กระทู้นี้มีเพื่อระบายความรู้สึกสักเล็กน้อยนะครับ แต่จริง ๆ ก็มาให้ทุกคนรู้ว่าอย่าเอาแบบอย่าง อย่างผมนะครับ เหตผลเพราะอะไร? ลองมาอ่านดูกันดีกว่าครับ
เริ่มแรกเลยเมื่อผมเข้าเรียน รด (จะไม่เกริ่นอะไรมาก ขอเข้าประเด็นเลย) ผมก็เรียน รด อยู่แบบนั้นแหละครับ ยาวไปจนถึงปีสาม เรื่องทุกอย่างเหมือนจะดีอย่างบอกไม่ถูก ในเวลานั้นเอง อย่างที่รู้กันนะครับ เมื่อเข้าสู่ รด ชั้นปีที่สามและเกือบจบ รด เขาจะให้เราสอบในภาคต่าง ๆ อย่างภาคทฤษฎีอะไรทำนองนี้ แน่นอนว่าช่วงนั้นผมได้ไปสอบออนไลน์ของโครงการ ๆ นึงที่มันยอดเยี่ยมมากและได้รับทุนในการไปโครงการนั้น
ซึ่งซ้อนทับกับวันที่ต้องสอบ รด พอดี (แน่นอนล่ะ ทุกคนอาจจะเดาได้ว่าผมไปโครงการแน่นอน) แต่เดี๋ยวก่อน...มันมีเหตุผลรองรับนะครับ ผมได้ไปคุยกับอาจารย์ในโรงเรียน เขาก็บอกว่าไปโครงการไปเถอะ อย่างไงการสอบก็ไม่ได้มีครั้งเดียว (ซึ่งก็จริง มันมีครั้งที่สองด้วยสำหรับ รด ภาคทฤษฎีแบบนี้) ถ้างั้นแล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ โอกาสมาขนาดนี้แล้ว เข้าโครงการเสร็จ(ไปเอาความรู้แพง ๆ ) และกลับมาสอบ รด ก็ไม่สายใช่ไหมล่ะ?
ดังนั้นทำให้ผมตัดสินใจยื่นเรื่องไปทางโรงเรียน แต่การยื่นเรื่องเป็นเอกสารว่าโครงการอะไร แค่นี้จบ ไม่ใช่เอกสารลายลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น , พอเวลาผันผ่านไป ผมกลับจากโครงการ กลับเข้าจังหวัดตนเอง เริ่มเรียนตามปกติ ก็ได้เข้าไปถามกับคุณครูผู้หญิงท่านหนึ่งในโรงเรียนเอกชนว่า ครั้งถัดไปที่จะสอบของ รด คือวันไหนหรือครับคุณครู
ในเวลานั้นผมจำได้ดีว่า นางทำสีหน้ามั่นใจดูพึงพาได้ว่า จะบอกอีกทีหลังจากเขาประกาศแล้ว ครูจะประสานงานและบอกเธอผ่านกลุ่มไลน์ โอเคไหม? และก็อย่างที่ทุกคนคิดครับ (ผมไม่รอบคอบและไร้เดียงสาเกินไปอะนะ) รู้สึกตัวอีกทีทางศูนย์ฝึกก็มาประกาศ ไม่สิ ต้องเรียกว่าโทรมาหาผม บอกว่า ทำไมไม่มาสอบ รู้ไหมเธอซ้ำชั้นแล้วนะ ต้องไปเรียนใหม่ หรือในอีกความหมายก็คือไม่จบปีสามนั่นเองครับ (ฮา)
ด้วยความที่ตอนนั้นผมไม่อยากโทษครูผู้หญิง เลยไปเช็คไลน์อีกรอบก็พบว่า นางไม่ได้บอกอะไรเลยจริง ๆ (ซึ่งมันก็ผิดที่ตัวผมเองแหละ เรื่องแบบนี้แทนที่จะตรวจสอบด้วยตัวเองแทนการไปอ่านหนังสือสอบ ม.ปลาย ถ้าคิดได้สักนิดว่า เจื่อนเวลานิดหน่อยไปดู ก็คงไม่พลาดสอบแบบนี้) ผมลองถามไปทางครูฝึกว่าสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ไหมครับ ยื่นเรื่องแทนผมได้ไหม (เพราะสำหรับผมแล้ว ผมเป็นนักเรียน ผมไม่มีอำนาจมากพอที่จะเร่งรัดและเข้าถึงกระบวนการได้) ผมจึงขอให้เขาช่วย
แต่อนิจจา ลองจินตนาการเหมือนพนักงานบริษัทครับ ที่ไม่แหย่ขาออกจากแผนกของตนเอง ประมาณว่า ล้ำเส้นนี้ไป ฉันไม่ทำให้นะ (ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนที่เด็กอย่างผมควรจะพึ่งพา///ขอโทษครับ ผมรู้สึกแย่ไปหน่อย) พอมองในมุมกลับบางที มันอาจจะไม่ได้จริง ๆ ก็ได้ และผมตีโพยตีพายไปเองซึ่งมันก็ไม่ควรแหละและ....เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ บางทีมันอาจจะสอนให้รู้ว่า เราควรใส่ใจกับรายละเอียดให้มากกว่านี้เพราะอย่างไงมันก็เรื่องของเรา หากเราไม่ใส่ใจ ไม่รอบคอบ เชื่อในคนอื่น(ที่ไม่ได้รับผลกระทบหากมันผิดพลาดจริง ๆ ) ก็อาจเกิดผลประมาณนี้
หวังว่าทุกคนจะสู้ ๆ ใน รด และอย่าผิดพลาดเหมือนผมนะครับ
ขอบคุณครับ
ปล. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนนะครับ
จบปีสามแต่ไม่ได้สอบ...
