ตอนแรกนึกว่าเป็นหนังชีวิตที่ดูน่าเบื่อเพราะความยาวกว่าสองชั่วโมง และด้วยความเป็นหนังรางวัลอีก เลยคิดว่าต้องปีนกระไดดูจนเหนื่อยแรง
แต่พอดูจริง ๆ รู้สึกว่าตราตรึงมากค่ะ แม้บางบทสนทนาจะดูซับซ้อนในความคิดของเรา เช่นตอนมาถึงของลุงแก่ ๆ คนหนึ่งซึ่งมานอนค้างห้องพระเอก
แล้วพูดอะไรกันสักอย่างที่ดิฉันไม่เก็ทเลยค่ะ ศิลปะกับครอบครัวจะฉีกทึ้งนาย และอีกหลายประโยคที่เราตามไม่ทัน มีใครพอสรุปให้ฟังได้ไหมคะ
ที่สงสัยอีกจุดหนึ่งเรื่องเส้นขอบฟ้าในตอนจบค่ะ อันนี้น่าจะเป็นปรัชญาแน่นอน เขาต้องการสื่อถึงอะไรคะ
ข้อสุดท้าย ทำไมชื่อเรื่องต้องใช้ในรูปพหูพจน์ด้วยคะ เพราะนามสกุลพระเอกก็แค่ Fabelman หรือถ้าจะหมายถึงอีกนัยที่แปลว่านักเล่านิทาน / นักเล่าเรื่อง
ก็น่าจะสื่อถึงพระเอกแค่คนเดียว
= ขอบคุณมากค่ะ = ( ปล. แต่หนังดีจริง ๆ ค่ะ พระเอกน่ารักทั้งสองช่วงวัยเลย ตัวเล็ก ๆ แต่มีเสน่ห์ ถ้ามีโอกาสก็อยากดูอีกรอบค่ะ )
= ไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง " The Fabelmans " บางฉากค่ะ (สปอยล์แน่นอนค่ะ) =
แต่พอดูจริง ๆ รู้สึกว่าตราตรึงมากค่ะ แม้บางบทสนทนาจะดูซับซ้อนในความคิดของเรา เช่นตอนมาถึงของลุงแก่ ๆ คนหนึ่งซึ่งมานอนค้างห้องพระเอก
แล้วพูดอะไรกันสักอย่างที่ดิฉันไม่เก็ทเลยค่ะ ศิลปะกับครอบครัวจะฉีกทึ้งนาย และอีกหลายประโยคที่เราตามไม่ทัน มีใครพอสรุปให้ฟังได้ไหมคะ
ที่สงสัยอีกจุดหนึ่งเรื่องเส้นขอบฟ้าในตอนจบค่ะ อันนี้น่าจะเป็นปรัชญาแน่นอน เขาต้องการสื่อถึงอะไรคะ
ข้อสุดท้าย ทำไมชื่อเรื่องต้องใช้ในรูปพหูพจน์ด้วยคะ เพราะนามสกุลพระเอกก็แค่ Fabelman หรือถ้าจะหมายถึงอีกนัยที่แปลว่านักเล่านิทาน / นักเล่าเรื่อง
ก็น่าจะสื่อถึงพระเอกแค่คนเดียว
= ขอบคุณมากค่ะ = ( ปล. แต่หนังดีจริง ๆ ค่ะ พระเอกน่ารักทั้งสองช่วงวัยเลย ตัวเล็ก ๆ แต่มีเสน่ห์ ถ้ามีโอกาสก็อยากดูอีกรอบค่ะ )