เหมาะมาก คนหลังเกษียณควรอ่าน
ข้อคิดที่ดีมาก ขอให้อ่านช้าๆทีละข้อๆแล้วคิดตาม .
*** บทแปลข้อคิดจากท่าน
จูหยงจี(朱鎔基)อดีตนายกรัฐมนตรีจีน
ผู้ได้เกษียณอายุราชการมามากกว่า 10 ปี
มีผู้มาขอสัมภาษณ์ท่านว่าด้วยการปฎิบัติตน ทั้งหมดมี 10 ประการด้วยกัน ดังนี้ คือ : -
1. การที่คุณมีอายุมากไม่ได้แปลว่าคุณจะดีเด่นหรือควรได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น
๐ หมายความว่า ในใจคุณเอง อย่าไปตั้งเงื่อนไขอะไรมากมายในเรื่องราวต่างๆ ทั้งหลายว่า 'อะไรควร' และ 'อะไรไม่ควร'
๐ (ยกตัวอย่างเช่น) หากมีคนเรียกคุณว่า 'ตาแก่' (老头儿/เหล่าโถวเอ๋อ/เหล่าเถ่ายี๊) ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร และ
๐ หากมีคนเรียกคุณว่า 'คุณตา' (老先生/เหล่าเซียนเซิง/เหล่าซิงเเซ) ก็แค่แปลว่าคนเรียกนั้นมีพื้นฐานมาจากการอบรมบ่มเพาะที่ดี
๐ หรือ หากมีใครลุกขึ้นให้คุณนั่ง คุณจะต้องขอบคุณเขา เพราะนั่นแปลว่าคุณโชคดีที่ได้เจอคนมีน้ำใจ
2. (โปรดตะหนักไว้ในใจตัวเองว่า) ไม่ใช่ทุกคนยินดีที่จะฟัง 'เรื่องราวในอดีต' ของคุณ (想当年/เสี่ยงตังเหนียน/เซี่ยตึงนี้/เรื่องราวในอดีต)
๐ ยุคปัจจุบันไม่ใช่ยุคสมัยที่ผู้คนจะมา 'หวนรำลึกถึงอดีตอันขมขื่นและมัวขอบคุณปัจจุบันที่หอมหวน' (忆苦思甜/อี้ขู่ซือเถียน/อี้โข่วซือเตี๊ยม)
๐ ไม่มีใครสนใจเกียรติประวัติหรือความล้มเหลวที่ผ่านมาของคุณหรอก
๐ ยุคสมัยได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว : --
* ผักหญ้าตามป่าเขาที่ครั้งหนึ่งคุณเคยกล้ำกลืนให้ลงคอเพื่อประทังชีวิตในยามยากในยุคของคุณนั้น บัดนี้ได้กลับกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีราคาแพง
* การทุ่มแรงกายแรงใจของคุณลงในการถางป่าถอนพงในยุคที่คุณต้องดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีวิตให้รอด บัดนี้อาจถูกมองว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม
๐ ดังนั้น ผมขอเตือนคุณว่า เวลาที่คุณจะเล่าเรื่องในอดีตของคุณๆ ควรจะเล่า 'แต่พองาม' หรือแค่ 'หอมปากหอมคอ' (适可而止/เซ่อเข่อเอ๋อจื่อ/เสกข้อยื่อจี้) ก็พอ
3. อย่าพยายามก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวตัวเอง
๐ (พึงระลึกไว้เสมอว่า) เรื่องการศึกษาและการอบรมสั่งสอนหลานๆ เป็นธุระของลูกชายและลูกสาวที่เป็นพ่อและแม่ของหลานๆของคุณ และไม่ใช่หน้าที่ของคุณ
๐ ถ้ายังร่วมอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับลูกๆ คุณต้องจำไว้ว่า อย่าทำตัวจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่นอย่างเด็ดขาด
* ต้องพยายามทำตัวเหมือนเป็นที่ปรึกษา กล่าวคือ คุณพร้อมที่จะให้คำปรึกษาอย่างดีและเต็มที่ แต่คุณจะไม่ทำเกินหน้าที่หรือทำผิดบทบาทหน้าที่
