สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 13
สมัยพุทธกาลมีเศรษฐีผู้หนึ่งได้นำบาตรไม้จันทน์ไปไว้บนยอดไม้สูงและกล่าวว่าจะมอบบาตรนี้ให้แก่ผู้ที่เหาะขึ้นไปนำบาตรลงมาได้ และจะนับถือเป็นสรณะตลอดชีวิต เพราะสมัยนั้นมีผู้แอบอ้างเป็นพระอรหันต์เยอะมาก
บรรดาเจ้าลัทธิในสมัยนั้นต่างพากันมาขอบาตรจากเศรษฐี และพยายามกล่อมให้เศรษฐีมอบบาตรให้ตน บ้างก็แกล้งทำท่าจะเหาะขึ้นไปแล้วให้ลูกศิษย์จับไว้ และกล่าวว่าอย่าให้อาจารย์ของตนลำบาก ขอให้มอบบาตรให้อาจารย์ของตน
สุดท้ายในวันที่ 7 ต่างกล่าวกันว่าพระอรหันต์ไม่มีจริง พระโมคคัลลานะและพระปิณโฑลภารทวาชะได้ยินดังนั้น จึงตกลงกันให้พระปิณโฑลภารทวาชะแสดงฤทธิ์ พระปิณโฑลภารทวาชะเหาะขึ้นไปพร้อมหินที่ยืนอยู่และเหาะเวียนรอบเมือง 3 รอบ เศรษฐีได้เลื่อมใสขอถึงพระรัตนตรัยและนิมนต์ไปรับภัตตาหารที่บ้าน
ชาวบ้านรู้เรื่องก็พากันตามพระปิณโฑลภารทวาชะกลับมาที่วัดส่งเสียงอื้ออึงดังไปทั่ววัด พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องและทรงสอบสวน และกล่าวตำหนิว่าการแสดงฤทธิ์แก่คฤหัสถ์เพื่อบาตรไม้จันทน์ เปรียบเหมือนผู้หญิงที่ยอมแก้ผ้าเพื่อแลกกับเงิน และทรงบัญญัติพระวินัยห้ามภิกษุแสดงฤทธิ์แก่คฤหัสถ์
ยังมีโทษของการแสดงฤทธิ์มากมายที่แสดงไว้ เช่น ผู้คนจะพากันถวายไทยธรรมเฉพาะภิกษุผู้มีฤทธิ์ ผู้คนจะไม่สนใจฟังธรรม ผู้คนจะไม่พึ่งพาตัวเองเอาแต่จะพึ่งพาผู้มีฤทธิ์ ภิกษุจะไม่มีเวลาปลีกวิเวกและบำเพ็ญสมณกิจเพราะถูกรบกวน ผู้คนจะนับถือฤทธิ์ไม่นับถือธรรมซึ่งทำให้ผู้คนห่างจากมรรคผล ลัทธิต่าง ๆ จะอาศัยช่องเพื่อแอบอ้างโดยไม่สนใจเรื่องการแสดงธรรมที่ถูกต้อง ฯลฯ
เรื่องฤทธิ์เป็นเรื่องธรรมดาในหมู่ของผู้มีฤทธิ์และมีคุณธรรม เช่น เทวดา พรหม ฤาษี ดาบส ภิกษุ แต่เป็นของแสลงสำหรับคนทั่วไป ลองนึกถึงเทคโนโลยีชั้นสูงที่อยู่ในมือโจรก็ได้ ว่ามันสร้างความวุ่นวายได้แค่ไหนในทุกวันนี้ ในเมื่อคนดีก็ใช้ได้ คนชั่วก็นำไปใช้ได้ง่าย ๆ หากว่าใคร ๆ ก็ใช้นิวเคลียร์ได้จะเกิดอะไรขึ้น ของพวกนี้เช่นเดียวกับฤทธิ์ ถึงมีเขาก็ไม่ใช้พร่ำเพรื่อเพราะจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ มีแต่ไม่ใช้เลยก็ไม่ได้มีปัญหา แต่การนำมาใช้กลับจะทำให้เกิดปัญหามากมาย เพราะไม่ใช่วิสัยของคนทั่วไป
ในบรรดาปาฏิหาริย์ 3 คือ
อิทธิปาฏิหาริย์ การแสดงฤทธิ์ที่เหนือวิสัยปุถุชน จัดเป็นของหยาบที่สุด ต่ำที่สุด
อาเทสนาปาฏิหาริย์ การรู้ความคิดผู้อื่น กล่าวได้ถูกต้อง ทักได้ถูกต้อง จัดเป็นของหยาบปานกลาง
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ การสอนให้ผู้อื่นเข้าใจธรรมได้ สอนให้บรรลุธรรมได้ สอนให้กลับตัวเป็นคนดีได้ ฯลฯ จัดเป็นของละเอียดที่สุด เลิศที่สุด สูงที่สุด
บรรดาเจ้าลัทธิในสมัยนั้นต่างพากันมาขอบาตรจากเศรษฐี และพยายามกล่อมให้เศรษฐีมอบบาตรให้ตน บ้างก็แกล้งทำท่าจะเหาะขึ้นไปแล้วให้ลูกศิษย์จับไว้ และกล่าวว่าอย่าให้อาจารย์ของตนลำบาก ขอให้มอบบาตรให้อาจารย์ของตน
