ทุกคนเคยพูดหน้ากล้องกันครั้งแรกมั้ยครับ ประมาณว่า เป็นพิธีกรพาชมอะไรสักอย่าง ตื่นเต้นกันมั้ยครับ คือว่าผม

คือจริงๆผมมาทางสายงานตัดต่อภาพ/วิดีโอครับ
แล้วในที่ทำงานปกติเดิมทีมีพิธีกรอยู่แล้ว 3 คน ก็คือเพียงพอในการจัดตารางงาน
แต่เมื่อต้นปี ลาออกไป 1 คน
ทางบริษัทเลยให้พี่พิธีกรสอนผมให้ผมได้ลองทำดู
แรกๆผมก็อึดอัดใจเพราะกลัวทำไม่ได้ ประหม่า เจอกล้องจะพูดผิดๆถูกๆ
แต่ทางหัวหน้าผมบอกว่า ลองทำดู เป็นการพัฒนาสกิลตัวเอง และเราจะได้มีผลงานด้านอื่นที่นอกจากการตัดต่อด้วย

แรกๆก็มีพี่พิธีกรคนอื่นช่วยสอน เป็นคลิปแนะนำองค์กร อะไรแบบนี้ ก็ตัดต่อไปพอสมควร 555

พอมาถึงงานล่าสุดที่เพิ่งจบไปเป็นงานที่ทางเซลส์ขายโฆษณามาได้ พี่เขาให้ผมลองลุยคนเดียว เพราะเดือนนี้ พี่เขารับเยอะแล้ว เลยแบ่งให้ผมมาทำบ้าง
พี่บอกว่า พูดผิด ไม่เป็นไร มันตัดต่อได้ มั่นใจๆ
ก็เป็นการให้ไปคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของลูกค้า เป็นคลิปสั้นๆ 5 นาที

ผมก็จะเป็นคนส่งคำถามครับ ให้เจ้าของเป็นคนอธิบายสินค้าเอง แต่พอมาถึงคำถามท้ายๆ อยู่ดีๆก็สมาธิหลุด พูดผิดๆถูกๆ คัตอยู่ 3 รอบ พี่ๆเขาก็ซุบซิบกันหลังกล้อง ประมาณว่า ผมคงตื่นเต้นอ่ะ

พอพูดจบ พี่เขาก็มาบอกว่า เฮ้ย!! อย่าตื่นเต้นดิ ใจเย็นๆ
ทำมาหลายคลิปแล้ว เมื่อกี๊ดูรู้เลยว่าตื่นเต้น
ที่สำคัฯญ พี่ที่เป็นคนถ่ายบอกว่า งานหน้าให้พี่อีกคนมาเป็นดีแล้ว แบบนี้ตัดต่อลำบาก
โห!! ผมโคตรเสียใจเลย ประโยคนี้
ผมก็คิดในใจ เอ้า!! ก็คนไม่ชำนาญ เพิ่งมาทำไม่กี่คลิป แต่พี่เขาทำมาหลายปี ก็ต้องคล่องเป็นธรรมดา

แล้วผมเป็นคนคิดมากไงครับ เก็บคำพูดเล็กน้อยของพี่เขา ที่อาจตั้งความหวังเราไว้ไม่สูงก็จริง แต่เราทำมันได้ต่ำกว่าที่คิด อะไรแบบนี้

คือถ้าลำพังเป็นคลิปของบริษัทเอง ผมไม่คิดมากนะ
แต่พอเป็นคลิปที่เป็นรายได้ของบริษัท ความกดดันมันมา
ประมาณว่า เราต้องไม่พลาด เราต้องเป๊ะ ผิดให้น้อยสุด
กลายเป็นยิ่งไปกันใหญ่

ผมกลัวเซลส์จะโดนลูกค้าว่า หาว่าทำไมเอาคนที่ไม่เคยทำ มาทำ หรือผมคิดมากไปเอง

ผมควรปฏิเสธงานแบบนี้ไหมครับ
หรือควรตั้งใจฝึก ทำต่อไป เพราะมีความสามารถหลายด้าน ก็ดีกว่าด้านเดียว
หรือควรลุยงานที่ถนัดอย่างเดียวไปเลย อย่าเสียเวลามาทำที่ไม่ถนัด เฮ้อ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่