๐ หากเป็นเรื่อง (หารือเรื่อง) สำคัญภายในครอบครัว คุณอาจแสดงความคิดเห็นของคุณบ้าง (แม้จะไม่ได้รับการร้องขอ) เเต่ไม่ควรยืนกรานหรือย้ำเน้นอย่างเอาเป็นเอาตาย (计较/จี้เจี้ยว/โกยก่า) ว่าความคิดเห็นที่แสดงออกมาของตนนั้นจะต้องถูกนำไปปฎิบัติตาม
4. พึงระลึกไว้ว่า ตารางชีวิตของคนหนุ่มคนสาวมักจะยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก
๐ ดังนั้น เวลาที่คุณเกิดคิดถึงลูกๆขึ้นมา สิ่งที่คุณอาจทำได้คือ คุณอาจยกหูโทรศัพท์ๆไปหาเขา ไปคุยกับเขาได้บ้าง
๐ ในทำนองเดียวกัน ก็มีจังหวะที่ลูกๆ ของคุณอาจคิดถึงคุณเหมือนกัน แต่เขาอาจงานยุ่งมากจนหาเวลาโทรศัพท์มาหาคุณ (เพื่อถามทุกข์สุข)ไม่ได้เหมือนกัน
๐ จำนะจำ ถ้าคุณมาเสียอารมณ์และบ่นพรึมพรำกับเรื่องแบบนี้ มันมีแต่รังจะทำให้ 'เสียความรู้สึกต่อกันทั้ง 2 ฝ่าย' (两败俱傷/เหลี่ยงป้ายจวี้ซัง/เลียงป่ายกู่เซีย)
๐ หากลูกๆ มาเยี่ยมคุณๆ อย่าพยายามสรรหาเหตุผลเพื่อดึงรั้งให้เขาพักอยู่กับคุณ (สักวัน 2 วัน เป็นต้น) ให้ได้
๐ (อย่าลืมที่ผมบอก: ลูกๆ จะมีงานราษฎร์งานหลวง, ธุรกรรมและเรื่องจิปาถะมากมายไปหมด) การที่พวกเขาอุตส่าห์เจียดเวลามาเยี่ยมคุณแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็เป็นเรื่องดีมากแล้ว มิใช่หรือ?
๐ ถ้าหากคุณดันทุรันจะรั้งเขาอยู่ให้ได้ และทำให้เขารู้สึกอึดอัด ก็เชื่อว่าต่อไปจะหวังให้เขาหาเวลามาเยี่ยมเยียนคุณคงยากขึ้น
5. อย่ามัวคาดหวังการตอบแทน (บุญคุณ) จากผู้อื่นในเรื่องที่คุณอยากทำเอง
๐ คุณต้องห้ามมิให้ตัวเองทำตัวเป็นคนลำเลิกบุญคุณ
๐ คุณลองกลับลำดับคำพูดจีนที่ว่า 'เคารพผู้อาวุโสและรักใคร่เยาวชน' (尊老爱幼/จุนเหล่าไอ้อิ้ว/จุงเล่าอ่ายอิ่ว) มาเป็น 'รักใคร่เยาวชนและเคารพผู้อาวุโส' (爱幼尊老/ไอ้อิ้วจุนเหล่า/ไออิ่วจุงเล่า)
* หมายความว่า ลองให้ความสำคัญให้กับ 'เยาวชน' มากกว่า 'ผู้อาวุโส' ดู เพราะ (สัจธรรมชีวิตคือ) 'สุริยันยามอรุณรุ่งย่อมสดใสสวยงามกว่าอาทิตย์อัสดง' (朝阳总比夕阳更美好/เจาหยางจ๋งปี่ซีหยางเกิ้งเหมยห่าว/เจียวเอี๊ยงจงปีเซกเอี๊ยงเกงหมุยห้อ)
๐ จงจำไว้ : คุณต้องห้ามคิดอยากได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับสิ่งของหรือเรื่องราวที่คุณได้เคยอุทิศ, เคยทำ หรือเคยให้คนอื่น มิฉะนั้นแล้ว มันรังแต่ทำให้ 'ผู้(เคย) รับ (สิ่งของ, ความช่วยเหลือ, บุญคุณ) จากคุณ พลอยรู้สึกอึดอัดไปด้วย'
6. อย่าแม้แต่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงผู้อื่น
๐ การที่น้องหนูข้างบ้านนุ่มกระโปรงแสนสั้น และสวมแค่ถุงน่องออกจากบ้านท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาวในฤดูหนาว เป็นความพอใจของเขา
๐ การที่คู่ชีวิตคุณไม่เก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง ทิ้งๆขว้างๆนั้น มันเป็นความเคยชินเคยและเคยตัวที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลานานแล้ว
