JJNY : รับสร้างบ้านQ2 อ่วม│วิจารณ์สนั่นหนังสือราชการเกณฑ์อปท.│“จักรพล”ชูเลือกเพื่อไทยได้อากาศ│ก้าวไกลมั่นใจแล้วกวาด 160

รับสร้างบ้านQ2 อ่วม ต้นทุนขยับอีก 20% ฉุดบ้านหรูชะลอตัว คาดรอความชัดเจนหลังเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/economy/news_3959302
 
 
รับสร้างบ้านQ2 อ่วม ต้นทุนขยับอีก 20% ฉุดบ้านหรูชะลอตัว คาดรอความชัดเจนหลังเลือกตั้ง
 
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายนิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2 นี้ ผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างชั้นนำรายหลัก ๆ ประกาศปรับราคาขายอีกรอบ ประมาณ 7-20% อ้างเหตุต้นทุนวัตถุดิบราคาพุ่งสูง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการปรับขึ้นราคาในช่วงกลางปีและปลายปี 2565 มาก่อนแล้ว ท้ังนี้วัสดุและบริการที่มีการปรับขึ้น เช่น อิฐมวลเบา โครงหลังคาเหล็กสำเร็จรูป กระเบื้องหลังคาคอนกรีต ปูนซิเมนต์ กระเบื้องตกแต่งผนัง ฯลฯ นอกจากนี้ ผู้ผลิตและจำหน่ายยังขยายระยะเวลาส่งมอบสินค้านานขึ้นเมื่อมีคำสั่งซื้อ จากเดิมระยะเวลาส่งมอบสินค้า 15-45 วัน แต่ปัจจุบันขยายระยะเวลาออกไปเป็น 30-90 วัน หรือส่งมอบสินค้าช้ากว่าเดิมเท่าตัว โดยเฉพาะอิฐมวลเบาที่มีการปรับราคาขึ้นทุกเดือนมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า ทั้งต้นทุนวัสดุที่ปรับสูงขึ้นและระยะเวลาก่อสร้างที่ต้องล่าช้าออกไป ในขณะที่บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นบ้านทำสัญญาในราคาต้นทุนเดิมช่วงปลายปีที่แล้วหรือก่อนหน้านี้

อาจกล่าวได้ว่าเป็น ทุกขลาภ สำหรับผู้ประกอบการที่มีสต๊อกสร้างบ้านในมือจำนวนมาก แต่มาเริ่มงานก่อสร้างบ้านในช่วงต้นปี 2566 โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายที่เน้นตัดราคาคู่แข่งหรือหั่นราคาไว้ต่ำมาก ๆ โดยหวังว่ากำไรที่ลดลงจะชดเชยด้วยปริมาณสร้างบ้านที่ได้มาเพิ่มขึ้น แต่เมื่อต้องแบกรับต้นทุนใหม่ที่พุ่งสูงเกินคาดและปัญหาวัสดุขาดตลาดหรือผู้จำหน่ายส่งมอบล่าช้า จึงไม่อาจเร่งระยะเวลาการก่อสร้างให้เร็วขึ้นหรือต้องล่าช้าออกไปกว่าเดิม เท่ากับต้นทุนค่าบริหารจัดการก็สูงขึ้นเป็นเงาตามกัน บอกได้เลยว่างานนี้หนาว ๆ ร้อน ๆ กันทีเดียว ซึ่งปีนี้กำรี้กำไรคงไม่ต้องคาดหวังกัน เอาเป็นว่าทำอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บและปลอดภัยพอ อย่างไรก็ตามรายใดจะบาดเจ็บหรือรายใดจะอยู่รอดปลอดภัย เชื่อว่าผู้ประกอบการที่มีความเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์มานาน เคยผ่านสถานการณ์ลักษณะนี้มาแล้วจะมีวิธีรับมือได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย
 
