JJNY : 5in1 เสียงสะท้อนค่าไฟพุ่ง│‘โรงหนัง-ยักษ์วัสดุ’ร้อง│ประมงคุย‘เพื่อไทย’│‘ไอติม’ลั่นอย่าเพิ่งย้าย│ปูตินยึดบ.ต่างชาติ

เสียงสะท้อนค่าไฟพุ่ง เจ้าของ-ลูกจ้างควักอ่วม ธุรกิจใกล้เจ๊งเจอวิกฤตต้นทุนพุ่ง
https://www.matichon.co.th/economy/news_3944753

 
 
เสียงสะท้อนค่าไฟพุ่ง เจ้าของโรงแรม-ลูกจ้างควักอ่วม ธุรกิจใกล้เจ๊งเจอวิกฤตต้นทุนพุ่ง
 
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นมาแพงมากนั้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการ หรือวิธีทางลดค่าไฟ ลดภาระประชาชนลง เพราะค่าไฟสร้างผลกระทบรุนแรง ในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรมขณะนี้พยายามลดการใช้ไฟฟ้า อาทิ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ อย่างไรก็ตาม เวลานี้ความเดือนร้อนไม่ใช่ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่พนักงานโรงแรม ประชาชนทุกคนถูกกระทบด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาวิธีในการลดต้นทุนที่เป็นภาระส่วนนี้ลงบ้าง
 
มีเสียงสะท้อนจากพนักงานของบริษัท ที่ปกติจ่ายค่าไฟอยู่ประมาณ 1,400-1,500 บาทต่อเดือน เดือนล่าสุดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2,800 บาท ถือว่าปรับขึ้นมาแพงมาก ซึ่งพนักงานก็มาบ่นมาเล่าให้ฟังกันหลายรายมาก ความกังวลในตอนนี้คือ ค่าไฟเดือนเมษายนที่ทยอยออกมา น่าจะเป็นเดือนที่สูงสุดแล้ว” นางละเอียดกล่าว
 
นางละเอียดกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลสุญญากาศ อยู่ระหว่างการเลือกตั้งใหม่ จึงบังคับกลไกค่าไฟฟ้าไม่ได้ ทั้งที่ความจริงรัฐบาลน่าจะแก้ไขปัญหาต้นทุนเหล่านี้ได้ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่มีผลกระทบกับการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบันสัดส่วนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำปะปาคิดเป็น 35% ของต้นทุนรวม ดังนั้นแม้ค่าไฟหรือค่าน้ำขึ้นมาเพียง 1% ก็กระทบกับธุรกิจมาก ขณะที่ต้นทุนอื่นปรับขึ้นทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ เพราะความต้องการ (ดีมานด์) ชะลอตัวลง จากอากาศร้อน รวมถึงฤดูกาลเฉพาะของภาคเหนือที่ช่วงเดือนเมษายนถึงต้นมิถุนายนเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น)
 
ภาพตอนนี้อาจไม่ได้หนักหน่วงเหมือนโควิด-19 ระบาดในช่วงที่ผ่านมา แต่วิกฤตต้นทุนที่แพงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าถือเป็นผลกระทบที่ทำให้รายได้ลดลง จนธุรกิจแทบจะเอาตัวไม่รอดกันแล้ว” นางละเอียดกล่าว
 

 
‘โรงหนัง-ยักษ์วัสดุ’ ร้องระงม ค่าไฟแพงหูฉี่ กัดฟันตรึงราคา ลั่นหากไม่ไหวขยับแน่!
https://www.matichon.co.th/economy/news_3944672

‘โรงหนัง-ยักษ์วัสดุ’ ร้องระงม ค่าไฟแพงหูฉี่ กัดฟันตรึงราคา ลั่นหากไม่ไหวขยับแน่!
 
