอื่น ๆ ที่จะมีเวลามากกว่า ได้เริ่มก่อน แต่ก็ปลอดภัยกว่าคิดไปพร้อมการเรียนครับ
แต่เรื่องที่ติดใจตอนนี้คือ เสียดายความสามารถและเวลาการฝึกฝนที่ผมได้เคยทุ่มเทให้กับหารซ้อมร้อง เต้น การแสดง ต่าง ๆ ครับ เพราะเริ่มทำมาตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย แล้วครับ และตอนนี้มีโอกาสของค่ายเพลงหนึ่งยื่นเข้ามา ผมไม่มีคนใกล้ตัวที่เรียนแพทย์ เลยไม่ทราบว่าจะไปปรึกษาใคร ว่าการเรียนช่วงปี 4-5 จะมีโอกาสให้ผมทำในสิ่งที่รักนี้เสริม ควบคู่ไปได้ไหมครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากลองดูอีกครั้งครับ และครั้งนี้ตั้งใจจะทำมันทั้งสองอย่างเต็มที่ ด้วยความไม่ประมาทจริง ๆ และให้เกิดผลสำเร็จทั้งคู่ครับ แต่ก็จะพึงเตือนตัวเองเสมอ ว่าการเรียนแพทย์ คือความสำคัญลำดับที่หนึ่งครับ
หากพี่ ๆ เห็นว่าเป็นไปได้ยากที่จะออกมาดีทั้งคู่ บอกได้หมดเลยนะครับ ผมจะได้ปรับให้ความรักทางงานศิลปินตรงนี้ เป็นแค่องค์ประกอบที่ช่วยผ่อนคลาย ร้องเองเล่น ๆ แค่เวลาสพัก และให้ทุ่มทุกวินาทีที่มี ให้กับการเรียนแพทย์ไปเลยครับ
ค่อนข้างหนักใจมาก ๆ ครับ ขอคำปรึกษาจากพี่ ๆ ทุกท่านด่วยนะครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