สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ
ช่วงนี้ผมค่อนข้างคิดลบ ท้อแท้ ดูถูกตัวเองครับ สืบเนื่องมาจากการสะสมความรู้สึกน้อยใจปนอิจฉาคนรอบข้าง
คือ ผมอายุ 30 พ่อแม่แยกทางไป พ่อเป็นลูกจ้าง บริษัทเอกชน ตกงานตอน อายุเกือบ 60 ก็คือไม่มีเงินซัพพอร์ตแม่ ส่วนแม่ก็คือ ไม่ได้ทำงานมานานมากครับ ปัจจุบันก็อายุเยอะมากแล้ว ทั้งสองคน ไม่มีมรดก ไม่มีกิจการ ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร นอกจากบ้านเก่าที่ปัจจุบันขายใช้หนี้ไปแล้ว มาซื้อหลังเล็กกว่าอยู่แทน
ผมมีชีวิตที่ไม่หวือหวา ไม่เกเร ไม่เคยแบมือขอเงินพ่อแม่ซื้อของไร้สาระ ไม่เคยเรียนพิเศษ จบ ป.ตรีด้วยเงิน กยศ. ปัจจุบันยังผ่อนอยู่ ปัจจุบันผมเงินเดือนประมาณ 52k หักนู่นนี่นั่น ก็เหลือ 43-44k ต่อเดือน ให้เงินแม่ทุกเดือน มีลูก 1 คน ผ่อนรถอยู่ 1 คัน และ หนี้ กยศ. (ผมบอกได้อย่างไม่อายว่า เงินทั้งบัญชีผมมีเก็บอยู่แค่ 40k)
ทุกอย่าง ณ ตอนนี้ ผมสามารถใช้ชีวิตได้แบบ พอดีๆ เดือนชนเดือนบ้างจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ประกันลูก ประกันรถ ประกันตัวเอง ค่าเทอม บลาๆ
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกท้อก็คือ ผมรู้สึกว่า คนรอบข้าง บางคนตอนเรียนเกเรมากๆ ปัจจุบัน มีกิจการที่สืบทอดต่อจากที่บ้าน ร่ำรวยมากๆ บางคนก็คือ มีมรดกจากที่บ้านหลักหลายล้าน ไม่ต้องมีภาระ ใช้เงินเดือนได้เต็มๆ ซึ่งมีส่วนน้อยจริงๆ ที่แบบ เริ่มจาก 0 หรือ ไม่มีเลยจริงๆ ซึ่งพอมาสังเกตุจริงๆก็คือ แทบทุกบ้าน พ่อแม่จะพอมีบ้างหรือมีเยอะเลย ขอแค่ลูกเอาตัวให้รอดก็พอแล้ว หรือบางบ้านก็คือ วางแผนชีวิตให้ลูกระดับนึงแล้ว
มันเลยทำให้ผม รู้สึกกดดันตัวเองว่า ทำไมไม่หาอะไรทำเสริมวะ ทำไมไม่เริ่มกิจการวะ กลายเป็นว่าหลายๆคนแค่ทำงานไปเดือนต่อเดือน ก็มีเงินเก็บได้แล้ว แต่ผมเองที่ ถ้าแค่ทำงานๆเดียว มันแค่พอดีกิน ไม่มีเงินก้อน เงินเก็บ เงินลงทุน พอไม่หาอะไรทำเสริมหรือมันคิดไม่ได้จริงๆว่าจะเริ่มจากอะไร จากตรงไหน ไม่มีคอนเน็ตชั่นหรือต้นทุน ก็รู้สึกผิดและโทษตัวเองกับการที่ตัวเองอยากเป็นคนทำงาน พนง บริษัทเอกชน งานเดียว ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ ผมเคยพยายามจะหาของมาขายด้วยทุนตัวเอง ก็ไม่สำเร็จ เพราะเราต้องไปรับมาอีกต่อ เอามาก็ขายไม่ออกกบ้าง ขายออกก็กำรน้อยบ้าง ก็เลิกไป บางคนเอาของที่ ที่บ้านขายอยู่แล้ว มาต่อยอดทำออนไลน์ ก็มีรายได้เสริมแล้ว
ผมแค่กำลังมองอนาคต ไม่อยากให้ลูกผมต้องมาเจอแบบผม ถ้าผมทำงานเป็น พนง ออฟฟิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมกลัวว่าวันนึงมันจะจบแบบที่พ่อผมเป็น
ผมอาจจะพิมพ์ไม่ละเอียด หลายๆคนอ่านเสร็จอาจจะมองว่า แค่เนี๊ยะนะ ท้อแล้วหรอ ซึ่งจริงๆมันมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่มันสะสมให้เกิดความรู้สึกนี้ แต่ผมไม่สามารถเรียบเรียงออกมาได้ แต่ผมก็อยากได้กำลังใจหรือความคิดบวกครับ
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าครับ
