JJNY : “เสี่ยนิด”นำ“พท.”พบภาคเอกชนนครสวรรค์│“พิธา”นำก้าวไกลลุยนครฯ│ส.อ.ท.โอดค่าไฟ│ยูเครนพลิกกลับมายืนตั้งหลักรับมือ

กระทู้ข่าว
“เสี่ยนิด” นำทัพ “เพื่อไทย” พบภาคเอกชนนครสวรรค์ จี้ “ประยุทธ์” กล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_3866814
 
 
“เสี่ยนิด” นำทัพ “เพื่อไทย” พบภาคเอกชนนครสวรรค์ จี้ “ประยุทธ์” กล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมัน-เร่งพิจารณา การจัดเก็บภาษีสรรพสามิต-กองทุนน้ำมัน ลดผลกระทบราคาสินค้าพุ่ง
 
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจและนายทะเบียนสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) น.สพ.ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรค พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พท. เดินทางไปยังอ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อรับฟังปัญหาและเสียงสะท้อนผู้ประกอบการ นักธุรกิจและภาคเอกชนในพื้นที่จ.นครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียง เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา จ.นครสวรรค์ และพื้นที่ภาคกลางตอนบน รวมไปถึงสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ เพื่อรวบข้อมูลสำหรับจัดทำนโยบายพรรคเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน
 
โดยตัวแทนผู้ประกอบการและภาคเอกชน ได้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะราคาน้ำมัน แก๊สหุงต้มและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นกระทบกับต้นทุนการผลิต รวมไปถึงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน ที่ผ่านมาภาครัฐอ้างว่าเป็นเครื่องมือในการป้องกันการผันผวนของราคาแต่กลับทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องใช้น้ำมันในราคาที่ไม่ยุติธรรม รวมไปถึงการสอบถามแนวทางแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำ ไม่มีการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนา หลายปีที่ผ่านมาไม่มีกลไกในการผลักดันราคาสินค้าเกษตรในภาพรวม ขณะที่นโยบายภาครัฐ กลับเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเกษตรกร
 
จึงฝากความหวังพรรคเพื่อไทยให้ช่วยแก้ไขปัญหา รวมไปถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่ภาคกลางตอนบน รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นรากฝอยของระบบเศรษฐกิจประเทศ พร้อมทั้งฝากให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาผลักดันการจัดตั้งสภาการขนส่งแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ประกอบการขนส่ง” ตัวแทนผู้ประกอบการ กล่าว
 
ด้าน นายเศรษฐา กล่าวว่า ยินดีที่ได้รับฟังปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโดยตรงจากทุกท่าน ซึ่งข้อมูลที่ได้นำเสนอมาในวันนี้เราจะนำไปจัดทำเป็นนโยบายและแผนงานที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาในทุกด้าน ซึ่งตลอด 8 ปีที่ผ่านมาสภาวะความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้ประกอบการค่อนข้างยากลำบาก รายได้ของพี่น้องประชาชนที่ไม่เติบโต ค่าครองชีพพุ่งสูง เกิดปัญหาต่อเศรษฐกิจในภาพรวม จ.นครสวรรค์ซึ่งในภาพรวมค่อนข้างมีศักยภาพน่าจะเติบโตและยกระดับได้มากกว่านี้ แต่จากข้อมูลและตัวเลขต่างๆ ที่ปรากฎในหลายด้านค่อนข้างน่าเป็นห่วงและจำเป็นที่จะต้องแก้ไข
สำหรับปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูง ส่วนหนึ่งมีปัจจัยมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามที่ผู้ประกอบการได้สะท้อนมานั้นเป็นเรื่องสำคัญ หากพรรค พท.เป็นรัฐบาล จะพิจารณาแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ดังนั้น จึงขอส่งข้อความไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้กล้าตัดสินใจแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พิจารณาการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอาจต้องหยุดก่อน เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงมาก่อน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
.
พรรคเพื่อไทย มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ โดยวางเป้าหมายที่จะทำให้จีดีพีโต 5% ต่อปี ซึ่งน่าจะทำได้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าช่วงที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้รับการให้ความสำคัญน้อยและผู้รับผิดชอบไม่ได้ลงมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ซึ่งเราอยู่ในหลุมดำของประเทศรายได้ต่ำมานาน จึงจำเป็นต้องเกิดการกระตุ้นครั้งใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ สำหรับปัญหาราคาสินค้าเกษตรนั้นจะต้องมีการแก้ไขในหลายด้าน ทั้งปัญหาผลผลิตตกต่ำ ระดับราคาที่ตกต่ำมานาน ไปจนถึงเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง พรรคเพื่อไทยมีความมุ่งมั่นใจการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะการหาตลาดใหม่ๆ ที่จะทำให้เรามีโอกาสมากขึ้นในเรื่องของการยกระดับราคา รวมไปถึงเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งที่จะต้องมีการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยื่น” นายเศรษฐา กล่าว
  