เริ่มแรกเลยเมื่อผมเข้าเรียน รด (จะไม่เกริ่นอะไรมาก ขอเข้าประเด็นเลย) ผมก็เรียน รด อยู่แบบนั้นแหละครับ ยาวไปจนถึงปีสาม เรื่องทุกอย่างเหมือนจะดีอย่างบอกไม่ถูก ในเวลานั้นเอง อย่างที่รู้กันนะครับ เมื่อเข้าสู่ รด ชั้นปีที่สามและเกือบจบ รด เขาจะให้เราสอบในภาคต่าง ๆ อย่างภาคทฤษฎีอะไรทำนองนี้ แน่นอนว่าช่วงนั้นผมได้ไปสอบออนไลน์ของโครงการ ๆ นึงที่มันยอดเยี่ยมมากและได้รับทุนในการไปโครงการนั้น
ซึ่งซ้อนทับกับวันที่ต้องสอบ รด พอดี (แน่นอนล่ะ ทุกคนอาจจะเดาได้ว่าผมไปโครงการแน่นอน) แต่เดี๋ยวก่อน...มันมีเหตุผลรองรับนะครับ ผมได้ไปคุยกับอาจารย์ในโรงเรียน เขาก็บอกว่าไปโครงการไปเถอะ อย่างไงการสอบก็ไม่ได้มีครั้งเดียว (ซึ่งก็จริง มันมีครั้งที่สองด้วยสำหรับ รด ภาคทฤษฎีแบบนี้) ถ้างั้นแล้วจะรออะไรอยู่ล่ะ โอกาสมาขนาดนี้แล้ว เข้าโครงการเสร็จ(ไปเอาความรู้แพง ๆ ) และกลับมาสอบ รด ก็ไม่สายใช่ไหมล่ะ?
ดังนั้นทำให้ผมตัดสินใจยื่นเรื่องไปทางโรงเรียน แต่การยื่นเรื่องเป็นเอกสารว่าโครงการอะไร แค่นี้จบ ไม่ใช่เอกสารลายลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น , พอเวลาผันผ่านไป ผมกลับจากโครงการ กลับเข้าจังหวัดตนเอง เริ่มเรียนตามปกติ ก็ได้เข้าไปถามกับคุณครูผู้หญิงท่านหนึ่งในโรงเรียนเอกชนว่า ครั้งถัดไปที่จะสอบของ รด คือวันไหนหรือครับคุณครู
ในเวลานั้นผมจำได้ดีว่า นางทำสีหน้ามั่นใจดูพึงพาได้ว่า จะบอกอีกทีหลังจากเขาประกาศแล้ว ครูจะประสานงานและบอกเธอผ่านกลุ่มไลน์ โอเคไหม? และก็อย่างที่ทุกคนคิดครับ (ผมไม่รอบคอบและไร้เดียงสาเกินไปอะนะ) รู้สึกตัวอีกทีทางศูนย์ฝึกก็มาประกาศ ไม่สิ ต้องเรียกว่าโทรมาหาผม บอกว่า ทำไมไม่มาสอบ รู้ไหมเธอซ้ำชั้นแล้วนะ ต้องไปเรียนใหม่ หรือในอีกความหมายก็คือไม่จบปีสามนั่นเองครับ (ฮา)
ด้วยความที่ตอนนั้นผมไม่อยากโทษครูผู้หญิง เลยไปเช็คไลน์อีกรอบก็พบว่า นางไม่ได้บอกอะไรเลยจริง ๆ (ซึ่งมันก็ผิดที่ตัวผมเองแหละ เรื่องแบบนี้แทนที่จะตรวจสอบด้วยตัวเองแทนการไปอ่านหนังสือสอบ ม.ปลาย ถ้าคิดได้สักนิดว่า เจื่อนเวลานิดหน่อยไปดู ก็คงไม่พลาดสอบแบบนี้) ผมลองถามไปทางครูฝึกว่าสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ไหมครับ ยื่นเรื่องแทนผมได้ไหม (เพราะสำหรับผมแล้ว ผมเป็นนักเรียน ผมไม่มีอำนาจมากพอที่จะเร่งรัดและเข้าถึงกระบวนการได้) ผมจึงขอให้เขาช่วย
แต่อนิจจา ลองจินตนาการเหมือนพนักงานบริษัทครับ ที่ไม่แหย่ขาออกจากแผนกของตนเอง ประมาณว่า ล้ำเส้นนี้ไป ฉันไม่ทำให้นะ (ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนที่เด็กอย่างผมควรจะพึ่งพา///ขอโทษครับ ผมรู้สึกแย่ไปหน่อย) พอมองในมุมกลับบางที มันอาจจะไม่ได้จริง ๆ ก็ได้ และผมตีโพยตีพายไปเองซึ่งมันก็ไม่ควรแหละและ....เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ บางทีมันอาจจะสอนให้รู้ว่า เราควรใส่ใจกับรายละเอียดให้มากกว่านี้เพราะอย่างไงมันก็เรื่องของเรา หากเราไม่ใส่ใจ ไม่รอบคอบ เชื่อในคนอื่น(ที่ไม่ได้รับผลกระทบหากมันผิดพลาดจริง ๆ ) ก็อาจเกิดผลประมาณนี้
หวังว่าทุกคนจะสู้ ๆ ใน รด และอย่าผิดพลาดเหมือนผมนะครับ
ขอบคุณครับ
ปล. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนนะครับ