🌷เรื่องสั้นจากนักเขียนสมัครเล่น🌷
17 ปีที่แล้ว ประมาณกลางปี 2005 ผมได้เจอกับผู้หญิงคนนึงที่โรงอาหารของโรงงานที่ผมเข้าไปทำงานอยู่ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน
วันนั้นจำได้ว่าเธอน่าจะเพิ่งเข้ามาสัมภาษณ์งานเพราะในมือเธอถือแฟ้มที่มีเอกสารการสมัครงานอยู่ เธอเป็นคนน่ารักและผมชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอ แล้วด้วยโชคชะตานำพา ทำให้เราได้มาร่วมงานกันในโปรเจ็คเดียวกัน เราเริ่มสนิทกันเรื่อยๆผมเริ่มจีบเธอโดยการชวนเธอไปกินข้าวแถวบางปูสมุทรปราการ ครั้งแรกที่ไปกินข้าวกันผมดันลืมกดเงินไป เลยต้องให้เธอช่วยหารค่าข้าวมื้อนั้น วันนั้นผมเองก็อายมาก แล้วจากนั้นเราก็เริ่มชวนกันไปกินข้าวไปดูหนังกันบ่อยครั้ง มีอยู่ครั้งนึงผมนัดเธอกินข้าวที่ร้าน S&P ที่สยาม แต่ด้วยความหิวผมไปถึงร้านก่อน จึงได้สั่งอาหารมากินก่อน พอเธอมาถึงเธอก็งงว่าทำไมไม่รอ แต่ผมก็สั่งมาเพิ่มแล้วยังกินต่อกับเธออีก
เราเริ่มคบกัน ไปเที่ยวด้วยกันหลายที่ มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวลาวกันกับน้องๆที่ทำงาน ตอนนั้นเราเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค ซึ่งการเดินทางค่อนข้างยากลำบากมากตอนนั่งรถในฝั่งประเทศลาวต้องนั่งรถบัสร้อนๆไปร่วมสิบกว่าชั่วโมงจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบาง เนื่องจากเธอมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างดีกว่าผม ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอเคยต้องมาลำบากในการใช้ชีวิตหรือเดินทางแบบนี้หรือไม่ แต่เธอก็อดทนนั่งจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบางกับผมและทำให้ผมรักเธอมากขึ้นอีก
มีอยู่ครั้งนึงเราอยู่ที่คอนโดชั้น7แล้วคอนโดที่เราอยู่เกิดไฟใหม้ที่ชั้น2 เวลาที่ไฟไหม้นั้นเป็นเวลาตีสี่ ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าเราสองคนจะเป็นอะไรไปเพราะเราไม่รู้ว่าไฟไหม้เยอะแค่ไหน แต่เรารู้ว่าตอนแรกที่จะลงจากคอนโด ความร้อนที่เกิดจากไฟมันร้อนมากทำให้เราออกจากตึกไม่ได้ ตอนนั้นเราสับสนมากว่าจะทำยังไงต่อดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้เป็นประสบการณ์เชียดตายกันครั้งแรก และตอนเช้ามาในโพรงจมูกเราก็เต็มไปด้วยเขม่าสีดำจากควันไฟ
หลังจากเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาได้เข้าปีที่ 3 สุดท้ายผมก็ตัดสินใจขอเธอแต่งงานในปี 2008
ผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่ได้แต่งานกับเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ได้ไปเที่ยวกันในหลายๆที่ หลังแต่งงานเราย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังเล็กๆที่เราซื้อร่วมกันผมรู้สึกมีความสุขมาก เราได้เจอเพื่อนบ้านที่ดี ได้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านที่ดี ตอนเราไปดูบ้านที่นี่เราทั้งสองคนมั่นใจเลยว่าเราชอบที่จะอยูที่หมู่บ้านนี้ ถึงแม้เราจะไม่มีลูกด้วยกันแต่เราก็สัญญาว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันไปจนถึงวันแก่เฒ่า เราจะไปเที่ยวทุกๆที่ด้วยกัน เราเคยคุยกันว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันในทุกๆปี ทุกครั้งเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศเราชอบไปกันสองคน แต่ก็มีบางครั้งที่เราไปกับเพื่อนๆบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราจะไปกันสองคน หรือบางทีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเราชอบที่จะขับรถไปเองเพราะเรารู้สึกว่าสะดวกที่จะแวะไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ แล้วเธอก็จะชอบนั่งหลับตอนที่เราขับรถพาไปเที่ยว หลับแบบหลับสนิทเลย เธอเคยบอกว่าอยากให้เตียงที่บ้านมันสั่นได้เหมือนตอนที่เราขับรถ เพราะเธอรู้สึกว่าเธอได้นอนเต็มอิ่มทุกครั้งเวลานั่งรถไปเที่ยวไกลๆกับเรา
ปีที่น้ำท่วมใหญ่ปีนั้นเราต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่คอนโดพ่อเธอเดือนนึง เราพยายามหาวิธีกันบ้านไม่ให้น้ำเข้าบ้านซึ่งเราก็ทำได้ดี ผมจำได้ว่าตอนที่น้ำท่วมแรกๆ การเดินทางเข้าไปที่บ้านลำบากมาก ผมพยายามกันไม่ให้น้ำมันไหลเข้าในบ้าน แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรมันก็จะมีน้ำซึมเข้าบ้านไปอยู่ดี ตอนนั้นผมนั่งร้องให้อยู่ในบ้านเพราะกลัวน้ำท่วมบ้านมาก
แล้วก็มีอยู่ครั้งนึงหลังแต่งงานผมจำได้ว่าผมนอนหลับแล้วฝันว่าผมตายไป แต่ในฝันผมยังใส่แหวนแต่งงานอยู่ แล้วแหวนแต่งงานมันดันหลุดออกจากมือผม ในฝันนั้นผมตกใจมากผมไม่อยากเสียแหวนแต่งงานไป เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ถ้าผมไปเกิดใหม่ผมจะยังจำเธอได้จากแหวนวงนี้ ผมตื่นมาและตกใจมาก
ตลอดชีวิตผมที่ผ่านมาก่อนมาเจอเธอผมทำเรื่องแย่ๆมาเยอะ แต่หลังจากที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เธอทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากเลิกเที่ยวกลางคืน เลิกกินเหล้าเลิกสูบบุหรี่แล้วหันมาออกกำลังกาย ใส่ใจในสุขภาพเพราะผมอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเธอไปนานๆ และได้ดูแลกันจนแก่เฒ่าตามที่เราเคยคุยกัน
เราไปเที่ยวด้วยกันหลายที่มากไปกันหลายประเทศ ต่างประเทศที่เราชอบไปกันคือญี่ปุ่น ก่อนโควิดระบาดเราไปญี่ปุ่นกันแทบทุกปี โดยช่วงแรกๆเรายังขึ้นรถไฟเที่ยวอยู่แต่ช่วงหลังๆเราเริ่มขับรถเที่ยวเองแล้ว เราชอบที่จะไปเมืองต่างจังหวัดของญี่ปุ่น เรารู้สึกว่าเราชอบต่างจังหวัดของเค้ามากแล้วบางจังหวัดเราก็จะไปเจอพวกร้านอร่อยในตำนาน มีอยู่ครั้งนึงเราขับรถจากอิวาเตะกลับที่พักอาโอะโมะริ แล้วระหว่างทางก่อนถึงอาโอะโมะริประมาณ2ทุ่มเจอร้านราเม็งเก่าแก่เราเลยเข้าไปกินปรากฏว่าอร่อยมาก
