เว็บไซต์ในเครือ
bloggang.com Bloggang pantown.com Pantown pantipmarket.com PantipMarket
maggang.com Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
Pantip Application Pantip iOS Pantip Android Pantip Android
เกี่ยวกับเรา

เล่ห์ดวงใจ (20)

.

                         บทส่งท้าย
          __________________________________________________

 
          หลังจากมีลูกและแต่งงานกับการันต์ เพียงขวัญลาออกจากงานประจำตามคำขอของสามี เพื่อมาทำหน้าที่เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ให้กับลูก ๆ ปีนี้ลูกคนโตได้สามขวบแล้ว ส่วนลูกคนเล็กหนึ่งขวบ และเธอกำลังมีอีกคนอยู่ในท้อง ตามความต้องการของการันต์ทุกอย่าง 
          ยกเว้นก็แต่เพศที่วาดหวังเอาไว้ กลับไม่ได้เป็นไปตามจุดประสงค์ของพวกเขาเท่าไหร่ เพราะลูกคนแรกและคนที่สองเป็นผู้หญิง ส่วนคนที่สามที่อยู่ในครรภ์ของเพียงขวัญ โชคดีเป็นผู้ชาย ทำให้การันต์ยิ้มออกที่สมหวังอยู่บ้าง เพราะเขาอยากได้ลูกชายมาก ๆ
          เพียงขวัญไม่ยอมให้สามีหาพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงลูก เธออยากเลี้ยงเอง อยากดูแลเอง ถึงจะเหนื่อยและยุ่งแทบไม่มีเวลาดูแลตัวเองก็ตาม เธอก็มีความสุขที่ได้อยู่กับลูก ๆ ได้เลี้ยงพวกเขา 
          ปีหน้าก็คงเหนื่อยน้อยลงเพราะลูกสาวคนโตเข้าโรงเรียน ส่วนการันต์ทำหน้าที่พ่อและสามีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เวลาว่างก็ช่วยเลี้ยงลูก ให้เธอได้พักผ่อนบ้าง 
          ในตอนกลางคืนเขาจะอาสาเป็นคนดูลูก ๆ เอง ให้เธอได้พักผ่อนและนอนเต็มที่ ถึงแม้เพียงขวัญจะดูจืดชืดกว่าเมื่อก่อนไปมาก ทว่าก็ยังสวยในสายตาของเขาเสมอ เคยพูด เคยทำแบบไหนก็ยังทำอยู่อย่างนั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เสมอต้นเสมอปลาย แม้ในวันที่มีลูกถึงสามคนแล้วก็ตาม
          “ขวัญเหนื่อยมั้ยคะ ให้พี่จ้างพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงมั้ย พี่ไม่อยากให้ขวัญเหนื่อย ยิ่งมีลูกอีกคนในท้อง ขวัญให้พี่หาพี่เลี้ยงสักคนมาช่วยเลี้ยงนะ” เขาถามภรรยาสุดที่รักอีกครั้ง เพราะบางครั้งเขาเห็นใบหน้าที่อิดโรยของหล่อน อดสงสารและเป็นห่วงไม่ได้ เพราะแบบนี้เมื่อมีเวลาว่างเขาจะไม่เถลไถลเด็ดขาด จะรีบกลับมาดูลูก ๆ ช่วยเธอ
          “ไม่ค่ะ ลูกแค่สองคนเองขวัญดูแลได้ ขวัญอยากเลี้ยงพวกเขาเอง ขวัญไหวค่ะ พี่รันต์ไม่ต้องห่วงนะ ปีหน้าชมพูก็จะเข้าโรงเรียนแล้ว ขวัญคงเบามือขึ้น” เพียงขวัญพูดปนยิ้ม ใบหน้าที่ปราศจากการแต่งแต้มของเครื่องสำอางทุกอย่าง แม้แต่แป้งก็แทบจะไม่ได้สัมผัส แต่เธอก็ยังสวยสำหรับเขาไม่เคยสร่าง และนี่ก็เป็นการปฏิเสธครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ ที่เขาเสนอให้ แล้วเธอไม่รับมัน 
