ทำไมพ่อแม่ไม่ปล่อยลูกบ้าง

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ ดิฉันขอเรียกตัวเองว่าเราจะได้เหมือนเพื่อนเล่าเรื่องให้ฟังนะคะ เราขอความช่วยเหลือให้เพื่อนๆช่วยชี้นำแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของบ้านนี้โดยไม่ตัดสินนะคะ เราน้อมรับทุกคำพูดทุกความคิดเห็นของทุกคนนะคะ เราขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ เราอายุ23ปีแล้ว เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหยกๆเลย เรามีตำแหน่งอาชีพราชการรอบรรจุอยู่แล้วแต่ในช่วงระหว่างรอเราอยากทำ อยากมีรายได้ อยากลองเป็นลูกจ้าง พนังงานไม่เกี่ยงนะคะว่าเราจะทำกับร้านอะไร เราอยากลองเรียนรู้ ในตอนแรกเราจบมา เราตรงไปถามทุกร้านที่น่าจะรับสมัครงานแถวบ้าน แล้วด้วยความเป็นบ้านนอก งานก็ไม่มีรองรับ ร้านที่บอกว่ารับคนก็ไม่เรียกเรา เราเลยไม่มีงาน เราเลยมองหางานที่สามารถทำออนไลน์ได้ เช่น affiliate หรือทำแบรนด์ของตัวเองแต่ด้วยความที่เราไม่มีความรู้ใดๆและไม่มีคนให้คำปรึกษา หรือให้กำลังใจเราเลยมองว่ายากและหินมากที่จะประสบความสำเร็จ ทีนี้เราเลยขอพ่อกับแม่ว่าเราอยากกลับไปทำงานที่จังหวัดที่เราเรียนปริญญาตรี เพราะเราเคยทำงานพิเศษและเราโทรไปถามหัวหน้างานที่เราเคยไปทำแล้ว เขาบอกว่ารับเข้าทำงาน แต่พ่อกับแม่ของเราไม่ยอมให้เราไปและโมโหมาก ถึงขั้นบอกว่า เรากระสันอยากจะไปอยู่กับผู้ชาย อยู่ที่บ้านไม่มีความสุขหรอ 
ท้าวความตอนที่เราเรียนปริญญา เราเริ่มมีแฟนแล้วพ่อแม่เราก็ไม่ชอบ เราเคยมีแฟน2คน คนแรกเป็นเพื่อนในห้องเราเอง พ่อกับแม่เราก็ไม่ชอบ เราคบกับแฟนสั้นๆและพ่อกับแม่ก็ไม่เคยคุยกับแฟนคนแรกของเรา เราเคยพาพ่อกับแม่ไปเจอแฟนเรา เขาก็ไหว้สวัสดีตามมารยาท แต่ไม่ได้คุยกัน และพ่อแม่เราก็ไม่ได้ชวนคุย พอลับหลังแม่เราบอก  อย่าไปคบกับมัน มันหน้าตาดีมันจะทำให้เราเสียใจ แต่เราก็คบกันสั้นๆ เพราะเรายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วทำมันเสียใจหลายครั้ง และก็ไม่เคยไปขอโทษ มาคนที่สองเราคบนานมาก คบจนเราเรียนจบ ก็คบลับหลังพ่อแม่เรานั่นแหละ ในตอนเริ่มคบกันแรกๆเราก็บอกพ่อกับแม่ว่า มีพนง.เซเว่นมาจีบ พ่อกับแม่เราได้ยินแค่ชื่ออาชีพก็โมโหแล้วบอกให้เราออกห่างทันที แต่เราก็ดื้อไม่ยอมฟัง มาพังตอนโควิด แฟนเราตกงานและแฟนเราติดพนันจนเป็นหนี้นอกระบบเรายืมเงินเพื่อนทุกคนแล้วก็ยืมเงินพ่อให้มาจ่ายหมดไปหลายหมื่นรวมทั้งเงินเรารวมๆก็เกือบแสน พ่อเรามาเจอแฟนเพราะจะให้เลิก ตอนพ่อเราคุยกับแฟนก็บอกว่าจะดูพฤติกรรมให้ปรับปรุงตัว แล้วจะช่วยที่บ้านก็มีงาน ถ้าพฤติกรรมดีอาจจะให้มาทำ แต่พอแฟนเรากลับไปแล้ว พ่อเราก็บอกให้เราตีตัวออกห่างแล้วให้เลิกไป แต่เราก็แอบคบต่อ 
