เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

กระทู้ชวนคุย : มาคุยกันแบบจริงจัง คิดว่าสาเหตุที่ลิเวอร์พูลทรงอย่างแบดขนาดนี้เพราะอะไร


สวัสดีค่ะ 

วันนี้เปิดหัวด้วยรูปถกสวยๆ เพราะตั้งใจจะมาถก หรือมาคุยเรื่อง “ลิเวอร์พูล” โดยเฉพาะ เปิดด้วยความสวยงามก่อน เพราะต่อจากนี้ จะไม่มีความบันเทิงให้รื่นเริงใจ มันจะเต็มไปด้วยความเครียดและทิ่มแทงใจล้วนๆ
 
อย่างที่เราๆรู้ ว่าช่วงนี้ฟอร์มทีมลิเวอร์พูลโดยรวม คือแย่มาก เรียกว่าหมดอาลัยตายอยากเกินบรรยาย ถ้าเป็นทีมอื่นเค้าก็เรียกสั้นๆว่า “กาก” คำที่น้องพิมพ์ในทู้เชียร์สดบ่อยมากช่วงนี้ คือ”ห่วย” 
 
ความพีคของทีมฟุตบอลมันก็เป็นวัฏจักร อันนี้เข้าใจได้ ฟอร์มนักฟุตบอลก็มีขึ้นมีลง อันนี้ก็เข้าใจ แต่เหตุใดมันจึงได้พลิกกลับหลังหัน ควับ!! แบบไม่เหลียวมาดู  แตกต่างจากฤดูกาลก่อนโดยสิ้นเชิง ทีมอื่นมีเหตุผลรองรับ คือ การเปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนทีมงาน เปลี่ยนบอร์ดบริหาร หรือเปลี่ยนเจ้าของ แต่ลิเวอร์พูล นักเตะหลักยังแทบจะเป็นชุดเดิม 100% โค้ชคนเดิม ทีมงานเดิมๆ มันควรจะวิเคราะห์ได้จากหลักคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไสยศาสตร์ จนจะทำให้ประสาทแDกได้ขนาดนี้ 
 
เดิมที ตัวน้องเอง ก็เน้นไปทางนักเตะฟอร์มตกเป็นหลักอันดับ 1) ประกอบกับ 2) คือนักเตะบาดเจ็บ แต่เมื่อวานนี้ มีบทสัมภาษณ์ของติอาโก้ออกมา **พูดถึงเรื่องสภาพจิตใจพอๆกับสภาพร่างกาย** จึงทำให้ฉุกคิด เพราะเรื่องนี้เคยมีบางคนพูดตั้งแต่เปิดลีกมา 2-3 นัดแรกเลย จึงเริ่มมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

บทสัมภาษณ์ของติอาโก้
 
มิดฟิลด์สแปนิช กล่าวว่า "มันไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพร่างกายหรอกนะ"
"มันเป็นเรื่องของสภาพจิตใจด้วย เพราะเราใกล้คว้าแชมป์ทุกรายการ เราแค่ได้สัมผัสมันแต่น่าเศร้าที่มันหลุดลอยไป"
"ในช่วงเวลาที่เลวร้าย เราต้องร่วมไม้ร่วมมือกันเป็นทีมนะ"
"เราต้องไปทีละนัด เก็บแต้มให้ได้เพื่อไต่อันดับขึ้นไปให้สูงที่สุด เป้าหมายของเราคือเกมต่อไป ไม่ใช่การอยู่ในท็อปโฟร์หรือยูโรป้า ลีก แค่นัดหน้าเท่านั้น"
"ฤดูกาลนี้ยังเหลือหนทางอีกยาวไกล เราอยู่ในตำแหน่งที่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก และเอฟเอ คัพ"
"เราไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการในพรีเมียร์ลีก แต่เราก็ยังมีโอกาสและมันคือเรื่องดี" [Credit : Soccersuck]
 
