ขอความคิดเห็นจากทุกคนหน่อยค่ะ?

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ  วันนี้เรามีเรื่องหนึ่งมาปรึกษา เกี่ยวกับปัญหาในครอบครัวค่ะ  ขออนุญาตเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นปัญหาเลยนะคะ   เราเรียนจบ ป.ตรี เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา   ก็เข้าทำงานเป็นหัวหน้างาน บริษัทในนิคมแห่งหนึ่ง  เงินเดือนดี ทำ OT สนุกในช่วงวัยรุ่น  พอหลังจากทำงานมาได้สักพัก ช่วงเดือนพฤศจิกายน  ปลายปี  แม่ก็ได้ให้ทำเรื่องกู้ซื้อบ้าน ด้วยความที่เราไม่ได้มีบ้านมาตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่ห้องเช่ามาตลอด  ก็คิดว่า ก็ดีเหมือนกัน  จะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง  ก็ช่วยกันผ่อนไป  ในบ้านมีพี่ชาย คนละบิดา น้องสาวคนละบิดา และพ่อเลี้ยงอีก 1 คน ที่แม่ไม่ได้มีลูกด้วย และมีแม่ 1 คน  ก็ตัดสินใจกู้ซื้อ  ตอนแรกจะกู้ 2 คนกับแม่ แต่แม่ติดแบล็กลิส  เลยลองยื่นคนเดียว แล้วผ่าน  ก็เลยตัดสินใจซื้อเลย  
เข้าอยู่ ต้นปี 2565 เข้าอยู่เพียง 7 วันก็มีปัญหาเรื่องค่าผ่อนบ้าน  เราคนเดียวต้องออกครึ่งหนึ่ง แม่ น้า พี่ชาย อีกครึ่งหนึ่ง  น้องสาวยังเรียนนะคะ  เราไม่ยอมเพราะว่าเราคนเดียว มันน่าจะมากไป  กับเขา 3 คน  เขาไม่พอใจ  พากันย้ายของออกไปห้องเช่ากัน  เหลือเราเพียงคนเดียว  เรามีแฟน  เลยพาแฟนมาอยู่เป็นเพื่อนกัน   ตอนนั้นเหมือนเราตัดขาดกับแม่ไปเลยค่ะ   เขาด่าเราสาระพัด  เราก็ด่าเขานะคะ  ยอมรับว่าโมโห และ บาปมาก  
เราผ่อนบ้านคนเดียวเดือนละ 1 หมื่น มาเป็นเวลา 3-4 เดือน แล้วเราก็เป็นโควิด  ทำให้ไม่ได้ทำ OT ได้ค่าแรงน้อย ไม่พอที่จะผ่อนบ้าน  เลยต้องค้างผ่อนไป  และแม่ทราบข่าวก็เลยติดต่อมา  และทำให้เราได้คุยกับแม่อีกครั้ง  แม่ก็เข้ามาช่วยหาเงินผ่อนที่ค้างชำระไว้   และก็ได้คุยปรับความเข้าใจ  หลังจากนั้นแม่ก็ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง   แต่พี่ชายไม่ได้มาอยู่แล้วนะคะ เขามีครอบครัวอยู่กับแฟนเขา   ส่วนค่าบ้านก็คนละครึ่งค่ะ   เรามากกว่านิดหน่อย เนื่องจากจ่ายค่าประกันชีวิตตัวเองด้วย  เราก็คิดว่าอะไรยอมได้ก็ยอมไป ไม่อยากมีปัญหา  ส่วนตัวเป็นคนอารมณ์ร้อนมากค่ะ  เลยเลี่ยงที่จะปะทะได้ก็เลี่ยง  
(เรารู้สึกว่าแม่ไม่ค่อยรักเรานะคะ  เราอยู่กับยายมาตั้งแต่เด็ก  อดยากมาก  และก็เห็นทุกอย่างว่าแม่ไม่เคยส่งเสียอะไรเลย
แม้แต่ตอนที่เรา เข้าเรียน ป.1 ยังไม่มีชุดนักเรียนใหม่เหมือนคนอื่น ยังใส่ชุดอนุบาล เอาเอี่ยมออก  ที่มีกระดุมติดเสื้อกับกระโปรงไปอยู่เลยค่ะ  และอีกหลายๆเหตุการณ์ มาตลอดทั้งชีวิต  จะว่าไม่ได้ส่งเสียเรียนก็คงไม่ใช่ แม่ก็ส่งเสียเท่าที่เขาไหวค่ะ  ด้วยความที่เรา เป็นเด็กกิจกรรม ตั้งแต่ม.ต้น ประกวด ได้เงินมา ก็เอามาใช้จ่ายตัวเองบ้างอยู่แล้ว  จนจบม.ปลาย เรียนมหาลัย  ก็ทำงานตอนเย็นเป็นค่ากินและได้เงินกู้ กยศ.ค่ะ  แต่บอกได้เลยว่า ช่วงป.ตรี แม่ไม่เคยช่วยค่าเรียนสักบาทค่ะ  เคยขอ แต่เขาก็ไม่ให้ และด่ากลับมาทุกครั้ง  เลยเป็นปมในใจค่ะ )