รู้สึกท้อแท้และด้อยค่าตัวเองจังเลยครับ อยากได้กำลังใจหรือข้อคิดดีๆ
ช่วงนี้ผมค่อนข้างคิดลบ ท้อแท้ ดูถูกตัวเองครับ สืบเนื่องมาจากการสะสมความรู้สึกน้อยใจปนอิจฉาคนรอบข้าง
คือ ผมอายุ 30 พ่อแม่แยกทางไป พ่อเป็นลูกจ้าง บริษัทเอกชน ตกงานตอน อายุเกือบ 60 ก็คือไม่มีเงินซัพพอร์ตแม่ ส่วนแม่ก็คือ ไม่ได้ทำงานมานานมากครับ ปัจจุบันก็อายุเยอะมากแล้ว ทั้งสองคน ไม่มีมรดก ไม่มีกิจการ ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร นอกจากบ้านเก่าที่ปัจจุบันขายใช้หนี้ไปแล้ว มาซื้อหลังเล็กกว่าอยู่แทน
ผมมีชีวิตที่ไม่หวือหวา ไม่เกเร ไม่เคยแบมือขอเงินพ่อแม่ซื้อของไร้สาระ ไม่เคยเรียนพิเศษ จบ ป.ตรีด้วยเงิน กยศ. ปัจจุบันยังผ่อนอยู่ ปัจจุบันผมเงินเดือนประมาณ 52k หักนู่นนี่นั่น ก็เหลือ 43-44k ต่อเดือน ให้เงินแม่ทุกเดือน มีลูก 1 คน ผ่อนรถอยู่ 1 คัน และ หนี้ กยศ. (ผมบอกได้อย่างไม่อายว่า เงินทั้งบัญชีผมมีเก็บอยู่แค่ 40k)
ทุกอย่าง ณ ตอนนี้ ผมสามารถใช้ชีวิตได้แบบ พอดีๆ เดือนชนเดือนบ้างจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ประกันลูก ประกันรถ ประกันตัวเอง ค่าเทอม บลาๆ
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกท้อก็คือ ผมรู้สึกว่า คนรอบข้าง บางคนตอนเรียนเกเรมากๆ ปัจจุบัน มีกิจการที่สืบทอดต่อจากที่บ้าน ร่ำรวยมากๆ บางคนก็คือ มีมรดกจากที่บ้านหลักหลายล้าน ไม่ต้องมีภาระ ใช้เงินเดือนได้เต็มๆ ซึ่งมีส่วนน้อยจริงๆ ที่แบบ เริ่มจาก 0 หรือ ไม่มีเลยจริงๆ ซึ่งพอมาสังเกตุจริงๆก็คือ แทบทุกบ้าน พ่อแม่จะพอมีบ้างหรือมีเยอะเลย ขอแค่ลูกเอาตัวให้รอดก็พอแล้ว หรือบางบ้านก็คือ วางแผนชีวิตให้ลูกระดับนึงแล้ว
มันเลยทำให้ผม รู้สึกกดดันตัวเองว่า ทำไมไม่หาอะไรทำเสริมวะ ทำไมไม่เริ่มกิจการวะ กลายเป็นว่าหลายๆคนแค่ทำงานไปเดือนต่อเดือน ก็มีเงินเก็บได้แล้ว แต่ผมเองที่ ถ้าแค่ทำงานๆเดียว มันแค่พอดีกิน ไม่มีเงินก้อน เงินเก็บ เงินลงทุน พอไม่หาอะไรทำเสริมหรือมันคิดไม่ได้จริงๆว่าจะเริ่มจากอะไร จากตรงไหน ไม่มีคอนเน็ตชั่นหรือต้นทุน ก็รู้สึกผิดและโทษตัวเองกับการที่ตัวเองอยากเป็นคนทำงาน พนง บริษัทเอกชน งานเดียว ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ ผมเคยพยายามจะหาของมาขายด้วยทุนตัวเอง ก็ไม่สำเร็จ เพราะเราต้องไปรับมาอีกต่อ เอามาก็ขายไม่ออกกบ้าง ขายออกก็กำรน้อยบ้าง ก็เลิกไป บางคนเอาของที่ ที่บ้านขายอยู่แล้ว มาต่อยอดทำออนไลน์ ก็มีรายได้เสริมแล้ว
ผมแค่กำลังมองอนาคต ไม่อยากให้ลูกผมต้องมาเจอแบบผม ถ้าผมทำงานเป็น พนง ออฟฟิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผมกลัวว่าวันนึงมันจะจบแบบที่พ่อผมเป็น
ผมอาจจะพิมพ์ไม่ละเอียด หลายๆคนอ่านเสร็จอาจจะมองว่า แค่เนี๊ยะนะ ท้อแล้วหรอ ซึ่งจริงๆมันมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่มันสะสมให้เกิดความรู้สึกนี้ แต่ผมไม่สามารถเรียบเรียงออกมาได้ แต่ผมก็อยากได้กำลังใจหรือความคิดบวกครับ
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าครับ