"แน่นอนว่ามันไม่ได้มีผลต่อสภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลด้านจิตวิทยาด้วย เราเกือบจะได้แชมป์ทุกรายการแล้ว เรากำลังจะเอื้อมถึงแล้ว แต่สุดท้ายมันก็หลุดมือไป ฤดูกาลที่แล้วผมมีฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดฤดูกาลหนึ่งในชีวิต แต่ฤดูกาลนี้ไม่ใช่ฤดูกาลที่ดีที่สุด แต่นั่นก็ไม่สำคัญ มันเป็นแค่อีกหนึ่งฤดูกาล มันเป็นความท้าทาย ผมคิดว่าเรามีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและคนที่ยอดเยี่ยมที่จะจัดการ และเราจะกลับมาให้ได้" 
"เราไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการในพรีเมียร์ลีก แต่ตอนนี้เราอยู่ในความเป็นจริงของเราที่เราต้องเดินหน้าไปทีละเกม การพยายามเก็บ 3 แต้มให้ได้มากที่สุดจะช่วยให้เราไปสู่จุดที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เป้าหมายของเราคือเกมต่อไป มันไม่เกี่ยวกับการลุ้นท็อปโฟร์ หรือพื้นที่ยูโรปาลีก เราแค่ต้องคิดถึงเกมต่อไป" 
[Credit: Thairath]

จากบทสัมภาษณ์ของติอาโก้ อาจจะต่างกันเล็กน้อย แล้วแต่สำนักไหนชอบใส่ไข่เยอะกว่ากัน แต่ก็สรุปได้ว่า จากการผิดหวัง 2 ถ้วยใหญ่ปีที่แล้ว มันทำให้นักเตะติดกับดักจากความผิดหวัง ขาดพลัง ขาดแรงกระตุ้น มีปัญหาด้านสภาพจิตใจ ซึ่ง (ถ้าจำไม่ผิด) มันเคยเกิดขึ้นกับทีมสเปอร์ส หลังซีซั่นที่ได้รองแชมป์ UCL หรือแม้แต่ตัวของเป๊บ ยอดกุนซือของแมนซิตี้ ก็ให้สัมภาษณ์ เมื่อเร็วๆนี้ว่า ตัวเค้านั้นจะต้องคอยกระตุ้นนักเตะอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะนักเตะที่อยู่กับทีมมานาน ที่สัมผัสความสำเร็จในระดับแชมป์ลีกมาหลายปี เพื่อให้สมดุลกับนักเตะใหม่ที่เข้ามา แต่เมื่อไหร่ ที่เค้าไม่สามารถกระตุ้นนักเตะได้แล้ว เค้าก็อาจจะต้องย้ายทีม เพื่อเปิดที่ให้กับคนใหม่ได้เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง
 
มันก็สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์หลายๆครั้งของ JK ที่มีความไม่เข้าใจในผลงานของนักเตะ โดยเฉพาะหลังนัดที่แพ้ไบรท์ตันยับเยิน 
 
"ผมมีไอเดียที่จะเปลี่ยนระบบซึ่งพยายามช่วยทีม เราน่าจะเล่นกันได้ดีกว่านี้ แต่เราทำไม่ได้ เราจำเป็นต้องมีความสร้างสรรค์เหมือนทีมคู่แข่ง"
 
"คุณสามารถอธิบายถึงความผิดพลาดได้มั้ย? เราใช้นักเตะทีมเดิมที่เล่นได้ดี แต่เราไม่มีการประสานงานกัน เราช้ากว่าพวกเขา เราเข้าปะทะไม่ได้ หากคุณเสียบอลง่าย ความเลวร้ายก็จะเกิดขึ้นในเกมฟุตบอล มันไม่มีระบบไหนที่จะแก้ปัญหานี้ได้”

หรือบทความของ 90min ที่เขียนถึงนโยบายของ FSG ที่กำลังกลับมาทำร้ายตัวเอง
 
“ลิเวอร์พูล เคยเล่นฟุตบอลแบบที่ ไบรท์ตัน เล่นเมื่อคืนนี้ แต่ในนัดล่าสุดพวกเขากลับทำไม่ได้และไม่มีทางทำได้แล้วเมื่อดูจากสภาพของนักเตะแต่ละคน รวมทั้งผู้จัดการทีมอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ ด้วย
 