จนเมื่อวานเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกครั้ง  เราเห็นว่าตั้งแต่เขาย้ายมา ถุงดำที่ใส่เสื้อผ้ามา ยังไม่ได้เอาเสื้อผ้าเข้าตู้เลย  ก็เลยอยากให้เขาเก็บใส่ตู้ เราก็เลยรื้อดูว่าอะไรไม่ใช้จะได้ทิ้ง  เคลียข้างบ้านให้สะอาด เพราะเขาเอากองไว้ข้างบ้านเยอะมาก  เขากลับมาจากทำงาน 5 โมง  ด่าเราแบบไม่มีเหตุผล  เราก็อธิบายนะ ว่าเคลียให้สะอาด  เขาบอกว่าของเราเยอะ  จะเคลียยังไง  เราเลยเถียงไปว่า  เสื้อผ้าในถุงดำ ก็เอาแขวนใส่ในตู้สิ  ตู้ว่าง  เขาบอกว่าเขายังไม่ทำ  ขี้เกียจ เมื่อย  เราก็ไม่ได้พูดอะไร  เขาก็บ่นกระจุกกระจิก  เอานั่นนี่มาผสมกันไปหมด  และเขาก็พูดมาคำหนึ่งว่า  จะให้บ้านสะอาด  กูจะได้ย้ายออก   เราก็งงว่า เห้ย ง่ายๆแบบนี้เลยหรอ  จะย้ายออก แล้วก็จะไม่ช่วยบ้าน ให้เราผ่อนคนเดียวแบบเก่าใช่ไหม   คือสภาพบ้านตอนนี้  ประตูห้องน้ำ ก็งัดจนพัง  ต้องเปลี่ยนทั้งประตูใหม่
เราก็เลยเถียงไปว่า  ก็แล้วแต่แม่ บ้านมันชื่อหนู  แม่ไม่ผ่อน ก็ไม่เดือดร้อนแม่นิ  เราบอกว่าจะไปก็ไป  แล้วอย่ามาบอกว่า หนูเป็นคนไล่นะ เพราะไม่ได้พูด  แล้วประเด็นคือเสียงดังลั่นบ้าน  คนข้างบ้านเลิกงานกับมาเพียบ  เราโครตอาย  เรื่องเกิดจากว่า เราแค่เก็บข้างบ้านให้มันสะอาด  เคลียของที่ไม่เอาทิ้งไปแค่นี้   ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่  
เราเคลียของออกมาทิ้ง ที่ไม่ใช่ สะอาดไปเยอะเลย  เหลือเสื้อผ้าเขานั่นละ ที่ยังไม่ใส่ตู้ เราก็กองไว้ที่เก่า  

เรามานั้งคิดดูว่า เราไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว  คงอยู่ด้วยกันไม่ได้แน่ๆ   เราเหนื่อยแล้วที่ต้องมาเจอคำพูด เจออะไรแบบนี้  ความน้อยใจมันมีมาตั้งแต่เด็กแล้ว มาเจอแบบนี้อีก  ยิ่งทำร้ายความรู้สึกไปอีก  กำลังคิดว่าจะขายบ้าน ขายแบบให้คนที่ติดแบล็กลิสกู้ไม่ได้มาผ่อนต่อเลย  แบบง่ายที่สุด
แล้วก็ต่างคนต่างหาที่อยู่เอาเอง  เขารักพี่ชายรักน้องสาว ก็ให้เขาช่วยกันหา  
เราอยากถอย  เพราะไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะมาเจอคำพูดที่แบบจะย้ายออก  แล้วทิ้งให้เราผ่อนเองอีกไหม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่