สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 45
ไอดีใหม่ๆแบบนี้ชวนให้เข้าใจว่ามาตั้งกระทู้ล่อเป้านะครับคุณ 7357679
ส่วนตัวผมเห็นว่าที่ FETCO แย้งแล้วไม่มีน้ำหนักก็เพราะเหตุผลที่แย้งมันอ่อนมาก
แต่ยังไงก็มองว่าสาเหตุหลักๆที่เก็บภาษีขายก็ต้องการเม็ดเงินจากภาษีนั่นแหละ
ภาษีนี้เขาเก็บกันทั่วโลก (แม่นจะไม่ทุกประเทศ) แล้วก็ยกเว้นให้กับบางกลุ่มเช่นเดียวกับที่เราจะทำ
การไปแย้งว่าเก็บแล้วไม่คุ้ม เก็บแล้วเม็ดเงินจะไหลออกเขาถึงไม่ฟังมากกว่าครับ
เพราะจะไหลไปไหน ไหลไปเจอหนักกว่านี้ก็มี
และที่ว่าการยกเว้นเก็บภาษีขายบางกลุ่ม ทำให้ไม่เท่าเทียม มันก็ฟังไม่ขึ้นอีกครับ
เพราะในกลุ่มประเทศเจริญแล้วการจัดเก็บภาษี จะนิยมให้การยกเว้นแก่กลุ่ม Market Markers เช่น ฮ่องกง อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน
รวมถึงกลุ่มกองทุนรวม กองทุนบำนาญ กองทุนสวัสดิการ เช่น อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม ไอซ์แลนด์
เพื่อลดผลกระทบต่อการออมการลงทุนของประชาชนในวงกว้าง
และต่อการพัฒนาเชิงนวัตกรรมของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ
ทั้งนี้ ในกรณีของประเทศไทย นักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มทำธุรกรรมขายรวมกัน 12-17% ของมูลค่าขายทั้งหมดในตลาด (สถาบันในประเทศ 7% และ Market Markers 5-10%)
ดังนั้นการให้ยกเว้นภาษี (กลุ่มนี้) ต่อไปถือว่าคุ้มค่าหากเปรียบเทียบเม็ดเงินภาษีดังกล่าวกับผลประโยชน์ในวงกว้างต่อประชาชนและการพัฒนาศักยภาพของตลาดหุ้นไทยในระยะยาว
อ่านเหตุผลที่ขีดเส้นใต้แล้วอย่าหมั่นไส้ผมนะครับ
ผมไม่ได้เป็นคนเขียน แต่เป็นเหตุผลที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
ที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เป็นคนเขียนไว้เอง
https://www.prachachat.net/finance/news-953908
ดังนั้นเรื่องนี้ลึกๆแล้ว FETCO ก็เห็นด้วยว่าการยกเว้นภาษีขายให้กับบางกลุ่มนี้เป็นเรื่องเหมาะสม
จะไปแย้งให้มีน้ำหนักมันก็ยากครับ
ผมเองต่างหากที่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีขายหุ้น แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการยกเว้น
ดังนั้นกลุ่มคนที่ค้านแบบมีเหตุมีผลจริงๆเสียงมันแตกครับ
เพราะแม้นกระทั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลแบบคนละฝั่ง ดันอยากให้เก็บภาษีขายหนักกว่านี้ก็มี (ยกตัวอย่างคุณเศรษฐา ทวีสิน)
การเก็บภาษีขายครั้งนี้ผมเองเห็นใจชาวเดย์เทรดหลายท่านนะ
ดังนั้นผมจึงแสดงจุดยืนมาเสมอว่าผมเห็นด้วยกับการเก็บภาษีครั้งนี้