เรายอมรับว่าแฟนเราไม่ใช่คนดีและก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเลยทีเดียว แฟนเราไม่ได้เรื่องในเรื่องของเงิน แต่เรื่องซับพอร์ตความรู้สึกแฟนเราดีมาก และเราก็ไม่ได้อยู่กับแฟนตามลำพัง แฟนเราอยู่กับพ่อแม่ แล้วแม่ก็เป็นแม่รุ่นใหม่ที่เข้าใจวัยรุ่น และแม่แฟนก็รักเราเหมือนลูก ทุกวันก็จะทำกับข้าวที่เราชอบและก็สอนให้เราอยู่ด้วยตัวเองให้เป็น มันย้อนกลับไปที่พ่อแม่ ตั้งแต่เด็กเราถูกสอนให้เรียนอย่างเดียว เราเกรดดีมาก ได้ลำดับต้นๆมาตลอด เราไม่เคยโดนใช้ให้ทำงานบ้าน หรือถูกสอนให้ทำงานบ้าน แม่เราไม่ใช้งานเราแล้วก็ไม่สอนให้เราทำ ไม่เรียกให้เราไปดู พ่อเราไม่ได้ทำงานบ้านอยู่แล้ว เขาเลยสอนไม่ได้ เราเอาแต่เล่นเกม คอมพิวเตอร์ แล้วก็ทำการบ้าน ชีวิตวนเวียนแค่นั้น นอน เล่นเกม ทำการบ้าน จบ พอโตมาหน่อยเขาก็ส่งให้เราไปเรียนโรงเรียนในเมือง อยู่หอ เราก็ตั้งใจเรียน ตอนนั้นชอบเรียนมาก ชอบอ่านหนังสือ ไม่ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ พ่อแม่เราก็ส่งเงินมาให้เราใช้ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเรามีเงินเราไม่ต้องมีเพื่อนก็ได้ เรามีครอบครัว เรามีเงินเราก็มีความสุขแล้ว เราเลยไม่ได้รู้สึกว่าควรปรับปรุงตัวเข้าหาเพื่อนบ้าง หรือมองว่าทำไมเพื่อนในวัยเดียวกันติดเพื่อนมากกว่าครอบครัว บางคนเรียนรู้โลกภายนอกและเริ่มมีวุฒิภาวะมีความคิดการมองโลกแล้ว มาตอนมอปลายตอนที่เพื่อนโตกันหมดแล้ว เราที่ไม่รู้อะไรเลยไม่เข้าใจอะไรเลยเริ่มกลายเป็นโรคซึมเศร้า จนเราแอบไปรักษาอยู่พักนึงแต่ก็ไม่ได้ไปต่อเพราะแม่เราบอกว่า จะมาเป็นโรคซึมเศร้าอะไรล่ะ ไร้สาระ เลิกคิดมากก็จบ นั่นเป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกแปลกๆกับที่บ้านแล้วเราเริ่มต่อต้าน
กลับมาที่แฟนเรา แฟนเราไม่ได้มีเงิน แต่ก็พยายามบอก และคอยเตือน คอยบอกคอยสอนให้มีสติ มีกำลังใจเวลาล้มเหลว แม่แฟนเราบอกว่า ตัวเราคบกับแฟนใหม่ๆเหมือนเราเด็กเอ๋อๆ ไม่ค่อยเต็ม พูดตอบอะไรช้า คิดตามมุกไม่ทัน ทำอะไรไม่เป็นเลย ขนาดกกน.มี3ตัวเราเอาเครื่องซักผ้าเพราะว่าเราบีบให้มันหมาดไม่เป็น ตอนนั้นอายุประมาณ20แล้วนะ พอเราอยู่กับแม่แฟนนานๆ เขาพาเราทำ งาน ทำงานบ้าน เราเริ่มรับผิดชอบตัวเองตัวเองได้ เขาก็ไม่ได้ใช้งานเรานะ เขาไม่เคยด่าอะไรเราเลย แต่หนักไปทางแฟนเรา เขาเขี้ยวเข็นแฟนเรามาก ด่าสารพัด แต่เราภูมิใจในตัวเองที่ทำงานต่างๆได้ อยากทำอะไรไม่ต้องรอใครมาทำให้ ทำได้ทำเลย เรารู้สึกเหมือนเรามีครอบครัวที่คอยซับพอร์ตเราจริงๆ 

อันนี้เป็นคหสต.นะคะ ตั้งแต่เด็กจนโต การเลี้ยงดูของพ่อแม่เรา มันทำให้เรารู้สึกอ่อนแอ อ่อนต่อโลก โดนบงการ พ่อแม่เราวางแผนทุกๆอย่างเอาไว้ให้เราหมด ตั้งแต่เรียนต้องเรียนโรงเรียนไหน ต้องเข้าคณะอะไร จบออกมาทำอะไรต่อ สำเร็จแล้วต้องตอบแทนอะไรเขาบ้าง โดยไม่ถามเราว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร อะไรที่อยู่นอกทางเขามันเป็นเรื่องแย่ๆทั้งหมด มันเป็นความหวังดีที่อยากเห็นเราสบาย จนกลายเป็นคำว่าพ่อแม่รังแกฉัน 
เราอิจฉาครอบครัวคนอื่นมากๆที่พ่อแม่ไม่ได้บังคับอะไรมาก อยากใช้ชีวิต อยากเรียนรู้อะไรให้ลองทุกอย่าง แม้กระทั่งสงกรานต์ที่ผ่านมา พ่อแม่เราบอกไม่ให้ไปเล่น โดยใช้คำพูดที่ว่า อยากให้เขาจับก็ไป สรุปสุดท้ายเราก็ไม่ได้ไป
เราอยากรู้ว่าเพื่อนๆจะมีความคิดเห็นยังไง เห็นด้วยกับพ่อแม่ที่ให้เราอยู่แบบสบายๆ หรือเราควรใช้ชีวิตของตัวเองแม้ว่ามันจะลำบาก น่ากลัว เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆมากกว่า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่