ขณะที่น.สพ.ชัย กล่าวว่า พรรค พท. มีแนวคิดในการเติมรายได้ให้เกษตรกร โดยแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนการผลิตให้มีการผลิตสินค้าเกษตรที่ตลาดต้องการและเพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเรามุ่งที่จะบริหารจัดการภาคการเกษตร ด้วยหลักคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมไปถึงการพิจารณาแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมพื้นที่ทางการเกษตรกรให้เกิดความเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชในแต่ละชนิดในแต่ละพื้นที่
 
โดยเฉพาะการเร่งเพิ่มพื้นที่ชลประทาน รวมไปถึงอยู่ในระหว่างการพิจารณาด้านการตลาดให้เหมาะสม เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง พรรค พท.มีแนวคิดที่จะปัดฝุ่นเอาโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนให้ได้



“พิธา” นำก้าวไกลลุยนครฯ ย้ำ 3 เป้าหมาย
https://www.innnews.co.th/news/politics/news_514534/

“พิธา” นำก้าวไกลลุยนครฯ ช่วยผู้สมัครหาเสียง ย้ำ 3 เป้าหมาย ได้คะแนนเสียงมากกว่าปี 62, ได้ ส.ส.เขตมากกว่าบัญชีรายชื่อ,มีส.ส.ครบทุกภูมิภาค
  
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอทุ่งใหญ่ เพื่อปราศรัยหาเสียงสนับสนุน นายพุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช (อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอบางขัน อำเภอนาบอน อำเภอถ้ำพรรณรา) พรรคก้าวไกล บริเวณหน้าตลาดนัดขวัญนารา และเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน บริเวณศูนย์ประสานงานพรรค โดยมีพี่น้องประชาชนทุ่งใหญ่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
  
โดยนายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลต้องการเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อใช้อำนาจรัฐทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต สำหรับการเมืองดี ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความขัดแย้งและความสูญเสีย หลายคนอาจคิดว่าเป็นไม่ได้ที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ แต่ตนขอยกตัวอย่างประเทศรวันดาที่เคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนนับล้าน เมื่อหลายสิบปีก่อน
   
ทำไมสังคมของเขาจึงกลับมาปรองดองสมานฉันท์กันได้ ไม่ได้เป็นเพราะการขอให้สังคมลืมและปล่อยคนผิด ไม่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำ แต่การเมืองจะดีได้ จุดเริ่มต้นสำคัญคือต้องไม่มีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และต้องตามหาความจริงที่ทุกฝ่ายยอมรับเพื่อคืนความยุติธรรมก่อน หากไม่ทำเช่นนี้ การปรองดองไม่สามารถเกิดขึ้น ประเทศไทยเดินหน้าต่อไม่ได้
 