แต่ผมไม่พยายามโต้แย้งหรือชวนทะเลาะด้วย มีหลายท่านมาตอบกลับในความคิดเห็น ผมก็ไม่ชี้แจงอะไรครับ
ผมว่าเราต้องให้เกียรติกัน ถกเถียงกันไปก็เท่านั้น
เก็บมาผมก็จ่ายเท่านั้นเอง ใครจ่ายไม่ไหวก็เลิกไป
ภาษีขายตัวนี้มันได้รับการยกเว้นมาหลายสิบปีแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งมาคิดจะเก็บ
แต่ก่อนเก็บไม่ได้เพราะค่าคอมฯของโบรกสูงมากกว่านี้หลายเท่า ถ้าเก็บก็จะกระทบหนัก
ปัจจุบันค่าคอมฯถูกลงมาก การจัดเก็บภาษีขายในช่วงเวลานี้ผมจึงคิดว่าเหมาะสมแล้วครับ
ส่วนชาวเดย์เทรดจะลดลง จะหันไปประกอบอาชีพอื่นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจก็อาจเป็นผลดีต่อประเทศยิ่งขึ้นก็ได้ครับ
ส่วนตัวผมเห็นว่าที่ FETCO แย้งแล้วไม่มีน้ำหนักก็เพราะเหตุผลที่แย้งมันอ่อนมาก
แต่ยังไงก็มองว่าสาเหตุหลักๆที่เก็บภาษีขายก็ต้องการเม็ดเงินจากภาษีนั่นแหละ
ภาษีนี้เขาเก็บกันทั่วโลก (แม่นจะไม่ทุกประเทศ) แล้วก็ยกเว้นให้กับบางกลุ่มเช่นเดียวกับที่เราจะทำ
การไปแย้งว่าเก็บแล้วไม่คุ้ม เก็บแล้วเม็ดเงินจะไหลออกเขาถึงไม่ฟังมากกว่าครับ
เพราะจะไหลไปไหน ไหลไปเจอหนักกว่านี้ก็มี
และที่ว่าการยกเว้นเก็บภาษีขายบางกลุ่ม ทำให้ไม่เท่าเทียม มันก็ฟังไม่ขึ้นอีกครับ
เพราะในกลุ่มประเทศเจริญแล้วการจัดเก็บภาษี จะนิยมให้การยกเว้นแก่กลุ่ม Market Markers เช่น ฮ่องกง อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน
รวมถึงกลุ่มกองทุนรวม กองทุนบำนาญ กองทุนสวัสดิการ เช่น อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม ไอซ์แลนด์
เพื่อลดผลกระทบต่อการออมการลงทุนของประชาชนในวงกว้าง
และต่อการพัฒนาเชิงนวัตกรรมของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ
ทั้งนี้ ในกรณีของประเทศไทย นักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มทำธุรกรรมขายรวมกัน 12-17% ของมูลค่าขายทั้งหมดในตลาด (สถาบันในประเทศ 7% และ Market Markers 5-10%)
ดังนั้นการให้ยกเว้นภาษี (กลุ่มนี้) ต่อไปถือว่าคุ้มค่าหากเปรียบเทียบเม็ดเงินภาษีดังกล่าวกับผลประโยชน์ในวงกว้างต่อประชาชนและการพัฒนาศักยภาพของตลาดหุ้นไทยในระยะยาว
อ่านเหตุผลที่ขีดเส้นใต้แล้วอย่าหมั่นไส้ผมนะครับ
ผมไม่ได้เป็นคนเขียน แต่เป็นเหตุผลที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)
ที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้เป็นคนเขียนไว้เอง
https://www.prachachat.net/finance/news-953908
ดังนั้นเรื่องนี้ลึกๆแล้ว FETCO ก็เห็นด้วยว่าการยกเว้นภาษีขายให้กับบางกลุ่มนี้เป็นเรื่องเหมาะสม
จะไปแย้งให้มีน้ำหนักมันก็ยากครับ
