เห็นนิมิต เห็นอดีต เห็นอนาคต เห็นกฎแห่งกรรม ภาค 34

*****คำเตือน*** จขกท. ปากหมากรุณาอย่าถือสาภาษาที่ใช้ตอบคอมเม้นท์

สำหรับกระทู้นี้ เราขอมาอัพเดท เรื่องราวการเห็น นิมิต จากความฝันของเราต่อค่ะ

นิมิต ที่เราจะเล่านี้เป็นเรื่องราวความฝันของเรา ที่มีบุคคลที่เราเคยรู้จัก เป็นเพื่อนร่วมงานของเราเสียส่วนใหญ่ อยู่ร่วมในเหตุการณ์ ที่เป็นเรื่องราว ในนิมิต

เราฝันเห็นตัวเองเหมือนอยู่ในยุคสงคราม เราที่รู้สึกเหมือนจะเป็นผู้หญิง แต่กลับเห็นตัวเองแต่งกายเป็นผู้ชาย

เพราะเราเห็นแต่ท่อนล่างของตัวเอง นุ่งโจงกระเบนสั้นๆ

และอาศัยกินอยู่รวมกันกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่เหมือนจะถูกเกณฑ์ไปเพื่อออกศึก

ก่อนจะถึงวันออกเดินทาง มีการเลี้ยงดูพวกเราและทหารคนอื่นๆกันอย่างอิ่มหนำสำราญ

อาหารมีกิน มีเติมแบบไม่อั้น ต่างคนก็ต่างกินกันเยอะมาก เหมือนไม่เคยได้เจอ ไม่เคยได้กิน อาหารดีๆ เยอะแยะมากมายเช่นนั้นมาก่อน

เราเองก็เช่นกัน กินแล้ว ก็เติมอีก กินจนอิ่มมาก เพราะต่างก็คิดว่า มื้อนี้คงจะเป็นมื้อสุดท้ายกันทั้งนั้น

เพราะพรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางไปทำศึกสงครามกันแล้ว คงจะไม่มีชีวิตรอดกันกลับมา

ตกกลางคืน เราลุกเดินออกไปข้างนอก แล้วก็ได้ไปเห็นกลุ่มพวกทหารอีกกลุ่มนึง ที่ยังไม่เข้านอนเช่นกัน

พวกเขาเหมือนกำลังทำพิธีกรรมบางอย่างอยู่ และมีชายแก่คนนึงที่ดูท่าทางจะมีวิชาอาคมกำลังสวดคาถา พึมพำอยู่กับสิ่งตรงหน้า

เขาตัดมือตัวเองออกทั้งข้าง แล้วห่อมันไว้ประกบกันด้วยผ้าขาว ที่เหมือนผ้าพันแผล

แล้วเขาก็ร่ายคาถาลงที่มือทั้งสองข้างของตัวเองที่ตัดขาดแล้ว อยู่ในห่อผ้าพันแผลนั้น

มือที่อยู่ในนั้นก็เริ่มกระดูกกระดิก ขยับเขยื้อนเหมือนต้องการจะออกมาจากผ้าพันแผลที่พันไว้

แล้วเขาก็ทำเช่นนั้นอีก คือตัดมือตัวเองออกอีก แล้วก็ทำเช่นเดิม แต่ตอนที่เขาตัวมือตัวเอง มือเขาไม่ได้ขาดจริงๆ

แต่ก็มีมือที่ขาดออก ลงไปวางต่อหน้าเขา ให้เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายคู่มาก

หลังจากนั้นเราก็เห็นเขาเก็บมือของตัวเอง คู่แล้ว คู่เล่า ที่เขาร่ายคาถาทำพิธีปลุกเสกเสร็จแล้ว

เก็บมันเข้าไปในย่ามของตัวเอง

เราเห็นแค่นั้นแล้วก็ถึงรุ่งเช้าที่ต้องออกเดินทางไปทำศึกสงคราม

เราและพวกทหารทั้งหมดก็ออกเดินทางไปได้สักพัก พอพ้นกำแพงเมืองและเริ่มเข้าไปในป่า เราก็สังเกตุเห็นพวกคนที่เราเห็นตอนกลางคืน

รวมทั้งชายแก่คนนั้น ต่างแยกกันไปอีกทาง โดยที่คนอื่นไปไม่ทันสังเกตุเห็น เราจึงแอบตามหลังไป

