ตั้งแต่เริ่มวัยใกล้ 40 แล้วก็ยิ่งมาเจอวิกฤตเศรษฐกิจ งานเอกชนแบบผมที่ไม่รู้จะโดนไล่ออกวันไหน ผมก็เริ่มตระหนักละว่าถ้าเราไม่ทำให้การเงินเรามั่นคงนี่แก่ตัวไปไม่น่าจะรอด เลยเปลี่ยนแนวการลงทุนมาเน้นที่สร้างฐานให้ตัวเองแข็งแกร่งมีภูมิต้านทานไว้ก่อน แบบไม่เน้นรวย แต่เน้นมั่นคงระยะยาว แต่ไม่ล้มง่ายๆยามมีวิกฤต ก็เลยเปลี่ยนมาปั้นพอร์ตปันผลเป็นหลักมากกว่าหุ้นเติบโต
ผมมีพอร์ตหุ้นหลักๆ 4 พอร์ต ที่ลงทุนเองแบบไม่ได้พึ่งพี่กอง (1) ไทย (2) เมกา (3) จีน (4) REITs, PF, IF
พอร์ตเมกาเป็นหุ้นเทคเน้นเติบโต ผมขอแยกไว้ต่างหากครับ
ออกตัวก่อนว่าผมซึ่งไม่มีพื้นฐานทางด้านไฟแนนซ์ ใช้วิธีการดูงบการเงินลวกๆ เลือกหุ้นแบบง่อยๆ ง่ายๆ ซึ่งมั่นใจว่ามันไม่ถูกแน่ๆ แต่สำหรับผมมันก็เวิคอยู่ พอร์ตทั้งหมดนี้เพิ่งสร้างมาไม่ถึง 3 ปี ไม่ได้ลงทีเดียว แต่ตัวไหนน่าสนใจก็แบ่งไม้ทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ถือและซื้ออย่างเดียว แทบไม่ได้ขายออก
แนวทางการเลือกหุ้นของผมประมาณนี้
1) Continue to pay dividends : เลือกตัวที่ปันผลสม่ำเสมอทุกๆปี เฉลี่ยสัก 5% (+/-2%) ไม่จำเป็นต้องเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด แต่สามารถสร้างกำไรได้สม่ำเสมอ มี Brand Quality ที่ดี
2) Low debt or Cash Cow Company : หาหุ้นที่หนี้น้อย เงินสดล้น ต้นทุนต่ำๆ หุ้นกลุ่มพวกนี้นอกจากทำกำไรง่ายแล้ว เวลาเจอวิกฤตจะภูมิต้านทานสูง หลีกเลี่ยงการเจอเพิ่มทุนได้ด้วย
3) Dividend policy : หาตัวที่ payout ratio 30-50% ไว้ก่อน ให้บริษัทสะสมไว้ขยายธุรกิจบ้าง แต่ถ้าเป็นหุ้นที่มั่นคง payout เยอะก็ดี ไม่เป็นไร
4) Build Diversified Stocks : ต้องอย่าหวังรวยกับพอร์ตปันผล เน้นกระจายความเสี่ยงไว้ สำหรับผมจำนวนหุ้นต้องอยู่ช่วงประมาณ 10-20 ตัว
5) Find cheap Stocks : ส่วนตัวผมความรู้พื้นฐานการเงินง่อยๆ ดูแค่ค่าพื้นฐานไม่กี่ตัวทั่วๆไปเช่น P/E, P/BV, ROE, ROA อะไรพวกนี้ ใช้วิธีมองภาพใหญ่ๆของหุ้นแล้วเทียบกับอดีต ผมชอบ ROE ที่สุดเพราะมันมี correlation กับ P/BV ถ้าเห็นหุ้นตัวไหน P/BV ต่ำเกินไปขณะที่ ROE สูงให้เก็บไว้ใน watch list ได้เลยเพราะมันถูกเกินไปแล้ว
6) Look at Stock trend : ผมชอบหุ้นขาลงที่คนเริ่มไม่ค่อยสนใจ และราคาต่ำบุ๊ค price ต่ำกว่า mean หรือ 1sigma เทียบกับอดีต ดูพร้อมกับตัวเลขงบการเงินแบบหยาบๆ ที่สำคัญอย่าไปไล่ราคาหุ้นปนผลนะครับ อาจจะได้ดอยยันหลานบวช