นอกจากนั้น การเมืองจะดีได้ พรรคก้าวไกลย้ำมาตลอดว่า ต้องเอาทหารออกจากการเมือง ทลายทุนผูกขาด และกระจายอำนาจ ให้นครศรีธรรมราชปลดปล่อยศักยภาพของตัวเอง เจริญเติบโตโดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของส่วนกลาง แต่ทั้งหมดนี้จะเป็นไปไม่ได้ถ้าประเทศเรายังไม่มีประชาธิปไตยเต็มใบ ยังอยู่ในวงจรอุบาทว์รัฐประหาร ยังมีรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ ส.ว.จากการแต่งตั้งของ คสช. มาเลือกนายกฯ ที่ผ่านมาเปรียบเสมือนเรากำลังหัดขี่จักรยาน กำลังจะขี่เป็นขี่คล่อง แล้วก็มีคนถีบจักรยานเราจนคว่ำ การพัฒนาประชาธิปไตยจึงไม่ต่อเนื่อง
 
ขณะเดียวกัน นายพิธายังย้ำเป้าหมายของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ามี 3 เรื่องคือ 
1. ได้คะแนนเสียงมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ 6.3 ล้านเสียง 
2. มี ส.ส.เขต มากกว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
และ 3. มี ส.ส.เขต ในทุกภูมิภาค
 


ส.อ.ท. โอดค่าไฟ 4.77 บาทสูงเกินไป หวั่นนักลงทุนย้ายฐาน
https://www.matichon.co.th/economy/news_3867136

ส.อ.ท. โอดค่าไฟ 4.77 บาทสูงเกินไป อยากได้ถูกแบบเวียดนาม หวังดูดลงทุนเข้าไทย  – สกัดย้ายฐานแบบอุตสิ่งทอ
 
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ค่าไฟกกพ.ที่เปิดประชาพิจารณ์ออกมา 3 อัตรา ต่ำสุดที่ 4.77 บาทต่อหน่วย มองว่ายังสูงเกินไป แม้มีแนวโน้มจะปรับลดลงเหลือ 4.72 บาทต่อหน่วยตามค่าไฟเดิมของกลุ่มบ้านเรือนก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ปรับเลย จากเดิมที่ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคเกษตร ต้องจ่าย 5.33 บาทต่อหน่วย ที่สำคัญต่อไประยะกลาง และระยะยาว รัฐควรต้องหามาตรการทำให้ค่าไฟลดราคาต่ำที่สุด เนื่องจากหากเทียบกับประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 2.80 บาทต่อหน่วย เป็นประเด็นที่น่ากังวลมากว่า มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนรายใหม่ ในหลายๆประเทศ ที่กำลังย้ายฐานการผลิต ซึ่งประเด็นค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ขณะเดียวกันถ้าค่าไฟลดต่ำลงมากๆ จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอีกด้วย 
  
เวลานี้เป็นช่วงการตัดสินใจการนักลงทุนที่จะย้ายฐานการผลิต ซึ่งไทย ถือเป็นหนึ่งในประเทศหมุดหมายที่นักลงทุนต้องการมา โดยนักลงทุนกำลังพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ อยู่ โดยเฉพาะค่าไฟ ต้นทุนการผลิตที่สำคัญ เป็นหนึ่งในปัจจัยหลีกที่เขาจะตัดสินใจเข้ามาลงทุนด้วย ซึ่งค่าไฟเวียดนามถือว่าถูกมาก เมื่อเทียบกับไทย ทำให้ตอนนี้มีนักลงทุนหลายราย ตัดสินใจเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก และล่าสุดผลการสำรวจลงทุนโดยตรง ขององค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ เจโทร พบว่า  นักลงทุนญี่ปุ่นประมาณ 10% จากทั้งหมด 2,000 บริษัท มีโอกาสย้ายฐานการผลิตออกจากไทย เพราะปัญหาค่าแรงและค่าไฟฟ้าสูง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอ และการ์เม้น ถ้าไม่เร่งแก้ปัญหาค่าไฟในระยะต่อไป จะยิ่งกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันมากขึ้น” นายเกรียงไกรกล่าว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่