๐ ว่าไปแล้ว ตัวคุณเองก็มีปมที่คุณเปลี่ยนแปลงยากเหมือนกัน
๐ ดังนั้น การที่คุณคาดหวังจะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมุมมองและลองหัดอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะการอยู่ร่วมกันแบบนี้ย่อมดีกว่าการชี้นิ้ววงการให้คนอื่นทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ อีกทั้งทำให้คนอยู่ด้วยสบายใจ
7. ต้องหัดเป็นคนสปอร์ต/ใจกว้าง/สง่า (大度/ต้าตู้/ไต่โต่ว)
๐ ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากหรือน้อยก็ตาม เมื่อลูกๆ มีน้ำใจซื้อของมาให้คุณแสดงความกตัญญู คุณต้องรู้จักพูดคำว่า 'ขอบใจนะ ลูก'
๐ ในขณะเดียวกัน คุณต้องมีสติและรู้จักใช้ปัญญาในการบริหารเบี้ยเลี้ยงชีพของคุณ นำไปใช้ในทางที่สมเหตุสมผลและเหมาะควรเช่นกัน
๐ เงินที่ต้องใช้จ่ายก็อย่าได้ตระหนี่
๐ คุณสมควรนำเงิน (ที่อุตส่าห์พยายามหามามาตลอดชีวิต) ไปทางที่เหมาะควรอย่างสปอร์ต ดีกว่าตัวตายแล้วยังมีเงินที่ยังเหลืออยู่มากมาย
๐ แน่นอน คุณก็ไม่ควรผลาญเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตไปอย่างฉับพลัน เพราะมันไม่ฉลาดเลยที่จะอ้าปากขอเงินใช้จากลูกๆ ตอนที่เงินของตัวเองหมดเกลี้ยงแล้วแต่ชีวิตยังอยู่
8. (จงระลึกไว้ว่า) ภาพพจน์คนเรานั้นมีความสำคัญ
๐ คุณจะเกียจคร้านหน่อยเมื่อคุณแก่ตัวลงย่อมได้
๐ แต่คุณต้องไม่ๆๆๆๆ เกียจคร้านในการแต่งเนื้อแต่งตัว; คุณต้องไม่เกียจคร้านในการดูแลสุขภาวะและการอนามัยในร่างกายของตัวคุณ เนื่องจาก : -
* หากคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัว, ทำตัวสกปรกซกมก (邋邋遢遢/ล่าล่าท่าท่า/หละละถะทะ) มันส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของครอบครัวของคุณ
* คุณต้องสำเนียกว่า การปรากฏกายที่สะอาดของคุณไม่เฉพาะเป็นเรื่องส่วนบุคคลของคุณเท่านั้น หากมันเป็นภาพพจน์ครอบครัวและหน้าตาของลูกๆ หลานๆ ของคุณด้วย
๐ เรื่องภาพลักษณ์และหน้าตา คุณอาจไม่แคร์ แต่คนจำนวนมากแคร์
9. คุณต้องเรียนรู้ที่จะ 'ตัด, สละ และจาก' (จากสิ่งที่รักหรือครอบครองอยู่) (断,舍,离/ต้วน, เซ่อ, หลี/ต๋วง, เสี่ย, ลี้)
๐ อย่าเก่งแต่สะสมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในบ้าน ทำให้บ้านเป็นเหมือนร้านขายของเก่าหรือร้านโชวห่วย
๐ ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำคือ : 1) รีบทำการกำจัดสิ่งของหรือของสะสมที่ไร้ประโยชน์; 2) ของที่ยังเป็นประโยชน์ ให้จัดให้อยู่ให้ถูกที่ถูกทาง
* หากไม่แล้ว ยิ่งสั่งสมสะสมอย่างไม่หยุดหย่อนและไม่มีระเบียบ จะทำให้การบริหารจัดการในอนาคตยุ่งยากมากขึ้น
