JJNY : 5in1 "แอตต้า"จี้รบ.│‘เพื่อไทย’มุ่งลดขนาดกองทัพ│หมอวาโยอัดหนู│ผู้ส่งออกข้าวจ่อหั่นเป้าล้านตัน│WHO คงสถานะโควิด

ต้องจบเร็วที่สุด! "แอตต้า"จี้รัฐบาลชี้รีดเงินดาราไต้หวัน-ตร.นำขบวน กระทบท่องเที่ยว
https://www.khaosod.co.th/economics/news_7483899
 
 
นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขให้เรื่องจบลงโดยเร็วที่สุด ชี้ข่าวดาราสาวชาวไต้หวัน กับ ตำรวจนำขบวนสาวนักท่องเที่ยวจีน กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ในสายตาชาวโลก
 
วันที่ 30 ม.ค.2566 นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และกรรมการ สทท. เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวดาราสาวชาวไต้หวันออกมาระบุถูกตำรวจรีดเงิน รวมทั้งกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนใช้บริการรถตำรวจนำขบวน ส่งผลกระทบต่อ “ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย” ในสายตาชาวโลก
 
ตอนนี้อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข ให้เรื่องจบลงโดยเร็วที่สุด เพราะต้องยอมรับว่าข่าวที่ออกมาเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี กระทบต่อความเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีของคนไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศ สร้างความไม่มั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย
 
นายศิษฎิวัชร กล่าวด้วยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาความแออัดหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวให้ผ่านด่านได้อย่างรวดเร็วขึ้น หลังนักท่องเที่ยวต่างชาติสะท้อนปัญหามายังแอตต้าว่าใช้เวลานาน



‘เพื่อไทย’ มุ่งลดขนาดกองทัพ เลิกบังคับเกณฑ์ทหาร พร้อมเพิ่มความโปร่งใส
https://www.matichon.co.th/politics/news_3797489
 
‘เพื่อไทย’ ชูลดขนาดกองทัพ-เพิ่มศักยภาพทหารเกณฑ์ ปรับลดงบกลาโหม คืนทหารอาชีพให้ ปชช.
 
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงความจำเป็นในการลดขนาดกองทัพไทยและยกเลิกการเกณฑ์ทหารเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐว่า เป็นเรื่องที่พรรค พท.ไม่เคยมองข้าม ตลอดระยะเวลาการบริหารงานของ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม งบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 งบด้านบุคลากรของกระทรวงกลาโหม คือ 9.57 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 48.47% หรือเกือบครึ่งของงบกองทัพถูกจัดสรรไปให้คนบุคลากรชั้นเลิศ ทั้งเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและสวัสดิการพิเศษต่างๆ และกองทหารประจำการ จนทำให้ประชาชนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าขนาดของกองทัพ อาวุธ และกำลังพลยังเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นหรือไม่ในยุคโลกดิจิทัล
 
น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูล 9 ปีย้อนหลัง พบว่ากองทัพไทยมีความต้องการทหารกองประจำการตั้งแต่ปี 2556-2564 เฉลี่ยประมาณปีละ 100,000 คน เพราะกองทัพมองความมั่นคงเป็นเรื่องของกำลังพล สวนทางกับภาพรวมของอัตรากำลังพลของกองทัพทั้งโลกปรับตัวลดลง การยกเลิกการเกณฑ์ทหารจะช่วยลดขนาดกองทัพและภาระงบประมาณของภาครัฐลง เนื่องจากรัฐต้องจัดสรรงบประมาณที่ต้องใช้เกือบปีละ 10,000 ล้านบาทให้ทหารกองประจำการ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารจึงเป็นทางเลือกที่ต้องกระทำในสภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัว ภาษีของประชาชนควรถูกใช้อย่างคุ้มค่า
 