ผลไม้ที่เธอจะชอบซื้อในช่วงหลังๆจะเป็นแอปเปิ้ลกับลูกพลับ เพราะลูกแอปเบิ้ลกับลูกพลับที่นี่จะอร่อยมากซึ่งผมเองก็ชอบเหมือนกัน
เธอจะชอบไปญี่ปุ่นช่วงที่เป็นใบไม้เปลี่ยนสีมากเป็นพิเศษ เพราะเธอเคยบอกว่าเวลาถ่ายรูปใบไม้ที่มีสีสันต่างๆ สีแดง สีเหลือง สีส้ม มันสวยดี ที่จริงแล้วผมก็ชอบถ่ายรูปเธอคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีมาก เพราะมันทำให้เธอดูงดงามเพิ่มขึ้นอีก
มีครั้งนึงเราไปเที่ยวเมือง Fujikawaguchiko แล้วเรานั่งรถไปจนถึงจุดๆนึง พอลงจากรถเราหันไปเห็นภูเขาไฟฟูจิขนาดใหญ่มาก ตอนนั้นเราดีใจกันมากที่เราได้มาเห็นใกล้ขนาดนี้ แล้วจุดที่เราลงรถก็มีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมาก
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอทุกครั้ง มีครั้งนึงก่อนโควิดระบาด เธออยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ เธอตั้งใจจะไปอย่างต่ำ 3เดือนหรืออาจจะถึง 6เดือน ในตอนนั้นผมเองก็ไม่สบายใจที่เธอจะไปไกลขนาดนั้น แต่ก็ได้แต่คิดว่ามันเป็นความต้องการของเธอที่อยากทำตามความฝัน ผมทำได้แค่ต้องสนับสนุนให้เธอไปถึงฝัน และในตอนนั้นก็คิดว่า ถึงเธอจะไปไกลแต่ผมก็จะตามไปหาเธออยู่ดีแล้วก็คิดว่าโลกปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตน่าจะทำให้เราติดต่อกันได้ง่ายมากขึ้น แต่สุดท้ายก็น่าเสียดายที่พอมีโควิดระบาดทำให้เธอไม่สามารถอยู่เรียนต่อได้
หลังจากเราแต่งงานกันมา 14ปี ในช่วงปีหลังๆเราอาจมีหลงลืมกันบ้าง ไม่ได้ใส่ใจกันบ้าง ขาดความเอาอกเอาใจกันบ้าง มีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างทะเลาะกันบ้าง ผมไม่ได้ดูแลความรู้สึกของเธอบ้าง แต่ผมก็พยายามให้เราผ่านปัญหาไปด้วยกัน แล้วก็ยังวาดฝันในวันที่เราทำงานกันจนเกษียณ เราน่าจะได้ไปเที่ยวกันอีกหลายๆที่
ในช่วงปีที่ผ่านมานี้เราเริ่มใส่ใจกันน้อยลง เธอเริ่มให้เวลากับผมน้อยลง ผมก็ผิดที่ไม่ได้พูดคุยกับเธอถึงปัญหาที่เป็นอยู่ ผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปเรื่อยๆโดยไม่ได้พูดคุย แล้วสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวผมและเธอจนยากที่จะกลับไปเหมือนเดิม
มาวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมวาดฝันไว้อีกแล้ว เธอไม่อยากใช้ชีวิตคู่ไปต่อกับผมอีก ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรืออาจมีบางอย่างที่ผมทำผิด อาจมีบางอย่างที่เธอทำผิด แต่สำหรับผม ผมไม่เคยหยุดรักเธอเลย
เรื่องที่ผมทำผิดไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรผมอยากขอให้เธอให้อภัย และไม่ว่าเธอจะทำผิดพลาดอะไรผมก็พร้อมที่จะให้อภัยเธอเสมอ สิ่งที่ผมขอให้เธอทำให้ผมในวันนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย ถ้ามันจะสามารถทำให้เธอกลับมาเหมือนเดิมได้