10. (ต้องถือทักษะว่า) ตัวเองจะต้องอยู่อย่าง 'เป็นไท' (独立/ตู๋ลี่/ตกลิบ) พร้อมๆ ไปกับ 'การคบหาเพื่อนใหม่ๆ'
๐ อย่าคิดแต่พึ่งพิงลูกๆ ที่จะมาเป็นเพื่อนแก้เหงา
๐ ทุกครอบครัวล้วนอยากให้ลูกๆ เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ปีกกล้าขาแข็งแล้วสามารถออกไปสร้างเนื้อสร้างตัว (放飞/ฝ้างเฟย/ปางปวย) ได้
* คุณก็เหมือนกัน คุณก็ปรารถนาต้องการให้ลูกๆ ของคุณออกจากอ้อมอกของคุณ ออกไปต่อสู้ในโลกภายนอก จนสามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้
** ดังนั้น คุณต้องแยอมรับความจริง และเผชิญกับความว้าเหว่ที่ตามมาอย่างหาญกล้า (จงอย่ามุ่งหวังรอคอยคาดหวังให้ลูกๆ มาเยี่ยมหาคุณได้ถี่บ่อย)
๐ คุณควรต้องเปิดใจกว้าง เปิดใจคบหาและมีเพื่อนใหม่ๆ
* และการคบหาเพื่อนใหม่ๆ เท่ากับการ 'สะสมคลังแห่งมิตรภาพ' (储蓄友谊/ฉูซวี่อิ่วอี๋/ถู่ชกอิ๋วงี๊) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้อาวุโสควรลุกขึ้นและรีบทำ
๐ หากคุณมี 'คลังเพื่อน' และเมื่อถึงเวลาตอนที่คุณเดินเหินไม่สะดวกอีกต่อไปแล้วนั้น คุณยังคงสามารถยกหูโทรศัพท์ หาเพื่อนๆ, สนทนาปราศรัย เเละเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องราวต่างๆ กับพวกเขาได้
..................
๐ ข้อคิดข้อเตือนใจจากท่านนายกรัฐมนตรี 朱鎔基 (จูหยงจี/จูหย่งกี) ช่างมีคุณค่ายิ่งนัก
แชร์ต่อ โดย ดร.สิทธิชัย เครือวุฒิกุล
* ขอให้ท่านแบ่งปันไปยังในกลุ่มเพื่อนๆ ของท่าน เชื่อว่า คนที่ได้รับจะต้องรู้สึกขอบคุณท่านอย่างแน่นอน
Cr. Vudhichai Pornpiriyakulchai
แก่ Landslide
*** บทแปลข้อคิดจากท่าน
จูหยงจี(朱鎔基)อดีตนายกรัฐมนตรีจีน
ผู้ได้เกษียณอายุราชการมามากกว่า 10 ปี
มีผู้มาขอสัมภาษณ์ท่านว่าด้วยการปฎิบัติตน ทั้งหมดมี 10 ประการด้วยกัน ดังนี้ คือ : -
1. การที่คุณมีอายุมากไม่ได้แปลว่าคุณจะดีเด่นหรือควรได้รับอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น
๐ หมายความว่า ในใจคุณเอง อย่าไปตั้งเงื่อนไขอะไรมากมายในเรื่องราวต่างๆ ทั้งหลายว่า 'อะไรควร' และ 'อะไรไม่ควร'
๐ (ยกตัวอย่างเช่น) หากมีคนเรียกคุณว่า 'ตาแก่' (老头儿/เหล่าโถวเอ๋อ/เหล่าเถ่ายี๊) ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร และ
๐ หากมีคนเรียกคุณว่า 'คุณตา' (老先生/เหล่าเซียนเซิง/เหล่าซิงเเซ) ก็แค่แปลว่าคนเรียกนั้นมีพื้นฐานมาจากการอบรมบ่มเพาะที่ดี
๐ หรือ หากมีใครลุกขึ้นให้คุณนั่ง คุณจะต้องขอบคุณเขา เพราะนั่นแปลว่าคุณโชคดีที่ได้เจอคนมีน้ำใจ
2. (โปรดตะหนักไว้ในใจตัวเองว่า) ไม่ใช่ทุกคนยินดีที่จะฟัง 'เรื่องราวในอดีต' ของคุณ (想当年/เสี่ยงตังเหนียน/เซี่ยตึงนี้/เรื่องราวในอดีต)
๐ ยุคปัจจุบันไม่ใช่ยุคสมัยที่ผู้คนจะมา 'หวนรำลึกถึงอดีตอันขมขื่นและมัวขอบคุณปัจจุบันที่หอมหวน' (忆苦思甜/อี้ขู่ซือเถียน/อี้โข่วซือเตี๊ยม)