ความชะล่าใจและไว้ใจในลูกทีมมากเกินไปทำให้พวกเขามีวันนี้ วันที่ 11 ตัวจริงทำอะไรคู่แข่งไม่ได้ วิ่งหาบอลไม่เจอ โดนล่อเป้าอยู่ข้างเดียว ปล่อยให้ฝั่งตรงข้ามต่อบอลไปมาแบบสบาย ๆ ซึ่งนายใหญ่ หงส์แดง ยอมรับว่าไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว
 
แต่ถ้าสืบสาวราวเรื่องกันดี ๆ จะพบว่าความเอ้าท์คลาสของฟุตบอล ลิเวอร์พูล มันไม่ได้เกิดเพียงชั่วข้ามคืน เพราะมันสั่งสมมาจากนโยบายของกลุ่ม FSG และวิธีคิดของ เยอร์เก้น คล้อปป์ ด้วย
 
นโยบายการซื้อมาขายไปของกลุ่มทุนจากอเมริกาเคยถูกยกย่องว่าทำให้ หงส์แดง กลายเป็นทีมที่ใช้เงินทุกปอนด์ได้อย่างคุ้มค่าและทำให้ทีมแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งประสบความสำเร็จมากมายชนิดที่หลาย ๆ ทีมอยากจะเลียนแบบกันแทบตาย
 
สอดคล้องกับในสนามที่ คล็อปป์ มีระบบฟุตบอลที่นำสมัย เขาเป็นคนแรก ๆ ที่เอาการเพรสซิ่งหนักเข้ามาสู่ พรีเมียร์ลีก ในแบบฉบับของ เกเก้นเพรสซิ่ง ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับแฟนบอลและคู่แข่ง และได้รับการยกย่องมาตลอด 4-5 ปีหลัง
 
หากแต่ระบบการเล่นที่ใช้ร่างกายนักเตะอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ถ้าไม่มีการสนับสนุนที่ดีและทีมหลังบ้านที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับแผนอนาคตมารองรับ มันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ และในเกมกับ ไบรท์ตัน ก็เป็นบทสรุปที่ดี
 
FSG ยังคงเดินหน้าใช้นโยบายเดิมต่อไป คล็อปป์ ก็เชื่อมั่นในนักเตะและระบบของตน ในขณะที่ความวุ่นวายที่อยู่เบื้องหลังก็ส่งผลทำให้ทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ใครจะบอกว่าการประกาศลาทีมพร้อม ๆ กันของ เอียน เกรแฮม และ จูเลียน วอร์ด ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เป็น ไมเคิล เอ็ดเวิร์ด ไม่เกี่ยวกับทีมคงไม่ใช่ และไหนจะคุณหมอคนเก่งอย่าง จิม ม็อกซอน ที่อำลาทีมไปตั้งแต่เปิดฤดูกาลนั่นก็มีผล
 
การจะทำให้ทีมเดินไปสู่เป้าหมายได้ทุกอย่างทั้งในและนอกสนามต้องสอดคล้องกัน แต่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เป็นแบบนั้น พวกเขามีปัญหาทุกทั่วหัวระแหง จากทีมที่ได้รับการยอมรับเรื่องหลังบ้าน ตอนนี้กลายเป็นทีมที่สมองไหล คนเก่ง ๆ ลาออกกันหมด เจ้าของทีมก็ไม่พร้อมทุ่มเงินสนับสนุน” [Credit: 90Min]

จากทั้งหมดทั้งมวลที่เวิ่นเว้อมา ลองมาสรุปปัญหาออกมาเป็นข้อๆ
 
1. นักเตะบาดเจ็บและผลัดกันเจ็บบ่อยครั้ง >> ดิอาซ ,โชต้า ,บ๊อบบี้ กองหน้าหลักโดยเฉพาะเกมริมเส้นฝั่งซ้าย รวมทั้งกองกลาง ผอ.โรงบาลที่ผลัดกันเจ็บ วนเวียนไปมา
 
2. นักเตะหลักฟอร์มตก >> ฟาบิญโญ่  ,เฮนเดอร์สัน ,เทรนท์ ,โม ซาล่าห์ ,เวอร์จิล ที่เคยทำได้ดีมากๆเมื่อซีซั่นที่แล้ว และผลงานตกลงไปอย่างชัดเจน
 
3. นักเตะแก่ หมดสภาพ สภาพร่างกายไม่พร้อม โดยเฉพาะกองกลาง >> แต่ฟาบี้ก็ไม่แก่มากนะ มีเฮนโด้ที่แก่สุดในแดนกลาง เวอร์จิลเหรอ?
 