#บันทึกไว้ในความทรงจำ #เผื่อเธอผ่านมาเจอ #นักเขียนสมัครเล่น
บันทึกไว้ในความทรงจำ
17 ปีที่แล้ว ประมาณกลางปี 2005 ผมได้เจอกับผู้หญิงคนนึงที่โรงอาหารของโรงงานที่ผมเข้าไปทำงานอยู่ ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน
วันนั้นจำได้ว่าเธอน่าจะเพิ่งเข้ามาสัมภาษณ์งานเพราะในมือเธอถือแฟ้มที่มีเอกสารการสมัครงานอยู่ เธอเป็นคนน่ารักและผมชอบเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอ แล้วด้วยโชคชะตานำพา ทำให้เราได้มาร่วมงานกันในโปรเจ็คเดียวกัน เราเริ่มสนิทกันเรื่อยๆผมเริ่มจีบเธอโดยการชวนเธอไปกินข้าวแถวบางปูสมุทรปราการ ครั้งแรกที่ไปกินข้าวกันผมดันลืมกดเงินไป เลยต้องให้เธอช่วยหารค่าข้าวมื้อนั้น วันนั้นผมเองก็อายมาก แล้วจากนั้นเราก็เริ่มชวนกันไปกินข้าวไปดูหนังกันบ่อยครั้ง มีอยู่ครั้งนึงผมนัดเธอกินข้าวที่ร้าน S&P ที่สยาม แต่ด้วยความหิวผมไปถึงร้านก่อน จึงได้สั่งอาหารมากินก่อน พอเธอมาถึงเธอก็งงว่าทำไมไม่รอ แต่ผมก็สั่งมาเพิ่มแล้วยังกินต่อกับเธออีก
เราเริ่มคบกัน ไปเที่ยวด้วยกันหลายที่ มีอยู่ครั้งนึงเราไปเที่ยวลาวกันกับน้องๆที่ทำงาน ตอนนั้นเราเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค ซึ่งการเดินทางค่อนข้างยากลำบากมากตอนนั่งรถในฝั่งประเทศลาวต้องนั่งรถบัสร้อนๆไปร่วมสิบกว่าชั่วโมงจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบาง เนื่องจากเธอมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างดีกว่าผม ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเธอเคยต้องมาลำบากในการใช้ชีวิตหรือเดินทางแบบนี้หรือไม่ แต่เธอก็อดทนนั่งจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบางกับผมและทำให้ผมรักเธอมากขึ้นอีก
มีอยู่ครั้งนึงเราอยู่ที่คอนโดชั้น7แล้วคอนโดที่เราอยู่เกิดไฟใหม้ที่ชั้น2 เวลาที่ไฟไหม้นั้นเป็นเวลาตีสี่ ตอนนั้นผมรู้สึกกลัวมาก กลัวว่าเราสองคนจะเป็นอะไรไปเพราะเราไม่รู้ว่าไฟไหม้เยอะแค่ไหน แต่เรารู้ว่าตอนแรกที่จะลงจากคอนโด ความร้อนที่เกิดจากไฟมันร้อนมากทำให้เราออกจากตึกไม่ได้ ตอนนั้นเราสับสนมากว่าจะทำยังไงต่อดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้เป็นประสบการณ์เชียดตายกันครั้งแรก และตอนเช้ามาในโพรงจมูกเราก็เต็มไปด้วยเขม่าสีดำจากควันไฟ
หลังจากเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันมาได้เข้าปีที่ 3 สุดท้ายผมก็ตัดสินใจขอเธอแต่งงานในปี 2008