ผมเองต่างหากที่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีขายหุ้น แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการยกเว้น
ดังนั้นกลุ่มคนที่ค้านแบบมีเหตุมีผลจริงๆเสียงมันแตกครับ
เพราะแม้นกระทั้งคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลแบบคนละฝั่ง ดันอยากให้เก็บภาษีขายหนักกว่านี้ก็มี (ยกตัวอย่างคุณเศรษฐา ทวีสิน)
การเก็บภาษีขายครั้งนี้ผมเองเห็นใจชาวเดย์เทรดหลายท่านนะ
ดังนั้นผมจึงแสดงจุดยืนมาเสมอว่าผมเห็นด้วยกับการเก็บภาษีครั้งนี้
แต่ผมไม่พยายามโต้แย้งหรือชวนทะเลาะด้วย มีหลายท่านมาตอบกลับในความคิดเห็น ผมก็ไม่ชี้แจงอะไรครับ
ผมว่าเราต้องให้เกียรติกัน ถกเถียงกันไปก็เท่านั้น
เก็บมาผมก็จ่ายเท่านั้นเอง ใครจ่ายไม่ไหวก็เลิกไป
ภาษีขายตัวนี้มันได้รับการยกเว้นมาหลายสิบปีแล้ว เขาไม่ได้เพิ่งมาคิดจะเก็บ
แต่ก่อนเก็บไม่ได้เพราะค่าคอมฯของโบรกสูงมากกว่านี้หลายเท่า ถ้าเก็บก็จะกระทบหนัก
ปัจจุบันค่าคอมฯถูกลงมาก การจัดเก็บภาษีขายในช่วงเวลานี้ผมจึงคิดว่าเหมาะสมแล้วครับ
ส่วนชาวเดย์เทรดจะลดลง จะหันไปประกอบอาชีพอื่นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจก็อาจเป็นผลดีต่อประเทศยิ่งขึ้นก็ได้ครับ
แสดงความคิดเห็น
กฎหมายภาษี ไม่มีอะไรเกินความคาดหมาย สิ่งที่ประชาชนไม่รู้ คือ รัฐบาลไม่ได้ต้องการเม็ดเงินจากภาษี ใครอ่านดีๆ จะรู้
จากรายงาน ทางการยังทราบผลกระทบด้วยว่า การจัดเก็บภาษี จะทำให้โวลุ่มเทรดจะลดลง 50-60% ซึ่งรับได้ แปลว่า เขาไม่ได้ต้องการรายได้จากภาษี และเขาทราบผลกระทบที่ประเมินไว้แล้วเป็นอย่างดี ไม่ใช่ไม่ทราบผลกระทบนี้
รายย่อยส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และคิดเอาเองว่า เขาไม่ทราบผลกระทบ
คิดและอ่านดีๆ จะเข้าใจ ทำไม ภาษีหุ้น จึงต้องเข็นออกมา ก็เพราะ คนอีก 95%ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ เขาไม่ต้องการ ตลาดรนี้ และมองว่า ตลาดนี้ไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตของเขา
ถามว่า ตลาดหุ้น จำเป็นกับคนทุกคนไหม คำตอบ มันคือไม่ใช่
ถามว่า จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ไหม คำตอบ มันคือ ไม่ใช่เหมือนกัน
ถามว่า กระทบต่อรายย่อยทุกคนไหม คำตอบ ก็คือ ไม่ใช่อีก
ถามว่า กระทบต่อ โบรก ไหม คำตอบ คือ กระทบมาก แต่โบรก ไม่หือไม่อืออะไรเลย มันแปลว่าอะไร ???
พวกคุณคิดว่า โบรกบ้านเรา รู้ดีไหม สำหรับเรื่องกฎระเบียบทางภาษีเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว คำตอบ คือ รู้ดีมาก นั่นคือเหตุผลที่ทำไม ถึงไม่หือไม่อือ ก็เพราะมันหือมันอือไม่ได้นั่นเอง
ฝากไปให้คิด พิจารณา แล้วจะทราบเอง