สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
เป็นกำลังใจให้ แต่เราต้องทราบว่า คดีแบบนี้ใช้เวลานะครับ เพราะประกันคู่กรณีอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบหากกรณีคดีนี้เป็น “เมาแล้วขับ”(ขึ้นอยู่ในเงื่อนไขของประกันฝั่งเขา) … หรือตามแต่ที่ทางคู่กรณีตกลงสามฝ่ายกับจนท.ตำรวจ / ประกัน
ดังนั้น ในเบื้องต้นควรติดตามดูให้ชัดก่อนว่า คดีนี้เป็นคดีอะไร (เมาขับ/ความผิดจราจรฐานขับรถโดยประมาทฯ… คือ ยกตัวอย่างคดีเบนทลี่ย์ ตอนชนคุณอาจได้กลิ่น ได้ยิน แล้วคิดว่าเขาเมา แต่กม.บันทึกข้อมูลตอนเป่าที่ สน. ถ้ามีใบขับขี่แล้วปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง ก็จะเป็นแค่ขับประมาท) เราจะได้เตรียมตัวได้และทราบแน่ว่าฝั่งคู่กรณีใครรับผิดชอบ
ซึ่งเบื้องต้นจากข้อมูลของคุณ อาจแปลว่าประกันฝ่ายนั้นมีความคุ้มครอง … ซึ่งหน้าที่ของบริษัทประกัน คือ จ่ายแหละ แต่จ่ายยังไงให้ได้น้อยที่สุด
** ต่อรองได้ แต่อย่าไปเสียเวลาคุยยืดเยื้อ … ถ้าเราไม่พอใจให้ไป คปภ. เลย ไปยื่นว่ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสินไกมทดแทนที่บริษัทประกันนี้เสนอความช่วยเหลือ ระบุตัวเลขที่เราต้องการ … เอาให้สุดซอย แต่สุดท้าย ก็คงได้เพิ่มจากเดิมไม่มาก
นั่นเรื่องที่ 1 ส่วนเรื่องที่ 2 … ทำได้เลยคือเช็คความคุ้มครองจากประกันเอกชนของเรา ว่าได้อะไรไหม จากนั้นเช็คสิทธิของตัวเอง บาดเจ็บอะไรไหม พรบ.จะช่วยได้เท่าไหร่ …
ทีนี้ มาในส่วนเรียกร้อง แนะนำให้หาข้อมูลเพราะค่าทำขวัญ ค่าตกใจ อะไรที่เขาบอกได้หมดอ่ะ มันไม่มีในกฎหมายหรอก … คุณทำใจเนี่ยถูกเเล้ว แต่ ความเสียหายขั้นต้น สิ่งที่ทำได้คือ ลองคุยกับคู่กรณี คุย 2 ระดับเลย
.
.
1. ส่วนตัว : ประกันพี่เสนอมาเท่านี้ หนูมีส่วนต่างต้องไปปิดยอดไฟแนนซ์ พี่ช่วยได้ไหม เท่าไหร่?