          “ขวัญไปทานข้าวเถอะ เดี๋ยวพี่ดูชมพูกับพิ้งค์กี้ให้เอง” การันต์บอกภรรยาไปทานมื้อเที่ยงก่อน ตั้งแต่มีลูกก็ไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันนัก วันนี้วันหยุดเขาไม่คิดจะออกไปไหน อยู่ดูแลลูก ๆ ช่วยเธอ จะว่าไปตั้งแต่ลูกคนแรกเกิดมา เขาแทบจะตัดขาดกับเพื่อนไปเลยเสียด้วยซ้ำ 
          การันต์พาลูกสาวทั้งสองคนมายังห้องนั่งเล่น มีคอกสำหรับเลี้ยงเด็ก และของเล่นมากมายเต็มห้องไปหมด ไม่รู้เลยว่าใครติดใครกันแน่ ระหว่างพ่อติดลูก ๆ หรือ ลูก ๆ ติดพ่อ 
          เขาปล่อยให้ลูกสาวคนโตวัยสามขวบเล่นได้ตามอัธยาศัย แค่ไม่ปีนป่าย หรือทำอะไรที่ดูอันตรายก็พอ ลูกสาวคนเล็กเขาปล่อยให้คลานกระดืบ ๆ ในคอกอยู่อย่างนั้น ส่วนตนเองดูอะไรในโซเชี่ยลไปเรื่อยเปื่อย นี่แหละคือวิธีเลี้ยงลูกของเขา แค่ไม่ให้คลาดสายตาก็เท่านั้น
          “เฮ้ย... ทำอะไรอ่ะ พี่พูถอยออกมาเลย อย่าไปยุ่งกับตู้โมเดลวันพีชพ่อ” เมื่อการันต์หันไปเจอลูกสาวคนโตกำลังยืนอยู่แถว ๆ ตู้ที่เก็บของสะสมของเขา แต่ทว่าลูกสาวกลับไม่ยอมฟัง เขาเป็นสายคุณพ่อใจดี ไม่เคยดุลูกแรง ๆ สักครั้ง ทำให้ลูกไม่ค่อยจะเชื่อฟังเท่าไหร่
          “มันคืออะไรอ่ะ” เด็กหญิงถามอย่างใคร่รู้
          “มันคือตุ๊กตาของพ่อไง... หนูอย่าไปยุ่งแถวนั้นออกมาเร็ว ๆ เลย มาเล่นกับพี่พิ้งค์กี้เร็ว พิ้งค์กี้ไม่มีเพื่อนเล่น” ไม่พูดเฉย การันต์เดินไปอุ้มลูกสาวคนโตออกมาจากตู้ของสะสมของตน เช็ตนี้เขาพึ่งได้มา ขืนลูกสาวทำพังเขาคงกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ 
          การันต์แทนตัวลูกสาวทั้งสองคนด้วยคำว่าพี่ เพราะว่าทั้งสองคนกำลังจะมีน้องชาย จึงสอนให้เรียกพี่เอาไว้ ซึ่งจะคลอดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ทว่าไม่ทันไรเด็กหญิงก็เดินไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นอีก “แหนะ... พ่อบอกว่าอย่าไปเล่นแถวนั้นไง ดื้อแบบนี้ไปอยู่กับย่ากับอารินทร์เลยมั้ย” เขาขู่
          “อื้อ...ไป!” เด็กหญิงตอบแบบไม่คิด การันต์หัวเราะที่แพ้ลูกสาว 
          “อ้าว! เปิดตู้หยิบลูฟี่พ่อออกมาทำไมอ่ะ เก็บเดี๋ยวนี้เลย เอาวางไว้ที่เดิมเลย เดี๋ยวมันหักลูก” การันต์พูดเสียงสูง ไม่พูดเพียงเท่านั้น ยังเดินไปใกล้ ๆ ลูกสาว ยืนกอดอกท้าวสะเอวออกคำสั่งให้ถอยออกมา 
          ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าดุลูก เขาใจอ่อนเกินกว่าจะเห็นน้ำตาของลูกสาวเวลาร้องไห้ นี่คือจุดอ่อนของเขา “ห้ามจับเลย ปล่อยเลย ปล่อยลูฟี่พ่อเดี๋ยวนี้เลย”
          “เพราะอะไรล่ะ” ลูกสาววัยสามขวบต่อปากต่อคำ
          “ก็เพราะพ่อสั่งไง! เอาวางไว้ที่เดิมเดี๋ยวนี้ พ่อทำโทษเลยนะถ้าทำของพ่อพังน่ะ” เขาขู่ ทว่าลูกสาวก็ยังไม่ยอมวาง แถมยังทำท่าจะรวบตัวอื่น ๆ ออกมาด้วย “หม่ามี้!!!” เมื่อหาทางออกไม่ได้ภรรยาคือทางออกสุดท้าย เพราะจุดอ่อนของลูก ๆ คือเพียงขวัญคนเดียวเท่านั้น
          “พี่พูดูเฉย ๆ” พอได้ยินคนเป็นพ่อเรียกหาผู้เป็นแม่ เด็กหญิงก็เลิ่กลั่กรีบตอบปฏิเสธอย่างไว 
          การันต์ยิ้มขำ “วางเลย ไม่งั้นให้หม่ามี้มาจัดการเลย” เขาขู่ลูกสาวไม่หยุด แต่พอเมื่อเด็กหญิงเห็นว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้เดินมาก็ยังไม่ยอมวาง ยังอยากจะเล่นต่อ “เอ๊ะทำไมวันนี้พี่พูดื้อจัง หม่ามี้มาจัดการชมพูหน่อยสิ พูดไม่ฟังเลยเนี่ย” การันต์งัดไม้ตายสุดท้ายออกมา โดยการเอาภรรยามาอ้างอีกรอบ และทำเป็นเดินจะไปเรียก แล้วมันก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ
          เด็กหญิงเมื่อเห็นพ่อจะไปเรียกแม่ก็รีบวางอย่างไว แล้วรีบวิ่งมาตัดหน้าคนเป็นพ่อเอาไว้ไม่ให้เดินเข้าไปในครัว “พี่พูเก็บแล้ว ไม่มีแล้วเห็นมั้ยในมืออ่ะ” เด็กหญิงยกมือสองข้างขึ้นมาโชว์ ทว่าการันต์ก็ยังทำท่าจะเดินไปต่อ “ฮือ... พ่อพี่พูเก็บแล้ว”เด็กหญิงกลัวการถูกผู้เป็นแม่ทำโทษมาก ใบหน้าเจื่อนลงถนัดตา มองคนเป็นพ่ออย่างอ้อนวอน
          การันต์หัวเราะลูกสาวอีกรอบ ทั้งตลกทั้งสงสารที่ลูกกลัวแม่อะไรขนาดนั้น คำว่าหม่ามี้ศักดิ์สิทธิ์เสมอ “จะเล่นโมเดลพ่ออีกมั้ย” เขาถาม เด็กหญิงส่ายหน้าใหญ่ “กลับไปเล่นกับน้องเลย เห็นมั้ยน้องเล่นคนเดียวเงียบ ๆ ในคอกน่ะ” เด็กหญิงพยักหน้า รับปากจะไม่เล่นอีก และเดินกลับเข้าไปในคอกเพื่อเล่นกับน้องสาวอย่างว่าง่าย การันต์ยิ้มพอใจและเดินตามลูกสาวกลับไปยังห้องนั่งเล่น 
          เพียงขวัญทานข้าวและจัดการงานบ้านทุกอย่าง ทั้งของตนเองของสามีทั้งของลูก ๆ เสร็จเรียบร้อย เดินกลับเข้ามายังห้องนั่งเล่น ต้องเห็นภาพสลดใจ อเนจอนาถใจเป็นที่สุด เมื่อเธอเดินมาถึง เห็นคนเป็นพ่อนอนหลับสนิท ปล่อยให้ลูกสาวคนโตเล่นของเล่นอยู่คนเดียว และลูกสาวคนเล็กมองพ่อหลับตาแป๋ว ทั้งโมโหทั้งเอ็นดูการันต์ในเวลาเดียวกัน ทว่าความเอ็นดูมีมากกว่า หล่อนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ ไม่เพียงเท่านั้นยังนำมาลงโซเชียลอีก
 
