🇹🇭🌺มาลาริน🌺🇹🇭สธ.เผยยอดป่วย-ตาย"โควิด"ลดลง หลังปีใหม่รอประเมิน/หมอ ยง" เตือนเปิดประเทศ ต้องเข้มตรวจโควิด

สธ.เผยยอดป่วย-ตาย "โควิด" ลดลง ส่วนระบาดหลังปีใหม่ รอประเมิน 2 สัปดาห์


สธ.เผยสถานการณ์ "โควิด" ลดลง ส่วนการติดเชื้อในช่วงปีใหม่ ยังต้องติตดามประเมินสถานการณ์อีก 2 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนเพิ่ม 2 ล้านโดสสิ้นปี 2565 ทำได้ตามเป้า ส่วนวันที่ 5 ม.ค.เตรียมเคาะมาตรการรองรับทัวร์จีน หลังผ่านการประชุมระดับทีมวิชาการ

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย ว่า สัปดาห์นี้มีผู้ป่วยโควิด 19 ลดลง ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลงทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ป่วยที่ต้องนอน รพ. ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 10 ราย ลดลงจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนที่เฉลี่ยวันละ 15 ราย เตียงใน รพ. ต่างๆ มีมากขึ้นและได้ปรับไปรักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆ ต่อไปตามปกติ ขณะนี้การฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ตั้งเป้าไว้ว่า สิ้นปี 2565 จะฉีดเพิ่มให้ได้ 2 ล้านโดส ตอนนี้ก็ทำได้ตามเป้าหมาย ยอดฉีดวัคซีนสะสม 145 ล้านโดสกว่าๆ แล้ว

“ปัจจุบันสถานการณ์ถือว่าดี อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ ส่วนหลังช่วงปีใหม่ที่คนเดินทางเยอะ ทำกิจกรรมเยอะ จะต้องดูต่อไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ ทั้งนี้ โควิดเหมือนไข้หวัดใหญ่ขึ้นไปทุกที เราอยู่กับโควิดมา 4 ปีแล้ว สถานการณ์ต่างกับช่วงแรกมาก ตอนนี้ไทยเรามีกิจกรรมเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด แต่ยังไม่มีการระบาดรุนแรง สายพันธุ์ก็ดูเหมือนจะอ่อนลงเรื่อยๆ” นพ.โอภาส กล่าว

เมื่อถามว่าการประชุมรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะเดินทางเข้าไทยถึง 6 หมื่นคน วันที่ 5 ม.ค. สธ. จะเสนอมาตรการอะไร นพ.โอภาส กล่าวว่า กรมควบคุมโรคประชุมคณะกรรมการด้านวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2565 แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์มหาวิทยาลัย จะดูข้อมูลจากต่างประเทศที่เป็นทางการ นำมาพิจารณาให้เหมาะสมกับไทยมากที่สุด ซึ่งวันนี้จะมีการประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อยากให้ดูข้อมูลที่เป็นทางการที่เชื่อถือได้ เพื่อไม่ให้เกิดการวิตกกังวลมากเกินไป หลายๆ ประเทศก็ยังมีการติดเชื้อรายใหม่อยู่มาก ไม่ใช่เฉพาะจีน ขณะเดียวกันคนไทยก็เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ดังนั้น เรามีคณะทำงานติดตามข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินไป

https://mgronline.com/qol/detail/9660000000556

หมอ ยง" เตือนเปิดประเทศ ต้องเข้มตรวจโควิด ป้องกัน "สายพันธุ์ใหม่" ระบาดในไทย

หมอ ยง" เตือนเปิดประเทศ ต้องเข้มตรวจโควิด-19 เพื่อป้องกัน "สายพันธุ์ใหม่" ระบาดในไทยให้ช้าที่สุด

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง โควิด 19 การรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต3 มกราคม 2566) ว่า....👇

จากการศึกษา วิเคราะห์การระบาดของไวรัสโควิด 19 ตั้งแต่สายพันธุ์อังกฤษ หรือ อัลฟา สายพันธุ์เริ่มจากอังกฤษก่อนหลายเดือน ในปลายปี 2563 และถึงแม้ว่าเราปิดบ้านปิดเมือง มีการกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศถึง 14 วัน ในที่สุด สายพันธุ์นี้ก็มาระบาดในบ้านเราในเดือนมีนาคม 2564 เช่นเดียวกันกับสายพันธุ์เดลต้า จุดเริ่มต้นที่อินเดีย แล้วไประบาดในยุโรปและอเมริกา เข้าสู่ประเทศไทยหลังจากการระบาดในประเทศทางตะวันตก ขณะนั้นก็มีการกักตัวผู้เดินทางจากต่างประเทศ เช่นเดียวกัน

สายพันธุ์ โอมิครอน ก็เช่นเดียวกันเราเกิดหลังประเทศทางตะวันตกทั้งนั้น ขณะนี้บ้านเราเป็นสายพันธุ์ BA.2.75 ในขณะที่ยุโรปและอเมริกาได้ระบาดผ่านพ้นไปแล้ว และขณะนี้ทางอเมริกาและตะวันตกกำลังทั่วโลกมีแนวโน้มจะเข้าสู่สายพันธุ์ BQ.1, BQ.1.1 ซึ่งคาดว่าต่อไปของเราก็คงระบาดตามมา สายพันธุ์ดังกล่าวจะดื้อต่อภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น
 
ในขณะที่การระบาดในประเทศจีนขณะนี้ ยังเป็น BA.5 และลูกของ BA.5 คือ BF.7 ที่มีความคล้ายคลึงกับ BA.5 ที่เราได้ระบาดผ่านพ้นไปแล้ว หรือจีนตามหลังเรา คนไทยส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อจะมีภูมิต้านทานต่อตัวนี้แล้วเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ประเทศจีน โดยเฉพาะถ้ามีการระบาดในผู้ป่วยจำนวนมาก โอกาสจะเกิดสายพันธุ์ใหม่ก็จะเพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องตระหนักไว้ด้วย

จากเหตุผลตามสายพันธุ์ จะให้ตรวจหรือป้องกัน ขณะนี้เราควรป้องกันสายพันธุ์ BQ มากกว่า BA.5 ที่เราได้ระบาดผ่านพ้นไปแล้ว

ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ประเทศต้นทางที่น่าจะตรวจ เพื่อป้องกันสายพันธุ์ใหม่ของเรา ควรจะเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีในประเทศไทย เพื่อป้องกันการระบาดในประเทศไทยให้ช้าที่สุด
อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์ทั้งหมดก็ยังเป็น โอมิครอน ที่ความรุนแรงน้อย และทั่วโลกก็ยอมรับว่า สายพันธุ์นี้ยังระบาดอยู่ทั่วโลก

https://www.sanook.com/news/8720346/

ติดตามข่าวโควิดกันต่อนะคะ.....
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่