4. นักเตะสำรองทดแทนตัวจริงไม่ได้ คุณภาพยังไม่ใกล้เคียงและยังไม่พร้อมใช้งาน
 
5. การเสียมาเน่ไป >> ทำให้ต้องเปลี่ยนระบบ จริงมั้ย? ที่ใครก็แทนไม่ได้ 
 
6. เจอร์เก้น คล็อปป์ >> เรื่องความดื้อ เชื่อใจลูกทีมมากเกินไป หรือมีระบบลูกรัก
 
7. สภาพจิตใจและความผิดหวังจากฤดูกาลที่แล้ว >> ส่งผลมาถึงตอนนี้ อย่างที่ติอาโก้บอก
 
8. นโยบายของ FSG >> อันนี้หาทางออกได้อย่างเดียว คือเปลี่ยนเจ้าของ
 
9. ดาร์วิน นูนเญซ >> ไม่รู้อ่ะ ตอนนี้คิดไรไม่ออก โทษดาร์วินไว้ก่อน
 
พอก๊อนนนน พิมพ์ไปพิมพ์มา ได้ตั้ง 9 ข้อ แค่นี้ก็จะเยอะแล้วล่ะ

ประเด็นนี้ คือเรื่องของการวิเคราะห์ถึงสาเหตุนะคะ “ไม่เกี่ยวกับว่า เชียร์หรือไม่เชียร์ รักหรือไม่รัก เชื่อว่าหลายคนผ่านยุคย่ำแย่กว่านี้มาแล้ว ไม่เลิกหรือถอดใจเชียร์กันง่ายๆ หรอก แค่อยากจะแชร์ความคิดกับทุกคน ทุกคนเลยค่ะ ไม่เฉพาะกับแฟนลิเวอร์พูล แฟนทีมอื่นคิดเห็นยังไงกันบ้าง ยอมรับทุกความคิดเห็นที่มีเหตุผลด้วยสันติ 😁
 
ส่วนตัวของน้อง ก่อนนี้ก็คิดหลักๆคือ 1. นักเตะฟอร์มตก 2.นักเตะเจ็บ 3.นักเตะสำรองทดแทนตัวจริงไม่ได้ แต่พอได้ฟังบทสัมภาษณ์จากติอาโก้ ก็รู้สึกว่า ปัญหาข้อ 6) ดูจะเป็นปัญหาใหญ่ที่หาทางออกยาก ต้องกลับไปดูข้อ 8) ว่าพร้อมจะแก้ได้มั้ย ช่วงนี้ได้ยินบ่อย กับคำว่า “ระดมทุน”
หรือแม้แต่คำพูดของเป๊บ ที่บอกว่าถ้าวันไหนที่เค้าไม่สามารถกระตุ้นลูกทีมได้ ก็พร้อมจะเดินออกไป เพื่อหาสิ่งใหม่ๆ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเข้ามาทำให้สโมสรดีขึ้น  หรือจริงๆมันก็แค่นักเตะเจ็บ ฟอร์มไม่ดี ก็หาเข้ามาใหม่ ทุกอย่างมันมีพื้นฐานที่ดีของมันอยู่แล้ว อย่าไปตระหนกอะไรมากมาย เรื่องของฟุตบอลมันมีขึ้นมีลง
 
กระทู้นี้ยาวจริงๆ เป็นกระทู้มีแต่ตัวอักษรเต็มไปหมด จะมีใครอ่านมั้ย แต่ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่อ่านจนจบ ซึ้งใจมากค่ะ งั้นขอแปะเพลงผ่อนคลายบรรยากาศหน่อยนะคะ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ตั้งกระทู้อวยมาเยอะแล้ว รู้สึกหน้ายู่จัง ที่ต้องมาตั้งกระทู้ชวนคุยถึงฟอร์มทีมแบบนี้ ขอไม่บ่อยเน้อ นานๆทีพอนะ ไม่หวายยย




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่