          ‘สุดเวทนา.. ลูกวัยสามขวบกับหนึ่งขวบเศษเลี้ยงพ่อวัยสี่สิบปลาย’ 
 
          เพียงขวัญลงรูปที่ถ่ายเมื่อครู่ในเฟซบุ๊ก พร้อมด้วยข้อความ ทั้งประภาวรินทร์และวนารีอีกทั้งคนอื่น ๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนาน
 
 
          สัปดาห์นี้การันต์มีประชุม เขาไม่ได้อยู่ดูแลลูก ๆ ช่วยเธอในตอนเช้า ทว่าเธอก็รับมือไหว บ่ายโมงพอประชุมเสร็จเขาก็รีบบึ่งรถกลับมาบ้านทันที ด้วยความคิดถึงลูก ๆ ที่สุด แต่กลับมาต้องผิดหวังเมื่อพบว่าลูก ๆ นอนหลับกันหมดแล้ว
          “พี่รันต์เบา ๆ ค่ะ ลูกพึ่งหลับ วันนี้เจ้าตัวเล็กหลับยาก พิ้งค์กี้หลับยากมาก กว่าขวัญจะกล่อมให้หลับได้ เหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน” เมื่อเห็นสามีเปิดประตูเข้าบ้าน หล่อนก็มาดักทาง เกรงว่าการันต์จะเสียงดังทำลูก ๆ ตื่น เธอพึ่งจะได้พักตั้งแต่เมื่อเช้า
          “ค่ะ.. ขวัญทานอะไรยัง พี่ซื้อนี่มาให้ เจ้านี้อร่อยนะ” เขายื่นให้เธอ “ไปทานเถอะพี่ทานมื้อเที่ยงมาจากที่ประชุมแล้ว” เขาซื้อขนมมาฝากเธอ
          “ขอบคุณค่ะ แต่ห้ามทำลูกตื่นนะ ถ้าลูกตื่นล่ะก้อ พี่รันต์ต้องรับผิดชอบ เพราะเขาพึ่งหลับเอง” เพียงขวัญถือขนมเข้าไปแกะทานในครัว รู้สึกหวั่น ๆ ใจอย่างไรไม่รู้ กลัวว่าคนเป็นพ่อจะทำให้ลูกตื่นมางอแง คิดยังไม่ทันเท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กร้องไห้จ้า หล่อนรีบเดินมาดู เห็นการันต์กำลังอุ้มลูกสาวเดินโอ๋ไปมา เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด การันต์ต้องทำลูกตื่นแน่ ในวันที่ไม่ได้อยู่เล่นกับลูกแบบนี้ จะรอให้ลูกตื่นเองก็ไม่ได้
          “พี่รันต์!! รับผิดชอบเลยนะใครทำลูกตื่นน่ะ ขวัญบอกแล้วใช่มั้ยว่าลูกพึ่งหลับ ไม่ฟังกันเลย” เธอค้อนเขา มองตาเขียวอย่างไม่พอใจ ส่วนเจ้าตัวหัวเราะพอใจใหญ่ ทั้งยังอุ้มลูกสาวคนเล็กเดินไปเดินมา กล่อมให้หยุดร้องไห้ 
          เมื่อน้องสาวร้องไห้เสียงดัง คนเป็นพี่ที่หลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาอีกคน ลืมตาแป๋วมองเพดาน เพราะนอนไม่พอจึงร้องไห้งอแง ยิ่งทำให้เพียงขวัญหัวเสียเข้าไปอีก รีบเข้าไปโอ๋ลูกสาวคนโตไม่ให้ร้องไห้ ส่วนตัวการที่ทำให้เรื่องวุ่นวายหัวเราะกลบเกลื่อนความผิด วันนี้เป็นวันที่แสนวุ่นที่สุด ทุกครั้งที่การันต์ไม่ได้อยู่เล่นกับลูกทั้งวัน เรื่องวุ่น ๆ แบบนี้ก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ
 