เมื่อวันที่ 26 เมษายน นางสาวพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SF เปิดเผยว่า ด้วยภาวะที่สภาพอากาศที่ร้อนจัดในเดือนเมษายนนี้ ทำให้คนเข้ามาใช้บริการโรงภาพยนตร์สูงขึ้น และยังมีปัจจัยหลักคือคอนเทนต์หรือภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมาถือว่าลูกค้าเข้ามาชมภาพยนตร์ค่อนข้างสูง จากภาพยนตร์ที่มีกระแสหลายเรื่องทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ
 
นางสาวพิมสิริกล่าวว่า สำหรับโรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟ ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดให้เหมาะสมกับช่วงหน้าร้อน คือแคมเปญ “SF x Coke เมษาดับร้อน ปรอทแตก” โดยจะอ้างอิงอุณหภูมิที่กรุงเทพฯ ในเวลา 13.00 น. จากกรมอุตุฯ หากวันไหนที่อากาศร้อนเกิน 35 องศาเซลเซียส ลูกค้าจะได้รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 ที่นั่ง เมื่อซื้อเครื่องดื่ม 2 แก้ว ในราคา 99 บาท เป็นแคมเปญการตลาดที่ทำให้ลูกค้าติดตามและร่วมลุ้นอุณหภูมิทุกวันตลอดเดือนเมษายนนี้

นางสาวพิมสิริกล่าวว่า จากค่าไฟปัจจุบันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยอมรับว่าค่าไฟฟ้าของโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน สำหรับทางเอส เอฟมีนโยบายเรื่องการใช้พลังงานให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โดยต้องไม่กระทบกับการให้บริการลูกค้า ที่สำคัญไม่มีนโยบายในการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งค่าไฟเป็นหนึ่งในต้นทุนด้านสาธารณูปโภคของธุรกิจโรงภาพยนตร์ เนื่องจากระบบไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ จำเป็นต่อการให้บริการลูกค้าเพื่อความสะดวกสบาย และความสุขในการชมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอสเอฟให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
 
นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตรา “จระเข้” กล่าวว่าสถานการณ์ค่าไฟมีการปรับตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนับจากมีการปรับค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ต้นปี 2566 ค่าไฟเพิ่มขึ้น 300,000-400,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 700,000-800,000 บาทต่อเดือน มาอยู่ที่ 1.2 ล้านบาทต่อเดือน ไม่เคยเจอค่าไฟแพงขนาดนี้นับจากตั้งบริษัทมา 30 ปี ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระบริษัทลงทุน 4 ล้านบาท ติดโซลาร์รูฟในเครื่องจักรเพิ่งจะทดสอบเฟสแรกเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หากเฟสแรกได้ผลจะขยายในเฟสต่อไปจะใช้เงินลงทุนอีก 20 ล้านบาท
 
ตอนนี้ต้นทุนโดยรวมเริ่มนิ่ง โดยเฉพาะวัตถุดิบ ที่เป็นต้นทุนหลักในช่วงโควิดและเกิดสงครามที่ได้รับผลกระทบเรื่องการซัพพลายอยู่บ้างที่ต้องนำเข้าจากจีนและยุโรป ทำให้ราคาของวัตถุดิบเพิ่มขึ้นสูง และเราปรับราคาไปเมื่อปีที่แล้ว 5-10% ส่วนปีนี้ยังไม่มีนโยบายจะปรับราคาขึ้น แม้ค่าไฟแพงขึ้น ยังบริหารจัดการได้ เพราะไม่ใช่ต้นทุนหลัก ส่วนค่าน้ำที่จ่อจะปรับขึ้น ไม่ได้รับผลกระทบมาก เพราะกระบวนการผลิตใช้น้ำน้อย แต่กลัวน้ำมีไม่พอใช้มากกว่า” นายศุภพงษ์กล่าว
 