นายนิรัญ กล่าวอีกว่า ลักษณะของการดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านนั้น ผู้ประกอบการกับผู้บริโภคในฐานะผู้ว่าจ้าง จะตกลงราคาและทำสัญญากันก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มกระบวนการก่อสร้างตามสัญญาที่ตกลงกัน โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะคำนวณราคาค่าก่อสร้างจากต้นทุน ณ ขณะที่ตกลงทำสัญญากัน ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นกังวลและจะต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับมือกับปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนในอนาคตที่สูงขึ้นก็คือ ต้นทุนค่าแรงงาน ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีกหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ เพราะหากฟังจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่มีแนวโน้มจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและพรรคที่จะร่วมรัฐบาลแล้ว มีแนวโน้มสูงว่า นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจะถูกหยิบยกนำมาประกาศใช้แน่นอน ฉะนั้นหากผู้ประกอบการไม่ระมัดระวังในการคำนวณราคาต้นทุน และราคาขายที่แม่นยำหรือใกล้เคียงที่สุด คงหนีไม่พ้นผลกระทบอีกหนึ่งเด้ง อย่างเช่น คำนวณราคาต้นทุนต่ำเกินไปก็จะยิ่งขาดทุนหนัก แต่หากคำนวณราคาเผื่อไว้สูงเกินไป ผู้บริโภคหรือผู้ว่าจ้างอาจหนีไปใช้บริการคู่แข่ง เป็นต้น
 
นายนิรัญกล่าวว่า สำหรับ ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านไตรมาส 2 นี้ คาดว่าความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว โดยกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มราคาบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาทขยายตัวดีขึ้น สวนทางกับผู้บริโภคกลุ่มบ้านราคา 10-20 ล้านบาทขึ้นไป พบว่าขยายตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน คาดว่าประการแรกเกิดจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเอาไว้ ประการถัดมาเป็นเพราะความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคกลุ่มนี้ลดลง ซึ่งหมายถึงว่ามีการซื้อหรือสร้างบ้านกันก่อนหน้านี้จำนวนมากแล้ว หรืออาจได้รับผลกระทบจากการค้าและธุรกิจที่ซบเซา อย่างไรก็ดี สมาคมฯ ประเมินว่ากำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภคที่ยังไม่ตัดสินใจซื้อหรือสร้างบ้านในช่วงนี้ อาจเพราะจะรอดูความชัดเจนผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน
 
หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามที่ผู้บริโภคและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศคาดหวัง อาจทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคและตลาดรับสร้างบ้านจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง” นายนิรัญ กล่าว



วิจารณ์สนั่น หนังสือราชการ เกณฑ์อปท.ช่วยงานศพพ่อบิ๊กจังหวัด ติง เรื่องส่วนตัวหรือไม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_3959275

วิจารณ์สนั่น หนังสือราชการ เกณฑ์อปท.ช่วยงานศพพ่อบิ๊กข้าราชการจว. ติง เรื่องส่วนตัวหรือไม่
 
เป็นที่วิจารณ์ในโลกออนไลน์ไม่น้อย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์หนังสือราชการ เป็นจดหมาย มอบหมายภารกิจพิธีบำเพ็ญกุศล ออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด โดยหนังสือดังกล่าว ได้เรียน นายกเทศมนตรีตำบล และ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่งในจังหวัด
 
โดยได้มีกำหนดการงานศพที่จัดขึ้น ทั้งยังระบุหน่วยงาน พร้อมภารกิจของเจ้าหน้าที่ โดยแต่ละองค์กร จัดเจ้าหน้าที่ราว 10-15 คน เพื่อช่วยเก็บขยะ จัดรถราง บริการน้ำดื่ม ดูแลจราจร ต้อนรับประชาชน ไปยันจัดหาอาหาร ไม่ว่าจะของคาวและหวาน ทั้งหมดรวม 15 หน่วยงานด้วยกัน
 
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า
 
“ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับท่าน….ด้วยครับ

แต่ในส่วนของหนังสือราชการแบบนี้ อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกต เพื่อกำชับท่าน… ได้ศึกษาเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
1.การจัดงานศพ บิดาของข้าราชการนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของเอกชน ไม่ใช่เรื่องราชการ หน่วยงานราชการ ไม่มีอำนาจเบียดบังเอาทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานราชการที่มีไว้บริการประชาชน ไปทำเรื่องส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐคนใดคนหนึ่ง
 
2.ในฐานะ ที่…. กำกับดูแล อปท. แม้จะมอบภารกิจในเรื่องราชการ ให้ อปท. ก็ยังไม่มีอำนาจ เพราะล้นกรอบการกำกับดูแล กลายเป็นบังคับบัญชาสั่งการ..(คำลงท้ายหนังสือขอความอนุเคราะห์ แต่ชื่อเรื่องกับสิ่งที่ส่งมาด้วยเป็น บัญชี “มอบหมายภารกิจ”)…แต่นี่ กลับสั่งให้ เกณฑ์เอาบุคลากร, ทรัพยากร ของ อปท.ที่มีไว้เพื่อทำงานให้ประชาชน เพื่อนำไปใช้ในเรื่องงานส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่ง
 
ความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่นั้น มิได้จำเพาะแต่ทุจริตเกี่ยวกับเงิน…แต่หมายความรวมถึง นำคนของทางราชการไปทำเรื่องส่วนตัวด้วย

 
อย่าหาทำเลยครับ โดยเฉพาะการทำเป็นหนังสือราชการ สั่ง มอบภารกิจ ไปรังแก อปท.แบบนี้ ซึ่งท่านนายก อปท.ที่ส่งคนไป จะพลอยเดือดร้อนกับความไม่รู้ รู้เท่าไม่ถึงการด้วย”

โดยโพสต์ดังกล่าว มีคนแชร์ออกไปมากกว่า 1,000 ครั้งด้วยกัน และต่างคอมเมนต์กันจำนวนมาก อาทิ
“งานศพกลายเป็นส่วนหนึ่งในงานราชการตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เจ้าภาพไม่มีกำลังทรัพย์เลยรึไง ถึงต้องทำหนังสือขอรับบริจาคทั่วจังหวัดแบบนี้”
“นิยาม ท้องถิ่น หมายถึง น้ำดื่ม เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ รถราง รถจักรยานยนต์พวงข้าง รถกอล์ฟ ข้าวแกง ไอติม สละลอยแก้ว”
“นี่แหละคือเหตุผลที่ควรต้องมีจังหวัดจัดการตนเอง โดยผู้ว่าต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น”
“บางครั้งความไม่รู้มันน่ากล้ว การไม่รู้บทบาทหน้าที่ตนเอง เป็นเรื่องน่าละอายยิ่งนัก”


 
“จักรพล” ชูเลือกเพื่อไทยได้ “อากาศสะอาด”
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_543754/

“จักรพล”ชูเลือกเพื่อไทยได้ “อากาศสะอาด” ลั่นพร้อมยกระดับเศรษฐกิจและสุขภาพที่ดีของคนเชียงใหม่
 
นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่เขต 1 เบอร์ 1 เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมา คนในพื้นที่เชียงใหม่ต้องประสบกับปัญหาหมอกควันพิษหรือฝุ่น PM.2.5 ซึ่งบั่นทอนสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งๆที่อากาศสะอาดเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ดังนั้นคนเชียงใหม่และคนไทยทุกคนควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ตั้งแต่แรกเกิด ที่ผ่านมาได้พรรคเพื่อไทย ผลักดันกฎหมายพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานต่อสภาผู้แทนราษฏร รวมทั้งเสนอ ให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันพิษ PM 2.5 รวมไปถึงกิจกรรมอื่น ๆในการผลักดัน การแก้ไขปัญหานี้อีกมากมาย
 
นายจักรพล กล่าวด้วยว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมชูแคมเปญ “เลือกเพื่อไทย เลือกอากาศสะอาด” โดยการชูป้ายในสถานที่ต่างๆใน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเนื้อหาในป้ายชูดังนี้ ทุกวันนี้ฝุ่นทำลายอะไรในชีวิต เราไปบ้าง?
 
ฝุ่น คือ สิ่งที่ทำลายสุขภาพ
ฝุ่น คือ สิ่งที่ทำลายเศรษฐกิจ
ฝุ่นทำลายชีวิตของคนเชียงใหม่
ฝุ่นทำลายอากาศสะอาด
 
ซึ่งเป็น สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ดังนั้นผมขออาสาเข้ามากำจัดฝุ่นและสร้างอากาศสะอาดให้เชียงใหม่ด้วยการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับประเทศไทยและมาตรการระยะอื่นๆเพื่อคืนอากาศสะอาดแก่คนไทยอีกครั้งเพราะเชียงใหม่ คือ บ้านของผมคือ รอยยิ้ม คือ ครอบครัว หมดเวลาของฝุ่น เลือกเพื่อไทย เลือกอากาศสะอาด
 
ขอยืนยันว่าหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับประเทศไทยให้เสร็จภายใน 1 ปี เพื่อเป็นการกระดูกสันหลังในการบริหาร จัดการฝุ่น ทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตามระหว่างการผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยก็มีมีมาตรการดูแลระยะเร่งด่วน ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการแจ้งเตือน รวมถึงมาตรการต่างๆเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว อีกด้วย” จักรพล กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่