ต่อนะคะเพื่อนๆ

รอบนี้ เรามาเล่าประสบการณ์ชีวิตเราต่อนะคะ เพื่อนๆท่านไหนอ่านเสร็จแล้ว แนะนำเราได้เลยนะคะ 
หลังจากที่เราเริ่มหางานใหม่ เราได้สมัครไปขอไลฟ์สดของขายที่โกดังหนึ่ง ในจังหวัดค่ะ ช่วงแรกที่ไปทำ เรายังทำคู่กับงานเดิม ใช้เวลา11โมง ถึงบ่ายโมงไลฟ์สด ขายของค่ะ เราเข้าไปไม่คาดหวังอะไรเลยค่ะ ขอได้ทำดูก่อน ซึ่งเจ้าของร้านดีกับเรามากค่ะ สนับสนุนทุกอย่าง และช่วยทำไปพร้อมกับแฟนเจ้าของร้านค่ะ ช่วงแรกยังหาวิธีการทำหลายๆแบบ จนจบที่แอฟที่คนไทยกำลังนิยม ซึ่งบอกเลย เราเหมือนไปเป็นรุ่นแรกที่ลงตลาดไลฟ์สดของใช้ และพีคสุดคือ ขึ้นไลฟ์คนดูไม่ต่ำ 200 คน พีคสุด หลักพันคนต่อรอบไลฟ์ ไลฟ์ละ 1 ชม. 2 ครั้งในช่วงแรก อย่างที่บอกเราทำคู่กับงานเดิม และไปบ้างไม่ไปบ้าง จน1 เดือน แจ้งขอลาออก เพราะยอดขายพีคมาก เตะหลักล้าน ใน 40 วัน ไลฟ์ 1 ชม.ออเดอร์ก็เต็มแล้วค่ะ หลังจากนั้นเราได้ปรึกษาแม่ ว่าอยากได้คนมาช่วยงานไลฟ์ เพื่อสร้างยอดขายเพิ่ม และแบ่งเงินให้ เพราะขึ้นไลฟ์เตรียมของ ต้องมีคนช่วย 2 คน ซึ่งตรงนี้จะบอกว่าเราไม่ได้ทำประจำนะคะ ต่อให้ออกจากงานก็ตาม  เราได้เป็น% ซึ่งเราก็โอเค เพราะเรารู้สึกไว้ใจเจ้าของร้านมาก เพราะการช่วยเหลือของเขา จนเราได้พาทีมงานคนหนึ่งเข้าไปช่วยงาน และสอนขึ้นไลฟ์ บอกตรงนี้ว่า คนนี้เก่ง แค่ขัดเกลานิดหน่อยก็ทำได้ตามที่สอนไป เพราะเขาเคยไลฟ์สดหน้ากล้องมาก่อน แต่เปลี่ยนลักษณะการพูดเท่านั้น และนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้คิดว่าก่อน คือการโดนหักหลัง มันแย่มากที่สร้างคนๆหนึ่งขึ้นมา แล้วสุดท้ายมาหักหลังกัน โดยวิธีการใดก็แล้วแต่ เพื่อนๆคิดกันเอานะคะ เพราะความรู้สึกเวลาโดน มันบอกไม่ถูกจริงๆ ซึ่งที่พีคสุดคือ คนที่พามาทำงาน คือเป็นญาติ ที่อายุรุ่นเดียวกับเรา ก็คือเป็นเพื่อนกันได้เลย แต่เราไม่สนิท จนแม่แนะนำมาว่าคนนี้เก่ง และอยากลาออกจากงานพอดี เลยลองให้มาทำ นางก็คือไม่รอรีจ้า ลาออกจากงานนั้นเลย เพราะได้เงินที่มาทดลองงาน เราก็จ่ายให้ค่ะ จ่ายมากกว่าที่ทำด้วย จ่ายมากกว่าที่กำหนดกันไว้ทุกครั้ง เพื่อเป็นกำลังใจให้ นี้คือสิ่งที่คิดตลอดกับเขา แต่ตรงกันข้าม เขาไม่เคยเห็นค่ะ ตลกดีนะคะ ที่ไปเอ็นดูเขาจนตัวเองโดนถีบหัวส่ง มันไม่จบแค่การโดนทั้งหมดที่เล่ามานะคะ เพราะมีคนเสียผลประโยช์นจึงดิ้นที่จะทำร้ายเรา ก็คือร้านนั้นค่ะ หน้ามือ เป็นหลังตีนค่ะบอกเลย เห็นสันดานแล้ว บอกตัวเองว่าไม่น่าไปรู้จักคนพวกนี้เลย แต่อย่างว่า คนเรามักพูดดีเข้าตัวเอง ไม่มีใครพูดความจริงทั้งหมด ทุกฝ่ายรู้แก่ใจตัวเอง เราก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะคงไม่สู้เขาเรื่องเงิน ที่เขาจะเล่นเราทุกทาง ไม่จะมีหมายจากทนายความ และการกล่าวร้ายของฝั่งนั้น ซึ่งตอนแรกเราก็พร้อมบวก แต่พอมานั่งคิด มันไม่คุ้มค่ะ เราจึงหยุดทุกอย่าง และทำตามหมายคือลบข้อมูล การสร้างยอดอะไรต่างๆทิ้ง และเป็นโรคซึมเศร้าไป 1 เดือน ที่โคตรจะบ้าตาย เพื่อนอ่านมาถึงนี้ มีความคิดกับชีวิตเรายังไงบ้างคะ แนะนำได้ แต่อย่าแรงนะคะ เดี๋ยวมาต่อให้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่