(อันนี้อย่าคิดมาก ได้ดีกว่าไม่ได้ ยิ่งยื้อกฎหมายไม่ได้แยแสคนเสียหายหรอก ได้เท่าไหร่เอามาก่อน เอาเป็นก้อนหรือทยอยให้ก็ได้ … คำแนะนำผมคือ ก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่อีกฝ่ายดันเมา …ดังนั้นกำหนดท่าทีตัวเองให้ชัด จะเข้มขรึมดุดัน ชั้นต้องได้เท่านี้ รักษามาด หรือเข้าใจเข้า แล้วเอาเท่าที่ได้มาก่อน และผมแนะนำว่าถ้าตกลงขั้นต้นกันแล้ว อย่าลืมทำเป็นสัญญา หรือพยายามให้ไปตกลงต่อหน้าเจ้าพนักงาน เอาแค่ตกลงกันได้ค่อยนัดรัอยเวรว่าเบื้องต้นเราตกลงกับคู่กรณีแบบนี้ ขอให้เขาบันทึกไว้เพื่อกันไม่ให้เขาผิดนัด)
2.กับนักกฎหมายเราเอง : คือคดีนี้เป็นความผิดอาญา ไม่ว่าออกหน้าไหน แต่เรายังสามารถใช้สิทธิที่เกิดจากความเสียหายเรียกร้องทางเเพ่งได้ … (ซึ่งกว่าอาญาจะจบก็ผมเชื่อว่ามี 1 ปี ขึ้นไป ตอนนั้นความเสียใจอาจทุเลาหรือคุณได้รถใหม่มาใช้เเล้วมั้ง)
แต่เราสามารถศึกษาข้อมูล เพื่อฟ้องทางเเพ่งต่อผู้เสียหายได้ต่อเนื่องจากอาญา กรณีสินไหมทดแทนที่ได้รับไม่สมกับความเสียหาย
เรื่องพวกนี้คุยจบให้ไว โดยเฉพาะในชั้นพนักงานสอบสวน เราก็จะลดความเครียด จากการต้องรอ ต้องทำใจกับตัวเลขที่อาจไม่ได้ดั่งใจในชั้นศาล ต้องเสียเวลาไปศาลอย่างน้อย 2 นัด
เอาตรง ๆ มันมีคนผิดแหละ ไอ้คนชนอ่ะ ผิดแน่ ๆ แต่กฎหมายไทยมันทำได้เท่านี้ คนที่ได้รับความเสียหายกลายเป็นต้องรอเหม่อ .. ถ้าสำนวนไม่ใช่เมา ยังไงศาลก็ไม่เอาไปลงโทษในคุกหรอก (เมายังต้องพิจารณาเลย) … ในเมื่อกฎหมายทำได้เท่านี้ สิ่งที่เราต้องทำคือ รู้ว่าสิทธิของเรามีอะไร และ
ทำใจนะครับ ไม่รู้จะบอกยังไง
ดังนั้น ในเบื้องต้นควรติดตามดูให้ชัดก่อนว่า คดีนี้เป็นคดีอะไร (เมาขับ/ความผิดจราจรฐานขับรถโดยประมาทฯ… คือ ยกตัวอย่างคดีเบนทลี่ย์ ตอนชนคุณอาจได้กลิ่น ได้ยิน แล้วคิดว่าเขาเมา แต่กม.บันทึกข้อมูลตอนเป่าที่ สน. ถ้ามีใบขับขี่แล้วปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง ก็จะเป็นแค่ขับประมาท) เราจะได้เตรียมตัวได้และทราบแน่ว่าฝั่งคู่กรณีใครรับผิดชอบ
ซึ่งเบื้องต้นจากข้อมูลของคุณ อาจแปลว่าประกันฝ่ายนั้นมีความคุ้มครอง … ซึ่งหน้าที่ของบริษัทประกัน คือ จ่ายแหละ แต่จ่ายยังไงให้ได้น้อยที่สุด
** ต่อรองได้ แต่อย่าไปเสียเวลาคุยยืดเยื้อ … ถ้าเราไม่พอใจให้ไป คปภ. เลย ไปยื่นว่ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสินไกมทดแทนที่บริษัทประกันนี้เสนอความช่วยเหลือ ระบุตัวเลขที่เราต้องการ … เอาให้สุดซอย แต่สุดท้าย ก็คงได้เพิ่มจากเดิมไม่มาก
นั่นเรื่องที่ 1 ส่วนเรื่องที่ 2 … ทำได้เลยคือเช็คความคุ้มครองจากประกันเอกชนของเรา ว่าได้อะไรไหม จากนั้นเช็คสิทธิของตัวเอง บาดเจ็บอะไรไหม พรบ.จะช่วยได้เท่าไหร่ …
ทีนี้ มาในส่วนเรียกร้อง แนะนำให้หาข้อมูลเพราะค่าทำขวัญ ค่าตกใจ อะไรที่เขาบอกได้หมดอ่ะ มันไม่มีในกฎหมายหรอก … คุณทำใจเนี่ยถูกเเล้ว แต่ ความเสียหายขั้นต้น สิ่งที่ทำได้คือ ลองคุยกับคู่กรณี คุย 2 ระดับเลย
.
.