น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวด้วยว่า พรรค พท.เล็งเห็นปัญหาตรงนี้ เพื่อให้ทหารกลายเป็นทหารอาชีพและเหมาะสมกับโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีในการการป้องกันประเทศมากกว่ากำลังพล และเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณกองทัพมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอดังนี้ 1.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารจากการบังคับ ให้เป็นไปโดยสมัครใจทันที โดยการเปิดกว้างให้การสมัครทหารออนไลน์ทำได้ง่ายและครอบคลุมมากขึ้น โดยไม่กำหนดเป้าหมายการรับ เพื่อให้ทหารเป็นทหารมืออาชีพ และปรับลดงบประมาณกลาโหมลง 10% เพื่อนำไปใช้ตั้งกองทุนสนับสนุนธุรกิจคนรุ่นใหม่ เพื่อให้งบประมาณที่ใช้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวด้วยว่า 2.แปรค่ายทหารเป็นวิทยาลัย เป็นแหล่งเรียนรู้วิชาชีพ มีใบประกอบวิชาชีพตามความถนัด เพื่อเพิ่มศักยภาพทหารเกณฑ์ ให้ประเทศสามารถใช้แรงงานกองทัพมาพัฒนาประเทศทดแทนแรงงานในยามสงบอย่างเหมาะสม และ 3.เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ คืนความเป็นธรรมให้ทหารชั้นผู้น้อย ด้วยระบบราชการดิจิทัลเพื่อประชาชน
 
วันนี้กองทัพไทยต้องตระหนักว่า ทหารเกณฑ์ไม่ใช่แรงงานใช้ฟรี ความรักชาติต้องเกิดจากความสมัครใจ การลดขนาดกองทัพ เพิ่มศักยภาพทหารเกณฑ์ เท่ากับคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว



หมอวาโย อัด เสี่ยหนู เปลี่ยนกฎยาบ้า แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชี้ซ้ำเติมคนล้นคุก
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_7484046

“หมอวาโย” อัด “อนุทิน” แก้กฎกระทรวง ยาบ้า 2 เม็ด เท่ากับผู้ค้า แก้ปัญหายาเสพติดที่ปลายเหตุ ยิ่งซ้ำเติมปัญหาคนล้นคุก ชี้ต้องรื้อโครงสร้างสังคม
 
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2566 นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้ไขกฎกระทรวงที่กำหนดหลักเกณฑ์กำหนดการครอบครองยาบ้า เกิน 2 เม็ด เป็นผู้ค้า ว่า อาจเป็นการซ้ำเติมปัญหาเกณฑ์การพิจารณา ในการแยกตัวผู้เสพออกจากผู้ค้า เพื่อรับการบำบัด
 
นพ.วาโย กล่าวว่า นโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าของประเทศไทย วางอยู่บนหลักการต้องแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า โดยถือว่าผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ไม่ใช่อาชญากร ส่วนตัวเห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่วิธีการที่ใช้แยกตัวผู้เสพออกจากผู้ค้ามีปัญหามาก เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีหลักการสันนิษฐานไว้ก่อน (assumption of law) ว่า ผู้ที่ครอบครองเกินกว่า 15 หน่วยการใช้ ถือว่าเป็นผู้ค้า ทั้งที่หากสืบข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคลไป อาจจะเป็นเพียงแค่ผู้เสพหรือผู้ป่วย ที่ควรได้รับการบำบัดมากกว่าการเอาไปขังก็ได้
 
นพ.วาโย กล่าวว่า งานวิจัย การศึกษา และสถิติ ทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ตรงกันว่าการใช้หลักกฎหมายแบบสันนิษฐานไว้ก่อนเช่นนี้ ไม่ได้ผล ก่อให้เกิดผลในทางกลับกัน ผลักให้ผู้เสพ ซึ่งควรเป็นผู้ป่วย กลายเป็นผู้ค้าแทน ดังนั้น การที่รมว.สาธารณสุข จะปรับเกณฑ์จาก 15 หน่วยการใช้ เป็น 2 เม็ด ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้ค้า อาจยิ่งทำให้เกิดปัญหาช่องโหว่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
 
นพ.วาโย กล่าวต่อว่า ไม่สมกับเจตนารมณ์ในการเอาผู้ป่วยมาเข้ารับการบำบัด ยิ่งซ้ำเติมปัญหาคนล้นคุก จากสถิติพบว่า 60-70% ของคนที่ติดคุกมาจากคดียาเสพติด ส่วนใหญ่ก็เป็นรายย่อยกว่า 80-90% และยังมีบางส่วนที่ความจริงควรถูกนับเป็นผู้ป่วย แต่กลับถูกผลักให้เป็นอาชญากร
 