๐ ไม่มีใครสนใจเกียรติประวัติหรือความล้มเหลวที่ผ่านมาของคุณหรอก
๐ ยุคสมัยได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว : --
* ผักหญ้าตามป่าเขาที่ครั้งหนึ่งคุณเคยกล้ำกลืนให้ลงคอเพื่อประทังชีวิตในยามยากในยุคของคุณนั้น บัดนี้ได้กลับกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีราคาแพง
* การทุ่มแรงกายแรงใจของคุณลงในการถางป่าถอนพงในยุคที่คุณต้องดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีวิตให้รอด บัดนี้อาจถูกมองว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม
๐ ดังนั้น ผมขอเตือนคุณว่า เวลาที่คุณจะเล่าเรื่องในอดีตของคุณๆ ควรจะเล่า 'แต่พองาม' หรือแค่ 'หอมปากหอมคอ' (适可而止/เซ่อเข่อเอ๋อจื่อ/เสกข้อยื่อจี้) ก็พอ
3. อย่าพยายามก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวตัวเอง
๐ (พึงระลึกไว้เสมอว่า) เรื่องการศึกษาและการอบรมสั่งสอนหลานๆ เป็นธุระของลูกชายและลูกสาวที่เป็นพ่อและแม่ของหลานๆของคุณ และไม่ใช่หน้าที่ของคุณ
๐ ถ้ายังร่วมอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับลูกๆ คุณต้องจำไว้ว่า อย่าทำตัวจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่นอย่างเด็ดขาด
* ต้องพยายามทำตัวเหมือนเป็นที่ปรึกษา กล่าวคือ คุณพร้อมที่จะให้คำปรึกษาอย่างดีและเต็มที่ แต่คุณจะไม่ทำเกินหน้าที่หรือทำผิดบทบาทหน้าที่
๐ หากเป็นเรื่อง (หารือเรื่อง) สำคัญภายในครอบครัว คุณอาจแสดงความคิดเห็นของคุณบ้าง (แม้จะไม่ได้รับการร้องขอ) เเต่ไม่ควรยืนกรานหรือย้ำเน้นอย่างเอาเป็นเอาตาย (计较/จี้เจี้ยว/โกยก่า) ว่าความคิดเห็นที่แสดงออกมาของตนนั้นจะต้องถูกนำไปปฎิบัติตาม
4. พึงระลึกไว้ว่า ตารางชีวิตของคนหนุ่มคนสาวมักจะยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก
๐ ดังนั้น เวลาที่คุณเกิดคิดถึงลูกๆขึ้นมา สิ่งที่คุณอาจทำได้คือ คุณอาจยกหูโทรศัพท์ๆไปหาเขา ไปคุยกับเขาได้บ้าง
๐ ในทำนองเดียวกัน ก็มีจังหวะที่ลูกๆ ของคุณอาจคิดถึงคุณเหมือนกัน แต่เขาอาจงานยุ่งมากจนหาเวลาโทรศัพท์มาหาคุณ (เพื่อถามทุกข์สุข)ไม่ได้เหมือนกัน
๐ จำนะจำ ถ้าคุณมาเสียอารมณ์และบ่นพรึมพรำกับเรื่องแบบนี้ มันมีแต่รังจะทำให้ 'เสียความรู้สึกต่อกันทั้ง 2 ฝ่าย' (两败俱傷/เหลี่ยงป้ายจวี้ซัง/เลียงป่ายกู่เซีย)
๐ หากลูกๆ มาเยี่ยมคุณๆ อย่าพยายามสรรหาเหตุผลเพื่อดึงรั้งให้เขาพักอยู่กับคุณ (สักวัน 2 วัน เป็นต้น) ให้ได้
๐ (อย่าลืมที่ผมบอก: ลูกๆ จะมีงานราษฎร์งานหลวง, ธุรกรรมและเรื่องจิปาถะมากมายไปหมด) การที่พวกเขาอุตส่าห์เจียดเวลามาเยี่ยมคุณแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็เป็นเรื่องดีมากแล้ว มิใช่หรือ?