ผมรู้สึกว่าผมโชคดีที่ได้แต่งานกับเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ได้ไปเที่ยวกันในหลายๆที่ หลังแต่งงานเราย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังเล็กๆที่เราซื้อร่วมกันผมรู้สึกมีความสุขมาก เราได้เจอเพื่อนบ้านที่ดี ได้เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านที่ดี ตอนเราไปดูบ้านที่นี่เราทั้งสองคนมั่นใจเลยว่าเราชอบที่จะอยูที่หมู่บ้านนี้ ถึงแม้เราจะไม่มีลูกด้วยกันแต่เราก็สัญญาว่าเราจะใช้ชีวิตร่วมกันไปจนถึงวันแก่เฒ่า เราจะไปเที่ยวทุกๆที่ด้วยกัน เราเคยคุยกันว่าจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันในทุกๆปี ทุกครั้งเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศเราชอบไปกันสองคน แต่ก็มีบางครั้งที่เราไปกับเพื่อนๆบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราจะไปกันสองคน หรือบางทีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเราชอบที่จะขับรถไปเองเพราะเรารู้สึกว่าสะดวกที่จะแวะไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ แล้วเธอก็จะชอบนั่งหลับตอนที่เราขับรถพาไปเที่ยว หลับแบบหลับสนิทเลย เธอเคยบอกว่าอยากให้เตียงที่บ้านมันสั่นได้เหมือนตอนที่เราขับรถ เพราะเธอรู้สึกว่าเธอได้นอนเต็มอิ่มทุกครั้งเวลานั่งรถไปเที่ยวไกลๆกับเรา
ปีที่น้ำท่วมใหญ่ปีนั้นเราต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่คอนโดพ่อเธอเดือนนึง เราพยายามหาวิธีกันบ้านไม่ให้น้ำเข้าบ้านซึ่งเราก็ทำได้ดี ผมจำได้ว่าตอนที่น้ำท่วมแรกๆ การเดินทางเข้าไปที่บ้านลำบากมาก ผมพยายามกันไม่ให้น้ำมันไหลเข้าในบ้าน แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรมันก็จะมีน้ำซึมเข้าบ้านไปอยู่ดี ตอนนั้นผมนั่งร้องให้อยู่ในบ้านเพราะกลัวน้ำท่วมบ้านมาก
แล้วก็มีอยู่ครั้งนึงหลังแต่งงานผมจำได้ว่าผมนอนหลับแล้วฝันว่าผมตายไป แต่ในฝันผมยังใส่แหวนแต่งงานอยู่ แล้วแหวนแต่งงานมันดันหลุดออกจากมือผม ในฝันนั้นผมตกใจมากผมไม่อยากเสียแหวนแต่งงานไป เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ถ้าผมไปเกิดใหม่ผมจะยังจำเธอได้จากแหวนวงนี้ ผมตื่นมาและตกใจมาก
ตลอดชีวิตผมที่ผ่านมาก่อนมาเจอเธอผมทำเรื่องแย่ๆมาเยอะ แต่หลังจากที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เธอทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากเลิกเที่ยวกลางคืน เลิกกินเหล้าเลิกสูบบุหรี่แล้วหันมาออกกำลังกาย ใส่ใจในสุขภาพเพราะผมอยากใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเธอไปนานๆ และได้ดูแลกันจนแก่เฒ่าตามที่เราเคยคุยกัน
เราไปเที่ยวด้วยกันหลายที่มากไปกันหลายประเทศ ต่างประเทศที่เราชอบไปกันคือญี่ปุ่น ก่อนโควิดระบาดเราไปญี่ปุ่นกันแทบทุกปี โดยช่วงแรกๆเรายังขึ้นรถไฟเที่ยวอยู่แต่ช่วงหลังๆเราเริ่มขับรถเที่ยวเองแล้ว เราชอบที่จะไปเมืองต่างจังหวัดของญี่ปุ่น เรารู้สึกว่าเราชอบต่างจังหวัดของเค้ามากแล้วบางจังหวัดเราก็จะไปเจอพวกร้านอร่อยในตำนาน มีอยู่ครั้งนึงเราขับรถจากอิวาเตะกลับที่พักอาโอะโมะริ แล้วระหว่างทางก่อนถึงอาโอะโมะริประมาณ2ทุ่มเจอร้านราเม็งเก่าแก่เราเลยเข้าไปกินปรากฏว่าอร่อยมาก