7) Be patient : เก็บเงินอดทนรอไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวมันก็ลง ตัวไหนไม่ลงก็ไม่ต้องซื้อ ถ้าอยากซื้อและไม่มั่นใจก็แบ่งไม้ซื้อไปเรื่อยๆ แล้วก็อย่าลงไปกับตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป
ภาพรวมพอร์ตลงทุน
(1) ไทย -- ได้ปันผลประมาณ 5k/เดือน
--> ทยอยซื้อมาตั้งแต่หลังเกิดโควิด แทบไม่มีขายออก มีปรับพอร์ตเล็กน้อยเพื่อให้มันครอบคลุมทุกๆ segment หุ้นที่ผมเลือกมันก็ราคาไม่ค่อยไปไหนเหมือนกัน (ยกเว้น BCP ช่วงนี้ 55) แต่รวมปันผลปีละ 60k สำหรับผมแล้วคุ้มค่า
(2) จีน -- ได้ปันผลประมาณ 6k/เดือน
--> เป็นหุ้นจีนที่จะทะเบียนในตลาด hang seng หุ้นที่ผมเลือกออกแนว old economy ที่ปันผลดีมากๆ แล้วมันก็ราคาถูกเว่อๆ เว่อแบบที่จะหาที่ไม่ได้อีกแล้วโดยเฉพาะถ้าเทียบกับหุ้นไทยที่ไม่รุมันจะแพงไปไหน หุ้นดีๆถูกๆมีเยอะมากที่นี่ ในตลาดนี้คุณจะหาหุ้นปันผล 8-10% ได้ในขณะที่ผลประกอบการยังดี ลองไปดูหุ้นแบงค์กันในตลาดนี้กันได้ ช่วงที่ผ่านมาตลาด Hang seng นี่เป็นขาลงนรกแตกเต็มรูปแบบแต่พอร์ตผมก็ไม่ได้แย่แบบนั้น เพราะมันไม่มีหุ้น tech นี่แหละ
** ผมมา edit เพิ่มตรงนี้หน่อย ผมควรจะเตือนเรื่องความเสี่ยงค่าเงิน depegging risk เพราะ HKD มัน มีการ pack กับค่าเงืน USD ฟีลเหมือนกับ stable coin ในโลกคริปโตที่อาจจะหลุด peg ได้ถ้า reserve ไม่แข็งแกร่งมากพอ ลองศึกษาตรงนี้กันดีๆครับ สำหรับคนที่จะลงทุนหุ้นในตลาดฮ่องกง
(3) REITs, PF, IF -- ได้ปันผลประมาณ 4k/เดือน
--> สำหรับผมนี่เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับสาย REITs, PF, IF ราคามันลงมาอยู่ในโซนถูกแล้ว เพราะความกลัวของ yield spread ในรอบดอกเบี้ยขาขึ้น แล้วยิ่งมีบางตัวถือทรัพย์สินแบบ freehold ที่มี value ซ่อนอยู่เยอะ ผมก็ทยอยเข้าซื้อไปเรื่อยๆ จริงๆมันควรจะได้ปันผลมากกว่านี้ถ้าท่องเที่ยวฟื้นกับเศรษฐกิจเต็มตัว เป็นการเอาชนะ SETTRI ง่ายๆแบบไม่ต้องใช้แรงเยอะ เพราะมันแทบจะราคาถูกกันทั้งตลาด แต่ระวังดอกเบี้ยขาขึ้นกันดีๆครับ สำหรับผมก็แนะนำดูจุดเข้าซื้อรายตัว
ปีนี้จะเริ่มเปลี่ยนมาปั้น growth stock พอร์ตอีกรอบ กำลังรอ correction จากตลาดหุ้นเมกาอยู่ เก็บตังค์รอวนๆไป 5555