๐ ถ้าหากคุณดันทุรันจะรั้งเขาอยู่ให้ได้ และทำให้เขารู้สึกอึดอัด ก็เชื่อว่าต่อไปจะหวังให้เขาหาเวลามาเยี่ยมเยียนคุณคงยากขึ้น
5. อย่ามัวคาดหวังการตอบแทน (บุญคุณ) จากผู้อื่นในเรื่องที่คุณอยากทำเอง
๐ คุณต้องห้ามมิให้ตัวเองทำตัวเป็นคนลำเลิกบุญคุณ
๐ คุณลองกลับลำดับคำพูดจีนที่ว่า 'เคารพผู้อาวุโสและรักใคร่เยาวชน' (尊老爱幼/จุนเหล่าไอ้อิ้ว/จุงเล่าอ่ายอิ่ว) มาเป็น 'รักใคร่เยาวชนและเคารพผู้อาวุโส' (爱幼尊老/ไอ้อิ้วจุนเหล่า/ไออิ่วจุงเล่า)
* หมายความว่า ลองให้ความสำคัญให้กับ 'เยาวชน' มากกว่า 'ผู้อาวุโส' ดู เพราะ (สัจธรรมชีวิตคือ) 'สุริยันยามอรุณรุ่งย่อมสดใสสวยงามกว่าอาทิตย์อัสดง' (朝阳总比夕阳更美好/เจาหยางจ๋งปี่ซีหยางเกิ้งเหมยห่าว/เจียวเอี๊ยงจงปีเซกเอี๊ยงเกงหมุยห้อ)
๐ จงจำไว้ : คุณต้องห้ามคิดอยากได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับสิ่งของหรือเรื่องราวที่คุณได้เคยอุทิศ, เคยทำ หรือเคยให้คนอื่น มิฉะนั้นแล้ว มันรังแต่ทำให้ 'ผู้(เคย) รับ (สิ่งของ, ความช่วยเหลือ, บุญคุณ) จากคุณ พลอยรู้สึกอึดอัดไปด้วย'
6. อย่าแม้แต่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงผู้อื่น
๐ การที่น้องหนูข้างบ้านนุ่มกระโปรงแสนสั้น และสวมแค่ถุงน่องออกจากบ้านท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาวในฤดูหนาว เป็นความพอใจของเขา
๐ การที่คู่ชีวิตคุณไม่เก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง ทิ้งๆขว้างๆนั้น มันเป็นความเคยชินเคยและเคยตัวที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลานานแล้ว
๐ ว่าไปแล้ว ตัวคุณเองก็มีปมที่คุณเปลี่ยนแปลงยากเหมือนกัน
๐ ดังนั้น การที่คุณคาดหวังจะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมุมมองและลองหัดอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะการอยู่ร่วมกันแบบนี้ย่อมดีกว่าการชี้นิ้ววงการให้คนอื่นทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ อีกทั้งทำให้คนอยู่ด้วยสบายใจ
7. ต้องหัดเป็นคนสปอร์ต/ใจกว้าง/สง่า (大度/ต้าตู้/ไต่โต่ว)
๐ ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากหรือน้อยก็ตาม เมื่อลูกๆ มีน้ำใจซื้อของมาให้คุณแสดงความกตัญญู คุณต้องรู้จักพูดคำว่า 'ขอบใจนะ ลูก'
๐ ในขณะเดียวกัน คุณต้องมีสติและรู้จักใช้ปัญญาในการบริหารเบี้ยเลี้ยงชีพของคุณ นำไปใช้ในทางที่สมเหตุสมผลและเหมาะควรเช่นกัน
๐ เงินที่ต้องใช้จ่ายก็อย่าได้ตระหนี่
๐ คุณสมควรนำเงิน (ที่อุตส่าห์พยายามหามามาตลอดชีวิต) ไปทางที่เหมาะควรอย่างสปอร์ต ดีกว่าตัวตายแล้วยังมีเงินที่ยังเหลืออยู่มากมาย
๐ แน่นอน คุณก็ไม่ควรผลาญเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตไปอย่างฉับพลัน เพราะมันไม่ฉลาดเลยที่จะอ้าปากขอเงินใช้จากลูกๆ ตอนที่เงินของตัวเองหมดเกลี้ยงแล้วแต่ชีวิตยังอยู่
8. (จงระลึกไว้ว่า) ภาพพจน์คนเรานั้นมีความสำคัญ
