เราทุกข์ใจมากค่ะ แม่เราอายุ 60 เป็นคนที่สมาธิสั้น ไม่มี ความคิดที่เป็นระบบ ไม่สามารถจัดการกับตารางชีวิตได้ ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง
เช่น สมมุติว่าแม่กำลังทำกับข้าว หั่นผัก แล้วแม่นึกขึ้นได้ว่า ผักที่มีอยู่ขาด ก็จะเดินไปขอเพื่อนบ้าน แล้วก็ติดคุยอยู่นานเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วก็แวะไปเด็ดตรงสวน แล้วพอเห็นต้นไม้ก็จะนึกได้ว่าอยากรดน้ำ ทำให้การทำกับข้าวในแต่ละมื้อใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงกว่าจะได้กิน ข้าวมื้อเช้าบางทีจะได้กินตอนเที่ยงถึงบ่ายสอง เป็นแบบนี้ประจำ แล้วสุดท้ายพอแม่ข้ามไปทำกิจกรรมอื่นแบบนี้อยู่บ่อยครั้งแม่ก็จะลืมทำสิ่งที่สำคัญอย่างเช่นถ้าหากต้มของอะไรร้อนๆ ทิ้งไว้ในครัวแล้วเดือด แม่ก็จะลืม แล้วพอแม่ลืมอย่างนี้อยู่บ่อยครั้งแม่ก็จะโทษนู่นโทษนี่แล้วก็จะพูดคำหยาบคายสบถตลอดเวลาว่าตัวเองเป็นคนมึน หรือพูดจาจุดชนวนด่าคนลามไปถึงคนอื่น จนเกิดเป็นบรรยากาศ toxic ในครอบครัว
ยังไม่รวมกับเรื่องของการสะสมขยะในบ้าน เก็บทุกสิ่งในชีวิตจนตอนนี้ ที่ที่สามารถเดินได้ก็ไม่สามารถเดินได้แล้ว เวลาจะหยิบของก็ต้อง เอามือเอื้อมสุดแขนไปหยิบ เพราะตรงเท้ามีแต่ของรายรอบ
ซึ่งแม่เราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยสาว ๆ เวลาที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะพาลขี้โมโหหยาบคาย บางทีก็ลุกลามทะเลาะกับคนในบ้าน ติดนิสัยกระแทกของโยนนั่นโยนนี่ให้คนในบ้านรู้สึกไม่ดีไปด้วย จนเกิดเป็นปัญหา ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ทุบตีลูก
ทางแก้ไขของครอบครัวเรา พ่อเราก็จะพยายามพูดใจเย็นๆ ส่วนเราพอโตขึ้นเราก็พยายามไปซื้อบอร์ดมาเขียนแผนผังการจัดลำดับความสำคัญ สอนวิธีการคิด ซื้อ Post it มาบอกให้ฝึกเขียน Short List ที่จะต้องทำจะได้ไม่ลืม
แต่แม่เราไม่ยอมทำเลย แม่เราชอบเป็นคนจดอะไรแบบมั่วซั่วเห็นกระดาษขยะอะไรก็จะเอามาจดทุกอย่างโดยที่พอเวลาจะใช้ประโยชน์จริงๆก็หาไม่เจอเพราะตัวเองใส่กระดาษแบบไม่มีระบบ และก็คงจะยังทำนิสัยแบบนี้ตลอดไป โดยไม่คำนึงถึงว่าคนที่อยู่ร่วมในครอบครัวจะรู้สึกอย่างไร หนักเข้ามากๆก็เคยคิดจะให้ไปรับการรักษาจิตเวช แม่เราก็ไม่ยอมอีก เราจะทำยังไงดี เราเบื่อเราท้อ
จะทำยังไงแม่สมาธิสั้น ใช้ชีวิตไม่เป็นระบบ พูดหยาบคายตลอดเวลา
เช่น สมมุติว่าแม่กำลังทำกับข้าว หั่นผัก แล้วแม่นึกขึ้นได้ว่า ผักที่มีอยู่ขาด ก็จะเดินไปขอเพื่อนบ้าน แล้วก็ติดคุยอยู่นานเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วก็แวะไปเด็ดตรงสวน แล้วพอเห็นต้นไม้ก็จะนึกได้ว่าอยากรดน้ำ ทำให้การทำกับข้าวในแต่ละมื้อใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงกว่าจะได้กิน ข้าวมื้อเช้าบางทีจะได้กินตอนเที่ยงถึงบ่ายสอง เป็นแบบนี้ประจำ แล้วสุดท้ายพอแม่ข้ามไปทำกิจกรรมอื่นแบบนี้อยู่บ่อยครั้งแม่ก็จะลืมทำสิ่งที่สำคัญอย่างเช่นถ้าหากต้มของอะไรร้อนๆ ทิ้งไว้ในครัวแล้วเดือด แม่ก็จะลืม แล้วพอแม่ลืมอย่างนี้อยู่บ่อยครั้งแม่ก็จะโทษนู่นโทษนี่แล้วก็จะพูดคำหยาบคายสบถตลอดเวลาว่าตัวเองเป็นคนมึน หรือพูดจาจุดชนวนด่าคนลามไปถึงคนอื่น จนเกิดเป็นบรรยากาศ toxic ในครอบครัว
ยังไม่รวมกับเรื่องของการสะสมขยะในบ้าน เก็บทุกสิ่งในชีวิตจนตอนนี้ ที่ที่สามารถเดินได้ก็ไม่สามารถเดินได้แล้ว เวลาจะหยิบของก็ต้อง เอามือเอื้อมสุดแขนไปหยิบ เพราะตรงเท้ามีแต่ของรายรอบ
ซึ่งแม่เราเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยสาว ๆ เวลาที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก็จะพาลขี้โมโหหยาบคาย บางทีก็ลุกลามทะเลาะกับคนในบ้าน ติดนิสัยกระแทกของโยนนั่นโยนนี่ให้คนในบ้านรู้สึกไม่ดีไปด้วย จนเกิดเป็นปัญหา ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ทุบตีลูก
ทางแก้ไขของครอบครัวเรา พ่อเราก็จะพยายามพูดใจเย็นๆ ส่วนเราพอโตขึ้นเราก็พยายามไปซื้อบอร์ดมาเขียนแผนผังการจัดลำดับความสำคัญ สอนวิธีการคิด ซื้อ Post it มาบอกให้ฝึกเขียน Short List ที่จะต้องทำจะได้ไม่ลืม
แต่แม่เราไม่ยอมทำเลย แม่เราชอบเป็นคนจดอะไรแบบมั่วซั่วเห็นกระดาษขยะอะไรก็จะเอามาจดทุกอย่างโดยที่พอเวลาจะใช้ประโยชน์จริงๆก็หาไม่เจอเพราะตัวเองใส่กระดาษแบบไม่มีระบบ และก็คงจะยังทำนิสัยแบบนี้ตลอดไป โดยไม่คำนึงถึงว่าคนที่อยู่ร่วมในครอบครัวจะรู้สึกอย่างไร หนักเข้ามากๆก็เคยคิดจะให้ไปรับการรักษาจิตเวช แม่เราก็ไม่ยอมอีก เราจะทำยังไงดี เราเบื่อเราท้อ