ผลไม้ที่เธอจะชอบซื้อในช่วงหลังๆจะเป็นแอปเปิ้ลกับลูกพลับ เพราะลูกแอปเบิ้ลกับลูกพลับที่นี่จะอร่อยมากซึ่งผมเองก็ชอบเหมือนกัน
เธอจะชอบไปญี่ปุ่นช่วงที่เป็นใบไม้เปลี่ยนสีมากเป็นพิเศษ เพราะเธอเคยบอกว่าเวลาถ่ายรูปใบไม้ที่มีสีสันต่างๆ สีแดง สีเหลือง สีส้ม มันสวยดี ที่จริงแล้วผมก็ชอบถ่ายรูปเธอคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีมาก เพราะมันทำให้เธอดูงดงามเพิ่มขึ้นอีก
มีครั้งนึงเราไปเที่ยวเมือง Fujikawaguchiko แล้วเรานั่งรถไปจนถึงจุดๆนึง พอลงจากรถเราหันไปเห็นภูเขาไฟฟูจิขนาดใหญ่มาก ตอนนั้นเราดีใจกันมากที่เราได้มาเห็นใกล้ขนาดนี้ แล้วจุดที่เราลงรถก็มีใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมาก
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอทุกครั้ง มีครั้งนึงก่อนโควิดระบาด เธออยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ เธอตั้งใจจะไปอย่างต่ำ 3เดือนหรืออาจจะถึง 6เดือน ในตอนนั้นผมเองก็ไม่สบายใจที่เธอจะไปไกลขนาดนั้น แต่ก็ได้แต่คิดว่ามันเป็นความต้องการของเธอที่อยากทำตามความฝัน ผมทำได้แค่ต้องสนับสนุนให้เธอไปถึงฝัน และในตอนนั้นก็คิดว่า ถึงเธอจะไปไกลแต่ผมก็จะตามไปหาเธออยู่ดีแล้วก็คิดว่าโลกปัจจุบันมีอินเตอร์เน็ตน่าจะทำให้เราติดต่อกันได้ง่ายมากขึ้น แต่สุดท้ายก็น่าเสียดายที่พอมีโควิดระบาดทำให้เธอไม่สามารถอยู่เรียนต่อได้
หลังจากเราแต่งงานกันมา 14ปี ในช่วงปีหลังๆเราอาจมีหลงลืมกันบ้าง ไม่ได้ใส่ใจกันบ้าง ขาดความเอาอกเอาใจกันบ้าง มีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างทะเลาะกันบ้าง ผมไม่ได้ดูแลความรู้สึกของเธอบ้าง แต่ผมก็พยายามให้เราผ่านปัญหาไปด้วยกัน แล้วก็ยังวาดฝันในวันที่เราทำงานกันจนเกษียณ เราน่าจะได้ไปเที่ยวกันอีกหลายๆที่
ในช่วงปีที่ผ่านมานี้เราเริ่มใส่ใจกันน้อยลง เธอเริ่มให้เวลากับผมน้อยลง ผมก็ผิดที่ไม่ได้พูดคุยกับเธอถึงปัญหาที่เป็นอยู่ ผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปเรื่อยๆโดยไม่ได้พูดคุย แล้วสุดท้ายสิ่งเหล่านั้นมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวผมและเธอจนยากที่จะกลับไปเหมือนเดิม
มาวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมวาดฝันไว้อีกแล้ว เธอไม่อยากใช้ชีวิตคู่ไปต่อกับผมอีก ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรืออาจมีบางอย่างที่ผมทำผิด อาจมีบางอย่างที่เธอทำผิด แต่สำหรับผม ผมไม่เคยหยุดรักเธอเลย
เรื่องที่ผมทำผิดไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรผมอยากขอให้เธอให้อภัย และไม่ว่าเธอจะทำผิดพลาดอะไรผมก็พร้อมที่จะให้อภัยเธอเสมอ สิ่งที่ผมขอให้เธอทำให้ผมในวันนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย ถ้ามันจะสามารถทำให้เธอกลับมาเหมือนเดิมได้
#บันทึกไว้ในความทรงจำ #เผื่อเธอผ่านมาเจอ #นักเขียนสมัครเล่น