ส่วนใครอยากจะลองสร้างพอร์ตแนวนี้ ก็ลองดูเป็นแนวทางครับ แนะนำจริงๆว่าอย่าลงทุนแค่หุ้นไทย หุ้นทั่วโลกมีของดีมากมาย แถมลงทุนผ่านแอปง่ายๆ ไม่ต้องเงินหนาก็ลงทุนได้เหมือนกัน
ลงทุนหุ้นปันผลเพื่อสร้าง passive income เดือนละ 15k
ผมมีพอร์ตหุ้นหลักๆ 4 พอร์ต ที่ลงทุนเองแบบไม่ได้พึ่งพี่กอง (1) ไทย (2) เมกา (3) จีน (4) REITs, PF, IF
พอร์ตเมกาเป็นหุ้นเทคเน้นเติบโต ผมขอแยกไว้ต่างหากครับ
ออกตัวก่อนว่าผมซึ่งไม่มีพื้นฐานทางด้านไฟแนนซ์ ใช้วิธีการดูงบการเงินลวกๆ เลือกหุ้นแบบง่อยๆ ง่ายๆ ซึ่งมั่นใจว่ามันไม่ถูกแน่ๆ แต่สำหรับผมมันก็เวิคอยู่ พอร์ตทั้งหมดนี้เพิ่งสร้างมาไม่ถึง 3 ปี ไม่ได้ลงทีเดียว แต่ตัวไหนน่าสนใจก็แบ่งไม้ทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ถือและซื้ออย่างเดียว แทบไม่ได้ขายออก
แนวทางการเลือกหุ้นของผมประมาณนี้
1) Continue to pay dividends : เลือกตัวที่ปันผลสม่ำเสมอทุกๆปี เฉลี่ยสัก 5% (+/-2%) ไม่จำเป็นต้องเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด แต่สามารถสร้างกำไรได้สม่ำเสมอ มี Brand Quality ที่ดี
2) Low debt or Cash Cow Company : หาหุ้นที่หนี้น้อย เงินสดล้น ต้นทุนต่ำๆ หุ้นกลุ่มพวกนี้นอกจากทำกำไรง่ายแล้ว เวลาเจอวิกฤตจะภูมิต้านทานสูง หลีกเลี่ยงการเจอเพิ่มทุนได้ด้วย
3) Dividend policy : หาตัวที่ payout ratio 30-50% ไว้ก่อน ให้บริษัทสะสมไว้ขยายธุรกิจบ้าง แต่ถ้าเป็นหุ้นที่มั่นคง payout เยอะก็ดี ไม่เป็นไร
4) Build Diversified Stocks : ต้องอย่าหวังรวยกับพอร์ตปันผล เน้นกระจายความเสี่ยงไว้ สำหรับผมจำนวนหุ้นต้องอยู่ช่วงประมาณ 10-20 ตัว
5) Find cheap Stocks : ส่วนตัวผมความรู้พื้นฐานการเงินง่อยๆ ดูแค่ค่าพื้นฐานไม่กี่ตัวทั่วๆไปเช่น P/E, P/BV, ROE, ROA อะไรพวกนี้ ใช้วิธีมองภาพใหญ่ๆของหุ้นแล้วเทียบกับอดีต ผมชอบ ROE ที่สุดเพราะมันมี correlation กับ P/BV ถ้าเห็นหุ้นตัวไหน P/BV ต่ำเกินไปขณะที่ ROE สูงให้เก็บไว้ใน watch list ได้เลยเพราะมันถูกเกินไปแล้ว
6) Look at Stock trend : ผมชอบหุ้นขาลงที่คนเริ่มไม่ค่อยสนใจ และราคาต่ำบุ๊ค price ต่ำกว่า mean หรือ 1sigma เทียบกับอดีต ดูพร้อมกับตัวเลขงบการเงินแบบหยาบๆ ที่สำคัญอย่าไปไล่ราคาหุ้นปนผลนะครับ อาจจะได้ดอยยันหลานบวช