สุดท้ายในวันที่ 7 ต่างกล่าวกันว่าพระอรหันต์ไม่มีจริง พระโมคคัลลานะและพระปิณโฑลภารทวาชะได้ยินดังนั้น จึงตกลงกันให้พระปิณโฑลภารทวาชะแสดงฤทธิ์ พระปิณโฑลภารทวาชะเหาะขึ้นไปพร้อมหินที่ยืนอยู่และเหาะเวียนรอบเมือง 3 รอบ เศรษฐีได้เลื่อมใสขอถึงพระรัตนตรัยและนิมนต์ไปรับภัตตาหารที่บ้าน
ชาวบ้านรู้เรื่องก็พากันตามพระปิณโฑลภารทวาชะกลับมาที่วัดส่งเสียงอื้ออึงดังไปทั่ววัด พระพุทธองค์ทรงทราบเรื่องและทรงสอบสวน และกล่าวตำหนิว่าการแสดงฤทธิ์แก่คฤหัสถ์เพื่อบาตรไม้จันทน์ เปรียบเหมือนผู้หญิงที่ยอมแก้ผ้าเพื่อแลกกับเงิน และทรงบัญญัติพระวินัยห้ามภิกษุแสดงฤทธิ์แก่คฤหัสถ์
ยังมีโทษของการแสดงฤทธิ์มากมายที่แสดงไว้ เช่น ผู้คนจะพากันถวายไทยธรรมเฉพาะภิกษุผู้มีฤทธิ์ ผู้คนจะไม่สนใจฟังธรรม ผู้คนจะไม่พึ่งพาตัวเองเอาแต่จะพึ่งพาผู้มีฤทธิ์ ภิกษุจะไม่มีเวลาปลีกวิเวกและบำเพ็ญสมณกิจเพราะถูกรบกวน ผู้คนจะนับถือฤทธิ์ไม่นับถือธรรมซึ่งทำให้ผู้คนห่างจากมรรคผล ลัทธิต่าง ๆ จะอาศัยช่องเพื่อแอบอ้างโดยไม่สนใจเรื่องการแสดงธรรมที่ถูกต้อง ฯลฯ
เรื่องฤทธิ์เป็นเรื่องธรรมดาในหมู่ของผู้มีฤทธิ์และมีคุณธรรม เช่น เทวดา พรหม ฤาษี ดาบส ภิกษุ แต่เป็นของแสลงสำหรับคนทั่วไป ลองนึกถึงเทคโนโลยีชั้นสูงที่อยู่ในมือโจรก็ได้ ว่ามันสร้างความวุ่นวายได้แค่ไหนในทุกวันนี้ ในเมื่อคนดีก็ใช้ได้ คนชั่วก็นำไปใช้ได้ง่าย ๆ หากว่าใคร ๆ ก็ใช้นิวเคลียร์ได้จะเกิดอะไรขึ้น ของพวกนี้เช่นเดียวกับฤทธิ์ ถึงมีเขาก็ไม่ใช้พร่ำเพรื่อเพราะจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ มีแต่ไม่ใช้เลยก็ไม่ได้มีปัญหา แต่การนำมาใช้กลับจะทำให้เกิดปัญหามากมาย เพราะไม่ใช่วิสัยของคนทั่วไป
ในบรรดาปาฏิหาริย์ 3 คือ
อิทธิปาฏิหาริย์ การแสดงฤทธิ์ที่เหนือวิสัยปุถุชน จัดเป็นของหยาบที่สุด ต่ำที่สุด
อาเทสนาปาฏิหาริย์ การรู้ความคิดผู้อื่น กล่าวได้ถูกต้อง ทักได้ถูกต้อง จัดเป็นของหยาบปานกลาง
อนุสาสนีปาฏิหาริย์ การสอนให้ผู้อื่นเข้าใจธรรมได้ สอนให้บรรลุธรรมได้ สอนให้กลับตัวเป็นคนดีได้ ฯลฯ จัดเป็นของละเอียดที่สุด เลิศที่สุด สูงที่สุด
สมาชิกหมายเลข 1265145 ถูกใจ, MidoriWizard24 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1163449 ซึ้ง, DKBK ถูกใจ, Mahasati Neo ถูกใจ, ฮั่นแน่ แรร์ไอเทม ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ผมอยากทราบครับว่าถ้าสมมติมีบุคคลสามารถกระทำอภินิหารทางจิตได้จริงขึ้นมาโลกเราจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นไหมครับ
เหาะเหินเดินอากาศได้ขึ้นมาจริงๆ โลกที่เราอยู่ตอนนี้จะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นไหมครับ แล้วคนที่ไม่ได้เชื่อ
ในสิ่งที่เป็นเรื่องของพวกนี้เขาจะหันมาเชื่อนับถือเลยไหมครับ หรือจะมีข้อแก้ต่างอะไรอีกไหมครับ