[CR] จุดเริ่มต้นของชีวิต "เชียงดาว" ดินแดนที่ใกล้เคียงกับความฝัน


UNESCO ประกาศ “ดอยหลวงเชียงดาว” เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกในปี 2564

- พื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve) คือระบบนิเวศที่ประกอบด้วยก๊าซ ของแข็ง และของเหลว ที่อยู่รวมกันจนเกิดชีวิต เป็นวงจรที่เป็นจุดกำเนิดและพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่งทั้ง พืช สัตว์ จุลินทรีย์ต่างๆทั้งหลาย
- เชียงดาวมีพื้นที่ 536,931.50 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเทือกเขาหินปูนที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทยที่ความสูง 2200 ม. และเชียงดาวยังเป็นเทือกเขาสุดท้ายของหิมาลัย(Shino himalaya)

เราเริ่มต้นออกเดินทางจาก วิถีชีวิตเดิมๆที่เราเป็นอยู่ เพื่อไปสัมผัสกับความรู้สึกที่แปลกใหม่ในครั้งนี้ โดยละทิ้งความคาดหวังหรือการตัดสินใดๆไว้เบื้องหลัง

เราตื่นกันแต่เช้าในวันนี้เดินทาง เข้าไปที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว(Chiang Dao Wildlife Sanctuary) ตามที่เจ้าหน้าที่ได้นัดแนะไว้


แสงแดดยามเช้าสาดส่อง อุณหภูมิที่ลดต่ำ ทุกคนไม่ละความพยายามที่จะมาชมความงดงามของเชียงดาว


เจ้าหน้าตรวจเช็คขยะที่พวกเรานำขึ้นไป ด้วยหวังว่าเราจะไม่ทิ้งสิ่งใดยกเว้นรอยเท้าของเราไว้บนเชียงดาว


หลังเตรียมทุกอย่างพร้อมเราขึ้นเรา ลุยไปบนทางลูกรัง อากาศที่เย็นเอามากๆในวันนี้ มันช่างทำให้เราเบิกบานใจกับสิ่งที่เราจะไปพบเจอจริงๆ
หลังจากที่เรานั่งรถลุยฝุ่นกันมาประมาณ 1 ชั่วโมงที่ดูเหมือนจะไม่ยาวนานอะไรมากนักเพียงเพราะ วิวสองข้างทางและคนข้างๆที่เราได้คุยด้วย



ผมกับป้ายที่เป็นเสมือนจุดเริ่มเดินทางค้นหาสิ่งใหม่ๆในวันนี้


เราเริ่มออกเดินจากระดับความสูง 1461 ม.


เราออกเดินโดยทางช่วง 2 กิโลเมตรแรกจะเป็นทางแคบๆ เดินเป็นแถวเรียงเดี่ยวไปแบบนี้


เมื่อเดินมาได้ซักพัก แต่ละคนเริ่มห่างออกจากกันเนื่องจากพละกำลังและความเร่งรีบที่ต่างกัน เส้นทางที่เราเดินก็เงียบสงบลง ช่างเป็นที่ที่เงียบ เย็น แต่กลับรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาด


ตามจุดต่างๆที่น่าสนใจจะมี QR ป่าวนี้ให้เราได้สแกน เพื่อดูข้อมูลจากโทรศัพท์ของเรา


เดินต่อไปเราเริ่มพบกับจุดเปิดโล่งที่แสดงให้เห็นถึงขุนเขาที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเรา


จุดสกัดสามแยกปางวัว เราพักกินข้าวเที่ยงกับไก่และข้าวเหนียว ที่เตรียมมา


ยิ่งเราเดินขึ้นมาไกลเท่าไหร่ พืชพันธุ์ต่างๆและภูมิประเทศก็ดูจะแปลกไปจากที่เราคุ้นเคยมากทีเดียว


ต้นไม้ที่ผลัดใบ จากอากาศที่หนาวเย็น เตือนเราว่าบางครั้งเราอาจจะต้องละทิ้งบางอย่าง เพื่อชีวิตของเราบ้างก็เป็นได้


กลุ่มก้อนหินระหว่างทางที่เราพบเจอ ต่างพาให้เราจินตนาไปว่าเหมือนกับสิ่งใด

ฟอสซิลหอยงวงช้างที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน เชียงดาวเป็นทะเลมาก่อนจนกระทั่งเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกจนเป็นเขาสูงตระหง่านในวันนี้


เดินกันจนเราเริ่มเหนื่อยแต่ก็ใกล้มากแล้ว


ถึงแล้วจุดกางเต้นท์ของเราพวกเรา หลังจากเดินขึ้นเขามาประมาณ 8.5 กิโลเมตรเราก็มาถึงจุดกางเต้นท์เรา พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนจะเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตก บนยอดของเชียงดาวกัน