7) Be patient : เก็บเงินอดทนรอไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวมันก็ลง ตัวไหนไม่ลงก็ไม่ต้องซื้อ ถ้าอยากซื้อและไม่มั่นใจก็แบ่งไม้ซื้อไปเรื่อยๆ แล้วก็อย่าลงไปกับตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป
ภาพรวมพอร์ตลงทุน
(1) ไทย -- ได้ปันผลประมาณ 5k/เดือน
--> ทยอยซื้อมาตั้งแต่หลังเกิดโควิด แทบไม่มีขายออก มีปรับพอร์ตเล็กน้อยเพื่อให้มันครอบคลุมทุกๆ segment หุ้นที่ผมเลือกมันก็ราคาไม่ค่อยไปไหนเหมือนกัน (ยกเว้น BCP ช่วงนี้ 55) แต่รวมปันผลปีละ 60k สำหรับผมแล้วคุ้มค่า
(2) จีน -- ได้ปันผลประมาณ 6k/เดือน
--> เป็นหุ้นจีนที่จะทะเบียนในตลาด hang seng หุ้นที่ผมเลือกออกแนว old economy ที่ปันผลดีมากๆ แล้วมันก็ราคาถูกเว่อๆ เว่อแบบที่จะหาที่ไม่ได้อีกแล้วโดยเฉพาะถ้าเทียบกับหุ้นไทยที่ไม่รุมันจะแพงไปไหน หุ้นดีๆถูกๆมีเยอะมากที่นี่ ในตลาดนี้คุณจะหาหุ้นปันผล 8-10% ได้ในขณะที่ผลประกอบการยังดี ลองไปดูหุ้นแบงค์กันในตลาดนี้กันได้ ช่วงที่ผ่านมาตลาด Hang seng นี่เป็นขาลงนรกแตกเต็มรูปแบบแต่พอร์ตผมก็ไม่ได้แย่แบบนั้น เพราะมันไม่มีหุ้น tech นี่แหละ
** ผมมา edit เพิ่มตรงนี้หน่อย ผมควรจะเตือนเรื่องความเสี่ยงค่าเงิน depegging risk เพราะ HKD มัน มีการ pack กับค่าเงืน USD ฟีลเหมือนกับ stable coin ในโลกคริปโตที่อาจจะหลุด peg ได้ถ้า reserve ไม่แข็งแกร่งมากพอ ลองศึกษาตรงนี้กันดีๆครับ สำหรับคนที่จะลงทุนหุ้นในตลาดฮ่องกง
(3) REITs, PF, IF -- ได้ปันผลประมาณ 4k/เดือน
--> สำหรับผมนี่เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับสาย REITs, PF, IF ราคามันลงมาอยู่ในโซนถูกแล้ว เพราะความกลัวของ yield spread ในรอบดอกเบี้ยขาขึ้น แล้วยิ่งมีบางตัวถือทรัพย์สินแบบ freehold ที่มี value ซ่อนอยู่เยอะ ผมก็ทยอยเข้าซื้อไปเรื่อยๆ จริงๆมันควรจะได้ปันผลมากกว่านี้ถ้าท่องเที่ยวฟื้นกับเศรษฐกิจเต็มตัว เป็นการเอาชนะ SETTRI ง่ายๆแบบไม่ต้องใช้แรงเยอะ เพราะมันแทบจะราคาถูกกันทั้งตลาด แต่ระวังดอกเบี้ยขาขึ้นกันดีๆครับ สำหรับผมก็แนะนำดูจุดเข้าซื้อรายตัว
ปีนี้จะเริ่มเปลี่ยนมาปั้น growth stock พอร์ตอีกรอบ กำลังรอ correction จากตลาดหุ้นเมกาอยู่ เก็บตังค์รอวนๆไป 5555
ส่วนใครอยากจะลองสร้างพอร์ตแนวนี้ ก็ลองดูเป็นแนวทางครับ แนะนำจริงๆว่าอย่าลงทุนแค่หุ้นไทย หุ้นทั่วโลกมีของดีมากมาย แถมลงทุนผ่านแอปง่ายๆ ไม่ต้องเงินหนาก็ลงทุนได้เหมือนกัน