๐ คุณจะเกียจคร้านหน่อยเมื่อคุณแก่ตัวลงย่อมได้
๐ แต่คุณต้องไม่ๆๆๆๆ เกียจคร้านในการแต่งเนื้อแต่งตัว; คุณต้องไม่เกียจคร้านในการดูแลสุขภาวะและการอนามัยในร่างกายของตัวคุณ เนื่องจาก : -
* หากคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัว, ทำตัวสกปรกซกมก (邋邋遢遢/ล่าล่าท่าท่า/หละละถะทะ) มันส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของครอบครัวของคุณ
* คุณต้องสำเนียกว่า การปรากฏกายที่สะอาดของคุณไม่เฉพาะเป็นเรื่องส่วนบุคคลของคุณเท่านั้น หากมันเป็นภาพพจน์ครอบครัวและหน้าตาของลูกๆ หลานๆ ของคุณด้วย
๐ เรื่องภาพลักษณ์และหน้าตา คุณอาจไม่แคร์ แต่คนจำนวนมากแคร์
9. คุณต้องเรียนรู้ที่จะ 'ตัด, สละ และจาก' (จากสิ่งที่รักหรือครอบครองอยู่) (断,舍,离/ต้วน, เซ่อ, หลี/ต๋วง, เสี่ย, ลี้)
๐ อย่าเก่งแต่สะสมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในบ้าน ทำให้บ้านเป็นเหมือนร้านขายของเก่าหรือร้านโชวห่วย
๐ ดังนั้น สิ่งที่คุณควรทำคือ : 1) รีบทำการกำจัดสิ่งของหรือของสะสมที่ไร้ประโยชน์; 2) ของที่ยังเป็นประโยชน์ ให้จัดให้อยู่ให้ถูกที่ถูกทาง
* หากไม่แล้ว ยิ่งสั่งสมสะสมอย่างไม่หยุดหย่อนและไม่มีระเบียบ จะทำให้การบริหารจัดการในอนาคตยุ่งยากมากขึ้น
10. (ต้องถือทักษะว่า) ตัวเองจะต้องอยู่อย่าง 'เป็นไท' (独立/ตู๋ลี่/ตกลิบ) พร้อมๆ ไปกับ 'การคบหาเพื่อนใหม่ๆ'
๐ อย่าคิดแต่พึ่งพิงลูกๆ ที่จะมาเป็นเพื่อนแก้เหงา
๐ ทุกครอบครัวล้วนอยากให้ลูกๆ เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ปีกกล้าขาแข็งแล้วสามารถออกไปสร้างเนื้อสร้างตัว (放飞/ฝ้างเฟย/ปางปวย) ได้
* คุณก็เหมือนกัน คุณก็ปรารถนาต้องการให้ลูกๆ ของคุณออกจากอ้อมอกของคุณ ออกไปต่อสู้ในโลกภายนอก จนสามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้
** ดังนั้น คุณต้องแยอมรับความจริง และเผชิญกับความว้าเหว่ที่ตามมาอย่างหาญกล้า (จงอย่ามุ่งหวังรอคอยคาดหวังให้ลูกๆ มาเยี่ยมหาคุณได้ถี่บ่อย)
๐ คุณควรต้องเปิดใจกว้าง เปิดใจคบหาและมีเพื่อนใหม่ๆ
* และการคบหาเพื่อนใหม่ๆ เท่ากับการ 'สะสมคลังแห่งมิตรภาพ' (储蓄友谊/ฉูซวี่อิ่วอี๋/ถู่ชกอิ๋วงี๊) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้อาวุโสควรลุกขึ้นและรีบทำ
๐ หากคุณมี 'คลังเพื่อน' และเมื่อถึงเวลาตอนที่คุณเดินเหินไม่สะดวกอีกต่อไปแล้วนั้น คุณยังคงสามารถยกหูโทรศัพท์ หาเพื่อนๆ, สนทนาปราศรัย เเละเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องราวต่างๆ กับพวกเขาได้
..................
๐ ข้อคิดข้อเตือนใจจากท่านนายกรัฐมนตรี 朱鎔基 (จูหยงจี/จูหย่งกี) ช่างมีคุณค่ายิ่งนัก
แชร์ต่อ โดย ดร.สิทธิชัย เครือวุฒิกุล
* ขอให้ท่านแบ่งปันไปยังในกลุ่มเพื่อนๆ ของท่าน เชื่อว่า คนที่ได้รับจะต้องรู้สึกขอบคุณท่านอย่างแน่นอน
Cr. Vudhichai Pornpiriyakulchai