ได้เวลา 16.30 น. เราเริ่มเดินขึ้นยอดเขา


ถึงแล้วยอดเขา สิ่งที่ทุกคนอยากสัมผัส ความงามเบื้องหน้าของพวกเรา มันไม่สามารถบรรยายได้เลย


ความงามของธรรมชาติเบื้องหน้าเรา


แสงอาทิตย์ที่เฉิดฉาย มอบทั้งความอบอุ่น และชีวิตให้เรา เสียงนกร้องรอบตัว ย้ำเตือนให้เราเห็นความสำคัญของชีวิต ความเข้าอกเข้าใจ ความเห็นใจ ความเมตตาต่อซึ่งกันและกัน


เวลาผ่านไปไม่นาน โลกก็หมุนพาให้เราต้องจากดวงอาทิตย์ไปจนกว่าเราจะเจอกันใหม่ในตอนเช้า


ดวงอาทิตย์ร่ำลา ความหนาวเย็นก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเป็นธรรมดา


ทุกคนเริ่มทยอยไต่ลงจากยอดเขา กลับไปที่จุดกางเต้นท์ระยะทางประมาณ 600 ม.


ถึงเต้นท์เราอุ่นอาหารที่เตรียมมา ต้มน้ำร้อนแจกจ่ายกันเพื่อเพิ่มความอบอุ่น นั่งคุยกันถึงเรื่องราวที่พบเจอระหว่างทาง และเข้าพักผ่อนภายใต้ถุงนอนที่เราหวังว่า เค้าคงจะช่วยให้เรารอดพ้นจากความหนาวในค่ำคืนนี้ไปได้


เวลาประมาณ ตีสอง อาหารที่กินเข้าไปทำให้เราถึงกับต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกัน อุณหภูมิตอนนี้ประมาณ 4 องศา การขับถ่ายที่นี้ถูกควบคุมไว้ ด้วยความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนทางชีวภาพต่างๆ เราจึงต้องทำทุกอย่างใส่ถุงพลาสติก 


นอนกันได้อีกไม่นานเท่าไหร่ เราก็ตื่นกันขึ้นมาเพื่อขอไปชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้น บนยอดเขากันอีกสักครั้งระหว่างทางเราได้เจอ น้ำค้างแข็ง จากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างมากในช่วงรุ่งเช้า


แสงเริ่มฉายขึ้นมาบนเส้นขอบฟ้า เราไต่เชือกเส้นเดียวกับเมื่อวาน ผ่านทางลาดชัน แต่ความรู้สึกกลับแตกต่างกัน เวลาเปลี่ยนอะไรๆก็คงเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือไม่


โลกหมุนพาพระอาทิตย์มาโผล่ตรงเส้นขอบฟ้าพระจันทร์กำลังจะลับลาไป คงเป็นเรื่องของการโคจร ที่ทำให้ทุกสรรพชีวิตพบเจอและจากกัน


จากจุดนี้ มองไปไกลๆเทือกเขาทางด้านซ้าย ก็คือดอยอินทนนท์


ขอบคุณธรรมชาติในวันนี้ ช่างเป็นวันที่งดงามและน่าจดจำ


สวยงาม และน่าตื่นตายิ่งนัก


แสงแดดเริ่มสาดส่องมา เสียงนกน้อยที่ออกจากรังมาหากินก็ดังขึ้นเรื่อยๆ


เมื่อถึงเวลาเราก็ต้องเดินทาง เราเริ่มไต่เชือกกลับมาที่เต้นท์เพื่อเก็บของ เตรียมเดินทางกลับไปสู่โลกของเราและทิ้งสวรรค์แห่งนี้ไว้เบื้องหลัง


เราเริ่มเดินกลับไปที่เด่นหญ้าขัด เพื่อไปขึ้นรถกลับไปที่ที่ทำการอุทยาน


ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.เศษเราก็มาถึง จุดที่เราเริ่มเดินในตอนแรก


หลังจากนั่งรถกลับมาประมาณ 1 ชม.เราก็มาถึงที่ทำการอุทยาน ทำการตรวจนับขยะของเรา อาบน้ำ แล้วขับรถอีกประมาณ 10 ชั่วโมงเพื่อกลับไปสู่โลกของเราอีกครั้ง


สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ เชียงดาวนับเป็นที่ที่สวยที่สุดที่ผมได้สัมผัสและพบเจอในการเดินป่า ของผม เป็นความทรงจำที่ซาบซึ้งและงดงามที่คงไม่ลืมเลือน
ชื่อสินค้า:   เชียงดาว
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่