ฝากถามรมว.สาธารณสุข ว่าการผลักดันเกณฑ์เช่นนี้ออกมา อาศัยผลการศึกษาเชิงประจักษ์ เอกสารทางวิชาการ ข้อมูลเชิงสถิติ จากทั้งในและต่างประเทศ มาประกอบการพิจารณาแล้วหรือไม่ นโยบายแบบนี้ยังเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ยาเสพติดเป็นปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างทางสังคมเป็นหลัก หากเราสามารถพัฒนาประเทศจนชุมชนได้รับการพัฒนา มีสวัสดิการที่ดูแลประชาชนดีพอ ปัญหายาเสพติดจะลดน้อยลงไปเองในที่สุด” นพ.วาโย กล่าว



ผู้ส่งออกข้าว วอนธปท. คุมค่าบาทให้นิ่ง ต่างชาติเริ่มกดราคา จ่อหั่นเป้าล้านตัน
https://www.matichon.co.th/economy/news_3798181

ผู้ส่งออกข้าว วอนธปท. คุมค่าบาทให้นิ่ง ต่างชาติเริ่มกดราคา จ่อหั่นเป้าล้านตัน
 
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มเงินบาทแข็งค่าว่า เงินบาทแข็งค่าข้างมากและค่าเงินผันผวนมากในขณะนี้ กระทบต่อการขายข้าวรอบใหม่ และค่าเงินที่แข็งค่าตอนนี้ทำให้ราคาข้าวไทยสูงและกว้างจากคู่แข่งมากขึ้น อาทิ ข้าวขาว 5% ต้นปีราคาส่งออกข้าวไทย 440-450 เหรียญสหรัฐต่อตัน วันนี้ต้องราคาส่งออกขึ้นเป็น 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาห่างสูงจากเวียดนามเกิน 50 เหรียญสหรัฐต่อ หรือห่างสูงกว่าอินเดีย 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ทำให้ประเทศผู้ซื้อต่อรองราคาและตันสินใจซื้อล่าช้ากว่าควรเป็น บางส่วนหันไปซื้อกับประเทศค่าแข่ง หากสถานการณ์เงินบาทยังแข็งและแกว่งเร็วอย่างวันนี้ อาจกระทบต่อเป้าส่งออกข้าวทั้งปี 2566 จากเดิมไตรมาส 4/2565 คาดไว้ 8 ล้านตัน ก็ได้ปรับลดเหลือ 7.5 ล้านตัน
 
ยังไม่รู้ว่าบาทจะแข็งค่าอีกเท่าไหร่ ถ้าหลุดต่ำกว่า 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากวันนี้ (30 มกราคม) อยู่ที่ 32.74 บาทต่อเหรียญ บางธนาคารเริ่มระบุว่าอาจแข็งไปถึง 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ผู้ประกอบการก็สับสนว่าเหตุผลจากอะไร เศรษฐกิจดีขึ้นจริงหรือ แม้ท่องเที่ยวฟื้นอย่างเดียวมีผลต่อค่าเงินบาทแข็งขนาดนี้หรือ เดาไม่ถูกจริงๆ ก่อนหน้านี้เล่นไปทางอ่อนค่า ว่าจะแตะถึง 38 บาทต่อเหรียญ ไม่นานก็กลับมาแข็งค่าอีกรอบ ไม่รู้ว่า ธปท.จะดูแลอย่างไร

เอกชนเราไม่อาจบอกได้ว่าค่าเงินเท่าไหร่เหมาะสม แต่อยากให้รัฐดูแลไม่ได้ผันผวนเร็ว จะมีผลอย่างหนักต่อผู้ส่งออกไม่แค่ข้าวแต่เป็นสินค้าส่งออกทั้งระบบ ภาคเกษตรจะหนักหน่อย เพราะเมื่อส่งออกไม่ได้ จะกระทบตลาดภายในด้วย ราคาในประเทศก็จะผันผวนอ่อนตัวตาม ซึ่งตอนนี้อย่างข้าวถือว่ากำลังเป็นช่วงเจรจาขายรอบใหม่ เพื่อการส่งมอบรับหน้าร้อนอีกครั้ง ถ้าค่าบาทยังขึ้นลงเร็วและไปทางแข็งค่ามาก เป้าส่งออกข้าวอาจเหลือแค่ 7 ล้านตันเท่านั้น เท่ากับหายไปเป็นล้านตัน เป็นปีที่เหนื่อยของผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นปี เศรษฐกิจโลกถดถอยก็เป็นปัญหาหนักมากแล้ว เจอค่าเงินบาทอีก น่าจะกระทบต่อตัวเลขส่งออกภาพรวมไปด้วย “ นายชูเกียรติ กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่