 
          วันหยุดวนมาถึงอีกรอบ การันต์พาครอบครัวไปทานข้าวที่บ้านของมารดา ถ้ามีเวลาเขาจะทำแบบนี้ประจำ บางครั้งก็พาครอบครัวไปเปิดหูเปิดตาบ้าง โดยการไปเที่ยวตามแต่โอกาสที่สะดวก คราวนี้พวกเขามีสมาชิกในครอบครัวห้าคนแล้ว พ่อแม่และลูก ๆ อีกสามคน เพียงขวัญทำการปิดอู่เรียบร้อย 
          “ขวัญสวยจังค่ะ” เขาชมภรรยา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เพียงขวัญก็ยังสวยในสายตาเขาเสมอ การันต์เดินมาโอบเอวทางด้านหลังของหล่อน ขณะที่เพียงขวัญกำลังยืนส่องกระจกอยู่
          “แกล้งชมขวัญหรือเปล่าคะ ขวัญรู้หรอก” เธอทำประชด ไม่เห็นว่าตนเองจะสวยตรงไหนเลย ลูกสาวคนโตเข้าโรงเรียนแล้วก็จริง เบามือลงบ้างก็จริง ทว่ามีลูกชายมาเพิ่ม เวลาดูแลตัวเองก็แทบจะไม่ค่อยมีเช่นเดิม จะเอาเวลาไหนมาสวยเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ แต่ก็นั่นแหละ การันต์ไม่เคยทำให้เธอคิดมากหรือระแวงเลย เพราะหากมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เขาจะรีบช่วยเธอเลี้ยงลูกอยู่บ้านตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เช่นวันนี้ 
          “ไม่ได้แกล้งเลย วันแรกที่พี่เจอ ขวัญสวยยังไงวันนี้ก็ยังสวยอยู่อย่างนั้น” พูดจบก็ดมแก้มเนียน ๆ ของเธอไปฟอดใหญ่ “ปะไปกันได้แล้ว”
          “ค่ะ...” หล่อนตอบ การันต์จูงมือลูกสาวทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถ ส่วนเพียงขวัญเป็นคนอุ้มลูกชายคนเล็กเดินตามหลังไป พวกเขากำลังจะไปบ้านหาคุณย่ากัน
          มาถึงประภาวรินทร์และลูกสาวคนโตออกมาต้อนรับพี่ชายกับพี่สะใภ้และหลาน ๆ ตอนนี้หล่อนก็มีลูกสาวอีกคนแล้วเช่นกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกชายของการันต์ที่พึ่งคลอดได้เพียงไม่กี่เดือน ทั้งบ้านต่างรุมล้อมหลานชายเพียงคนเดียวของบ้าน วันนี้ครอบครัวของการันต์อยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา เขามีความสุขที่สุด 
 
          แม้เพียงขวัญจะเป็นรักครั้งที่สองของเขา แต่เขาสัญญาว่าจะให้หล่อนเป็นรักครั้งสุดท้ายของชีวิต...
 
จบบริบูรณ์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่