1. ส่วนตัว : ประกันพี่เสนอมาเท่านี้ หนูมีส่วนต่างต้องไปปิดยอดไฟแนนซ์ พี่ช่วยได้ไหม เท่าไหร่?
(อันนี้อย่าคิดมาก ได้ดีกว่าไม่ได้ ยิ่งยื้อกฎหมายไม่ได้แยแสคนเสียหายหรอก ได้เท่าไหร่เอามาก่อน เอาเป็นก้อนหรือทยอยให้ก็ได้ … คำแนะนำผมคือ ก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่อีกฝ่ายดันเมา …ดังนั้นกำหนดท่าทีตัวเองให้ชัด จะเข้มขรึมดุดัน ชั้นต้องได้เท่านี้ รักษามาด หรือเข้าใจเข้า แล้วเอาเท่าที่ได้มาก่อน และผมแนะนำว่าถ้าตกลงขั้นต้นกันแล้ว อย่าลืมทำเป็นสัญญา หรือพยายามให้ไปตกลงต่อหน้าเจ้าพนักงาน เอาแค่ตกลงกันได้ค่อยนัดรัอยเวรว่าเบื้องต้นเราตกลงกับคู่กรณีแบบนี้ ขอให้เขาบันทึกไว้เพื่อกันไม่ให้เขาผิดนัด)
2.กับนักกฎหมายเราเอง : คือคดีนี้เป็นความผิดอาญา ไม่ว่าออกหน้าไหน แต่เรายังสามารถใช้สิทธิที่เกิดจากความเสียหายเรียกร้องทางเเพ่งได้ … (ซึ่งกว่าอาญาจะจบก็ผมเชื่อว่ามี 1 ปี ขึ้นไป ตอนนั้นความเสียใจอาจทุเลาหรือคุณได้รถใหม่มาใช้เเล้วมั้ง)
แต่เราสามารถศึกษาข้อมูล เพื่อฟ้องทางเเพ่งต่อผู้เสียหายได้ต่อเนื่องจากอาญา กรณีสินไหมทดแทนที่ได้รับไม่สมกับความเสียหาย
เรื่องพวกนี้คุยจบให้ไว โดยเฉพาะในชั้นพนักงานสอบสวน เราก็จะลดความเครียด จากการต้องรอ ต้องทำใจกับตัวเลขที่อาจไม่ได้ดั่งใจในชั้นศาล ต้องเสียเวลาไปศาลอย่างน้อย 2 นัด
เอาตรง ๆ มันมีคนผิดแหละ ไอ้คนชนอ่ะ ผิดแน่ ๆ แต่กฎหมายไทยมันทำได้เท่านี้ คนที่ได้รับความเสียหายกลายเป็นต้องรอเหม่อ .. ถ้าสำนวนไม่ใช่เมา ยังไงศาลก็ไม่เอาไปลงโทษในคุกหรอก (เมายังต้องพิจารณาเลย) … ในเมื่อกฎหมายทำได้เท่านี้ สิ่งที่เราต้องทำคือ รู้ว่าสิทธิของเรามีอะไร และ
ทำใจนะครับ ไม่รู้จะบอกยังไง
สมาชิกหมายเลข 7383960 ถูกใจ, เอื้องคำ ถูกใจ, The Mediterranean Breeze ถูกใจ, fujimon ถูกใจ, นูเบ ถูกใจ, พ่อขวัญเอย ถูกใจ, chabby ถูกใจ, มนุษย์ถ้ำนักอ่าน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1973551 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1742153 ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ขอวิธีทำใจหน่อยค่ะ รถที่รักมาก เพิ่งซื้อมาใช้ ถูกคนเมาแล้วขับชนซะเละเลย ซ่อมไม่ได้ต้องคืนทุนประกัน
ตามหัวข้อเลยค่ะเราเพิ่งซื้อรถใหม่มาเป็นรถมือสองแต่รู้สึกถูกใจมากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกลับถูกคนเมาแล้วขับขับมาชนอย่างแรงแต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรแต่รถเสียหายจนต้องพื้นทุนประกันและเรามีส่วนต่างที่ต้องปิดไฟแนนซ์ เราสามารถเรียกร้องอะไรจากประกันของคู่กรณีได้บ้างคะ