และได้ไปเห็นพวกเขาเข้าไปในหมู่บ้าน แล้วชายแก่คนนั้นก็โยนมือที่เขาปลุกเสกเมื่อคืน

เข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ยิ่งเราตามไปเรื่อยๆ พวกเขาก็ทำเช่นนั้นเรื่อยๆ คือทุกครั้งที่ผ่านหมู่บ้าน ชายแก่คนนั้นจะโยนมือที่เขาปลุกเสก

เข้าไปในป่าละเมาะตามทางที่ใกล้หมู่บ้าน

เราก็ตามพวกเขาไปจนเข้าถึงค่ายทหารอีกที่นึง แต่ที่นั่นดูไม่เหมือนค่ายทหารเลย

เหมือนจะเป็นสถานเริงรมย์เสียมากกว่า เพราะมีแต่สิ่งสวยๆงามๆ มีการแสดงดนตรี มีผู้หญิงฟ้อนรำ

เป็นกลุ่มๆ เป็นหมู่คณะ แล้วเราก็ไปสะดุดตากับพวกผู้หญิงกลุ่มนึง ที่กำลังฝึกซ้อมการแสดงฟ้อนรำกันอยู่

เราจำได้เพราะพวกเขาเป็นคนที่เรารู้จัก เพราะเราอาศัยอยู่ด้วยกัน ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนเป็นเพื่อนที่เคยร่วมงานกับเราในปัจจุบันทั้งนั้น

และมีอยู่คนนึงที่เขาค่อนข้างจะสนิทกับเราในที่ทำงาน และใน นิมิต ดูเหมือนว่าเขาจะจำเราได้ด้วย

เราจึงได้ถามถึงที่มาที่ไป ว่าทำไมพวกเขาถึงมาเที่ยวแสดงเต้นร้อง ฟ้อนรำอยู่ที่นี่ได้

เขาจึงเล่าให้เราฟัง ว่าคณะแสดงแต่ละกลุ่ม เป็นผู้หญิงที่มาจากหลายๆหมู่บ้าน หลายๆแห่ง ถูกส่งตัวมาให้ทำการแสดงที่นี่

เขาก็ถามเราว่า แล้วทำไมเราถึงได้รอดมาได้ เพราะที่เขาพามาเป็นผู้หญิงวัยเดียวกับเราทั้งนั้นเลย

เราจึงคิดว่า ที่เรารอดน่าจะเพราะเราเหมือนผู้ชาย มากกว่าจะเหมือนผู้หญิงแน่ๆ

เขาก็ยื่นชุดที่ใส่ขึ้นแสดงมาให้เราเปลี่ยนเพราะจะได้ไปซ้อมแล้วก็ขึ้นไปแสดงด้วยกัน

แต่เราปฎิเสธ และบอกว่าเราจะกลับแล้ว หลังจากนั้นเราก็ย้อนกลับทางเดิม

แต่ตอนขากลับมันมีบางอย่างไม่เหมือนเดิม ทุกหมู่บ้านเราจะเห็นผู้ชายแก่ๆ 2 คนที่ถือไม้เท้า ท่าทางดุดันกำลังไล่ตอนผู้หญิง

บนหัวไม้เท้าที่พวกเขาถืออยู่ มีลักษณะคล้ายๆมือคนที่กำลังกำอยู่

แต่เราก็ไม่ได้สนใจหรือคิดจะทำอะไร แล้วก็เดินทางกลับค่ายทหารไปรวมกลุ่มกับพวกทหารที่เหลือ ที่ถูกเกณฑ์มาในตอนแรก

แค่นั้นแหละค่ะ จบแล้ว

ท่านไหนที่ยังสนใจกระทู้เรื่องการเห็นผี ของเรา สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ เราอัพเดทเรื่องใหม่ๆลงให้แล้วค่ะ และจะพยายามหาเวลาลงใหม่ให้เรื่อยๆ สำหรับท่านที่ให้ความสนใจ

***แต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่า อย่าเชื่ออะไรโดยไร้เหตุผล ขอให้ใช้การคิดวิเคราะห์ดีๆ และใช้วิจารณญาณกันให้มากๆ

กระทู้เรื่องผี ผี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่