นายศุภพงษ์กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหาค่าไฟแพง ทางรัฐบาลจะต้องไปดูว่าจะช่วยประชาชนและภาคธุรกิจอย่างไรบ้าง เช่น หากภาคธุรกิจมีการเปลี่ยนมาใช้พลังงานทางเลือกอื่น ไม่ว่าจะติดโซลาร์เซลล์ หรือโซลาร์รูฟ จะมีการลดหย่อนค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างไรได้บ้าง เพราะกว่าจะคืนทุนก็ใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี
 
นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเชีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์ “ทอสเท็ม” กล่าวว่า จากค่าไฟที่แพงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทมากพอสมควร ซึ่งรอบเดือนมีนาคมค่าไฟเพิ่มขึ้นจากปกติมากกว่า 10% เพราะใช้ไฟฟ้าในการชุบสี แต่ก็พยายามบริหารจัดการต้นทุนไม่ให้กระทบไปยังลูกค้า โดยสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า เชน อะลูมิเนียมที่นำมาหลอมทำสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้า
 
ผลจากต้นทุนที่สูงขึ้นก็อาจจะต้องมีการพิจารณาอาจจะมีการปรับราคาขึ้น แต่จะพยายามไม่ให้กระทบลูกค้า แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยลูกค้าให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ คือ เรื่องของการดีไซน์ที่สามารถออกแบบให้อยู่ในงบประมาณได้” นายวิชากล่าว


 
เอกชนประมง จับเข่าคุย ‘เพื่อไทย’ โอดกระทบหนัก กม.คุมเข้ม แนะเลิกค่าเหยียบแผ่นดิน ดันเขตศก.พิเศษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_3944905

ผู้ประกอบการประมง สะท้อน ‘เพื่อไทย’ หลังยึดอำนาจ ไม่เน้นส่งออกอาหารทะเล วอนล้มเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน พร้อมดันเขตเศรษฐกิจพิเศษดึงดูดท่องเที่ยวมากกว่าเน้นนิคมอุตสาหกรรม ด้าน ‘เศรษฐา’ รับลูก ผลักดันข้อเสนอ วอนคนใต้แบ่งใจ ยันแม้ไม่ได้ ส.ส.ภาคใต้ ก็พร้อมเป็นรัฐบาลของคนทุกภาค
 
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 เมษายน ที่โรงแรม เดอะ ซิงกอรา อ.เมือง จ.สงขลา นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์พรรค พท. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. และประธาน ส.ส. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรค พท. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ทั้ง 10 เขต ร่วมวงหารือกับตัวแทนผู้ประกอบการประมง และนักธุรกิจใน จ.สงขลา เพื่อยกระดับการค้าขายและการส่งออก
 
โดยตัวแทนผู้ประกอบการประมง สะท้อนว่า เมื่อปี 2558 มีการส่งออกอาหารทะเล 2 แสนล้านบาท จากนั้นมาประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นการนำเข้าอาหารทะเล มากกว่าการส่งออก ทั้งนี้ พรรค พท.ต้องเข้ามาดูทั้งระบบของการประมง และที่ผ่านมาก็เคยเสนอปัญหาระดับมหภาค 5 ข้อ ให้กับพรรค พท.มาแล้ว ส่วนผลกระทบจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประมง ก็พบว่ายังมีอุปสรรคจากกรณีถ้าแอบนำเรือออกไป ถ้าคนไม่ครบก็จะถูกปรับ 4 แสนบาท อย่าง จ.สุราษฎร์ธานี เคยถูกปรับกว่า 130 ล้านบาท
 
ทุกวันนี้ที่บริโภคอาหารทะเลอย่าคิดว่ามาจากบ้านเรา ปลากะพงมาจากมาเลเซีย ปลาทูมาจากอินเดีย ส่วนปลาหมึกนำเข้าจากจีนทั้งนั้น ท่านบริโภคอาหารทะเลจากต่างประเทศทั้งนั้น นี่คือความน้อยเนื้อต่ำใจ ท่านกินจากร้านอาหารอย่าคิดว่ามาจากเมืองไทย มีการซื้อต่างประเทศแล้วถูกกว่า เรือประมงไทยต้องตรวจสุขลักษณะเก็บสัตว์น้ำ ถ้าผิดสุขลักษณะจะถูกยึดใบอนุญาต ต้องกระตุ้นการกินอาหารทะเล เพราะขณะนี้ประเทศไทยยังหาเงินเข้าประเทศได้น้อย มีแต่คนใช้เงินเท่านั้น และยังมองว่าพรรคการเมืองที่ดีที่สุดตอนนี้คือ พรรคเพื่อไทยที่จะเปลี่ยนแปลงได้” ตัวแทนผู้ประกอบการประมงกล่าว
 
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการประมงยังสะท้อนว่า 
1. ปัญหา พ.ร.บ.ประมง ยังมีอัตราโทษสูง 
2. ที่มีการแก้ไขในสภา เรื่อง พ.ร.บ.แรงงานคุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ.นี้ให้สิทธิด้านแรงงานจูงใจในการทำงานมากกว่าหน้าที่ 
3. ปัญหาราคาสินค้าไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ดังนั้น ราคาสินค้าจะถูกกำหนด 
4. ปัญหาต้นทุนสูงในแง่กฎหมายที่เพิ่มภาระต้นทุน

อีกทั้งยังเสนอให้ยกเลิกค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยว ส่วนเรื่องโลจิสติกส์ ที่มีการสร้างรายได้ปีละ 3-4 แสนล้านบาท โดยผู้ประกอบการเสนอว่าควรปรับให้ด่านศุลกากรใหม่เป็นโลจิสติกส์ และด่านปัจจุบันเป็นด่านการค้าและการท่องเที่ยว รวมถึง จ.สงขลาถูกประกาศเป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เมื่อประกาศแล้วเงินของคนในพื้นที่กลับน้อยลง แต่กลับไปส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมมากกว่า จึงอยากให้พรรค พท.สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยวในพื้นที่ และอยากให้รื้อฟื้นโครงการบ้านหลังแรกเพื่อกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ และมีการลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง

จากนั้น นายเศรษฐาชี้แจงว่า ภายใน 1 สัปดาห์ พรรค พท.จะออกข้อสรุปจากผู้ประกอบการประมง 5 จังหวัด ถ้าพรรค พท.ได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันให้เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลพรรค พท.จากนี้ไปภายใน 2 สัปดาห์จะมีข้อสรุปออกจากพรรค พท.และช่องทางของตนด้วย เราเอาวิถีชีวิตพี่น้องเป็นหลัก ถ้าเราเอาผลประโยชน์พี่น้องเป็นหลักจะเดินไปข้างหน้าและก็ควรรับฟังความเห็นเอ็นจีโอ ไม่ใช่ร่างทรงของใครมา ขอให้ไว้ใจพรรค พท.

นายเศรษฐากล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องค่าเหยียบแผ่นดินนั้น มาเรื่องของรายได้จากเดิม ส่วนหารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวได้ไม่จำเป็นต้องหาจากค่าเหยียบแผ่นดิน ทั้งนี้ ยังต้องลดขั้นตอนการเดินทางของคนมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทยด้วย ส่วนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษนโยบายของพรรค พท.มองว่า จ.สงขลาเป็นจังหวัดที่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่ต้องมีรายละเอียดซึ่งการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจะต้องดูธุรกิจและวิถีชีวิตในพื้นที่อย่างไร โดยจะส่งทีมงานมาพูดคุยให้มีความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลต้องผลักดันการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ให้คนตรวจคนเข้าเมืองลดน้อยลงไป ยืนยันว่าพรรค พท.จะนำไปผลักดัน และจะหยิบยกมาผลักดันให้คนต่างประเทศและคนไทยมาเที่ยว เพราะ จ.สงขลาเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่